"อนทิน" ปลุก "ศรีสะเกษ" จากเมืองรองสู่เมืองหลัก กระตุกภาครัฐปั้นซอฟต์พาวเวอร์ บูสต์เศรษฐกิจพื้นที่

"อนทิน" ปลุก "ศรีสะเกษ" จากเมืองรองสู่เมืองหลัก กระตุกภาครัฐปั้นซอฟต์พาวเวอร์ บูสต์เศรษฐกิจพื้นที่

8 มีนาคม 2567 ณ โดมอเนกประสงค์โรงเรียนกำแพง หมู่ที่ 1 ตำบลสำโรง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาจังหวัดตอนหนึ่งว่า จังหวัดศรีสะเกษ เคยมีภาพจำเรื่องความเป็นจังหวัดที่ยากจนที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศ แต่ปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก เราเริ่มมีภาพจำใหม่ๆ นึกถึงทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ นึกถึงงานเทศกาลกีฬา เทศกาลดนตรี ศิลปะวัฒนธรรมที่มีความเชื่อมโยงกับขอมโบราณ ความเป็นศิลปินของคนศรีสะเกษที่ผลิตงานออกมาให้คนทั้งประเทศได้ชื่นชม นี่คือศักยภาพของชาวศรีสะเกษ ที่ซ่อนอยู่ เป็นหน้าที่ของภาครัฐ ในการพัฒนาศักยภาพ และจุดเด่นของชาวศรีสะเกษ ให้คนภายนอกได้เห็น ถึงเสน่ห์ของจังหวัด เพื่อสร้างความต้องการจับจ่ายใช้สอยแบรนด์ศรีสะเกษ หรือมาเที่ยวศรีสะเกษ สร้างเม็ดเงินให้ถึงมือประชาชน เราต้องใช้ประโยชน์จากต้นทุนที่เรามี ต้นทุน ทั้งต้นทุนทางวัฒนธรรม ต้นทุนในแง่ความรู้ความสามารถ และเสน่ห์ของผู้คน ต้นทุนเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว ผลิตผลจากเกษตรกรรม และสินค้าจากความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ทั้งที่มีอยู่แล้ว และที่เราจะต่อยอดต่อไป " นั่นคือสิ่งที่ท่านผู้ว่าฯ จะต้องนำทีมข้าราชการและบุคลากรในสังกัดทุกท่านในที่นี้ ให้ร่วมกันคิดร่วมกันทำ ทำอย่างไรจะต่อยอด ให้ต้นทุนนั้นนำสู่ดอกผลที่งอกงาม เพิ่มคุณค่า เพิ่มรายได้ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นใหักับชาวศรีสะเกษ" ภาพของศรีสะเกษที่มองเห็นในอนาคตอันใกล้ คือการเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักอีกเมืองหนึ่งในประเทศนะครับ วันนี้เราต้องคิดถึงการสร้างเอกลักษณ์ หรือการทำเอกลักษณ์ที่มีอยู่แล้วให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ให้กลายเป็นภาพจำที่ชัดเจน "ศรีสะเกษ จะไม่ใช่เมืองรอง ที่แค่ขับผ่านไปมา แต่ต้องเป็นเมืองหลัก ที่ทุกคนตั้งใจมา แล้วอย่าคิดว่าทำไม่ได้ เพราะหลายจังหวัดทำสำเร็จแล้ว คราวนี้ก็ถึงโอกาสของศรีสะเกษบ้าง เพียงแต่ภาครัฐ ต้องผลักดัน ประชาชนต้องช่วยกัน บนพื้นฐานของความตั้งใจสูงสุด"