“สฤษดิ์” เสนอมาตรการแก้ปัญหาช้างป่า แนะทำแบบประเทศกาบอง-แอฟริกา โดยรัฐผลักดันการเสริมรายได้ จากการขายคาร์บอนเครดิต จาก ช้าง มีรายได้นำเงินมาจัดการปัญหา

“สฤษดิ์” เสนอมาตรการแก้ปัญหาช้างป่า แนะทำแบบประเทศกาบอง-แอฟริกา โดยรัฐผลักดันการเสริมรายได้ จากการขายคาร์บอนเครดิต จาก ช้าง มีรายได้นำเงินมาจัดการปัญหา

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปราจีนบุรี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาช้างป่าและศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน ว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาปัญหา ชุดที่ 25 ได้ศึกษาไว้ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 ในกรณีช้างป่าได้ออกมาจากพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์ บุกรุกทําลายทรัพย์สินร่างกายของประชาชนจนถึงแก่ความตาย เกิดขึ้นทุกปี ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยเรื่อยเนื่องจากพื้นที่โดยรอบผืนป่า เป็นพื้นที่เกษตรกร ชาวบ้านได้ทําการเพาะปลูก และมีแหล่งน้ำช้างออกมาหากินทําให้ประชาชนในพื้นที่โดยทั่วไปได้รับความเดือดร้อนจากความเสียหายและชีวิตโดยวางแนวทางไว้หลายๆทาง เช่นเรื่องประสิทธิภาพในการที่จะสร้างแนวป้องกันช้าง สนับสนุนชุดผลักดันให้ช้างกลับไปสู่พื้นที่ของป่าธรรมชาติ การส่งเสริมให้กรมการปกครองท้องถิ่นเยียวยาอย่างมีความเหมาะสม หรือการใช้เทคโนโลยีต่างๆเพื่อแจ้งเตือนให้มีประสิทธิภาพ ป้องกันการฟื้นฟูสภาพป่าให้เหมาะสมกับความเป็นที่อยู่อาศัยของช้าง สร้างแหล่งอาหารการสร้างรั้วผลักดันเข้าสู่ป่า หรือการบริหารจัดการ . นายสฤษดิ์ กล่าวว่า ช่วง 10-20 ปี มันเกิดอะไรขึ้นมา เนื่องจากประชาชนต้องทํามาหากิน ถางป่า เข้าไปทําไร่ ทำสวนช้างเองก็เพิ่มปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมาก การเกิดสงครามช้างกับคน เกิดขึ้น มีการบุกรุกทั้งช้างออกมาหากินอย่างนี้ ปัญหาก็เกิดขึ้น ต้องมีการนําเสนอมาโดยตลอด ให้ราชการ หรือรัฐบาล เพียงแต่อาจจะใส่ใจน้อยไปหน่อย อํานาจหน้าที่ต่างๆหรือขาดความจริงใจในการจะแก้ปัญหา จนเกิดความทุกข์ความยากให้กับประชาชนมาโดยตลอด . นายสฤษดิ์ กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะให้คนกับช้าง มาอยู่ร่วมกัน มันจะมาอยู่ร่วมกันได้ยังไง ช้างควรอยู่สวนในป่าอนุรักษ์ คนอยู่ในที่ทํามาหากิน อยู่ในเขตเดียวกัน คือ เขตป่ารอยต่อ 5 จังหวัด จ.ปราจีนบุรี ยังไม่ได้อยู่ในเขต แต่อยู่บริเวณชายขอบเขตป่ารอยต่อ 5 จังหวัด โดยเฉพาะอําเภอ กบินทร์บุรี ครั้งสุดท้ายเป็นที่น่าอเนจอนาถมาก วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 ช้างได้เหยียบนายวัลลภ ศรีกอง เสียชีวิต ท่านนายอําเภอ หน่วยราชการป่าไม้ ไปงานศพ แสดงความเสียใจเอาพวงหรีด ไปมอบ มอบเงินนิดหน่อย ให้เหมือนกับค่าทําศพ เรื่องเหล่านี้เจอมาจนบ่อย แล้วเมื่อไหร่จะจบสักที เพียงแต่ว่าช้างเหยียบคนจน คนไม่มีอันจะกิน เอาเงินยื่นไปให้ 50,000 – 100,000 บาท จบ สําหรับคนจน ช้างในเขตอนุรักษ์ป่ารอยต่อ ตอนนี้ช้างทั้งประเทศไทย มีอยู่ 4,000 ตัว ระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2562 ถึง 2566 ตายเสียชีวิตไปตัวเลขคงจะคลาดเคลื่อนกันบ้าง แต่ก็เป็นหลักร้อย บาดเจ็บเป็นหลักร้อย ปี 2566 ตายไป 21 คน บาดเจ็บไป 29 คน . นายสฤษดิ์ กล่าวว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ช้างกับคนมาอยู่ด้วยกัน ช้างควรอยู่ในป่าอนุรักษ์ คนก็ทํามาหากิน แต่ทำอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดปัญหาหรือการทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้น ทั้งที่เรารักช้างอยู่เหมือนกัน แต่ความรักมันก็ต้องมีเส้นแบ่ง ช้างเขาไม่รู้ คนก็ต้องตายไปอยู่เรื่อยๆ จะทําอย่างไรดี ข้อเสนอของคณะกรรมการชุดที่แล้ว บอกว่าถ้าเร่งด่วน ควรจะ เฝ้าระวัง สร้างแหล่งอาหาร-น้ํา ให้เพียงพอ สร้างแบริเออร์กั้นช้างเพื่อป้องกัน หรือออกกฎหมายระเบียบให้เคร่งครัด รีบด่วน ส่วนความยั่งยืน ต้องควบคุมปริมาณช้าง ซึ่งการทําหมัน เป็นเรื่องยาก เป็นไปไม่ได้ . ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการในปี 2564 ข้อที่ 18 หน้า 179 บอกว่าในเรื่องของรัฐควรพิจารณาผลักดันการเสริมรายได้ จากการขายคาร์บอนเครดิต โดยประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันบริหารจัดการกองทุนจากทรัพยากรที่มีอยู่ เช่นป่าอนุรักษ์ และช้างป่า นอกเหนือจากการร่วมมือโครงการเอาองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก องค์การมหาชน ที่ทําอยู่ในปัจจุบัน เช่นกรณีของสถาบันฝึกอบรมกองทุนไอเอ็มเอฟ ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ และนักคณิตศาสตร์ ชั้นนําของโลก ได้ทําการคํานวณมูลค่าของช้าง ที่ส่งผลต่อระบบนิเวศป่าไม้ออกไป เป็นมูลค่าทางการเงิน รูปแบบของคาร์บอนเครดิตได้สําเร็จเป็นครั้งแรกของโลก จากประเทศกาบอง แอฟริกา ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ว่าช้างหนึ่งตัว สามารถกระตุ้นต้นไม้ในป่า สามารถดูดซับคาร์บอนออกไซด์ ที่เพิ่มขึ้น แล้วถ้าหากประเทศไทยสามารถที่จะให้คณะกรรมาธิการสถาบันฝึกอบรมกองทุนระหว่างประเทศเนี่ยเพื่อกําหนดมูลค่าของช้างไทยที่มีผลต่อคาร์บอนเครดิต ระบบนิเวศช้าง ในระบบนิเวศของป่าไม้ไทย จะก่อให้เกิดรายได้หรือเป็นรูปประธรรม และก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งในการอนุรักษ์ช้าง และป่าไม้อย่างยั่งยืนสามารถนำกองทุนที่จะมาแก้ไขปัญหาช้างป่าได้ . “ผมอยากเสนอไปยังรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อะไรที่ยังมองว่าเป็นไปไม่ได้แม้แต่ช่องแสงบนปลายอุโมงค์สักนิดเดียวหากมันเป็นไปได้ ท่านศึกษาหน่อย เขาบอกว่าที่ประเทศกาบอง ประเทศแอฟริกา เราเสียงบประมาณไปดูงานกันทั่วโลก ยังไปเลย แต่ตรงนี้ถ้าไม่ไปครับศรีลังกาเอยเขาบอกช้าง เป็นวิศวกรสิ่งแวดล้อมที่ธรรมชาติสร้างมาแล้ว ช้างสามารถที่จะเก็บคาร์บอน ได้ด้วยมูลค่าถึงตัวละ 60 ล้านบาท ตรงนี้แหละถ้าเรามีทุนทรัพย์ เรามีกองทุน มีเงินที่ช้างสามารถจะหาได้เอง ทําได้เอง ท่านจะไม่สนใจบ้าง”นายนายสฤษดิ์ กล่าว