
20 มีนาคม 2567 เวลา 21:49
"ชลัฐ" แนะใช้เทคโนโลยี - AI นำ DATA พัฒนาคุณภาพ มากกว่าปริมาณ
"ชลัฐ" แนะใช้เทคโนโลยี และ AI พัฒนานโยบายท่องเที่ยวและกีฬา ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เน้นคุณภาพ มากกว่าปริมาณ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ
.
วันที่ 20 มีนาคม 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วาระ 2 นายชลัฐ รัชกิจประการ สภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายมาตรา 11 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา มีความสำคัญ การที่รายได้ของจีดีพี ปี 66 มาจากการท่องเที่ยว 18% และตั้งเป้าปี 67 ถึง 25% ถ้าทุกวันนี้เศรษฐกิจซบเซา การส่งออกไม่ค่อยดี การท่องเที่ยวคือความหวังของประเทศไทยในตอนนี้ โดยตั้งข้อสังเกตว่าการที่ประเทศไทยตอนนี้ตั้งเป้าว่าจะมีนักท่องเที่ยวถึง 38 ล้านคนเพื่อเข้ามาภายในปี 67 จะทําให้เกิดผลบะกระทบกับทรัพยากรธรรมชาติ และหากย้อนกลับไปก่อนโควิดไทยมีนักท่องเที่ยวสูงสุดถึง 40 ล้านคน สุดท้ายทรัพยากรถูกทําลาย รถติด น้ำท่วม มีปัญหาทรัพยากรจำนวนมาก การท่องเที่ยวกระจุกและไม่กระจาย สุดท้ายจะแก้ปัญหาได้อย่างไร
นายชลัฐ กล่าวอีกว่า ตอนนี้เราอยู่ในยุคของโลกาภิวัตน์ ยุคของดาต้า และยุคของเทคโนโลยี การที่นำ AI มาช่วยกันประเมิน วิเคราะห์ และมาช่วยกันทํานโยบาย จะทําให้นโยบายท่องเที่ยวของเราได้ตรงเป้ามากขึ้นแล้วเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ตัวอย่างเช่น โครงการของกรมการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ tourlism wallet หรือบูรณาการระบบเชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนข้อมูลกลาง ทั้งหมดนี้ประเทศไทย หรือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะก้าวหน้าแบบปิดตาเหมือนเดิมหรือเปล่า หรือเราจะสร้างกลไกต่างๆ ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และในส่วนของกีฬา ที่มีโครงการชื่อว่า Calories Credit Challenge (CCC) กับฐานงบประมาณองค์ความรู้ และแพลตฟอร์มการประมวลผลด้านส่งเสริม และพัฒนา ซึ่งถ้านำแพลตฟอร์ม CCC ของภาครัฐไปเชื่อมโยงกับเอกชน งานวิ่ง การท่องเที่ยว และท้องถิ่น เราจะมีข้อมูลทั้งหมด และสามารถรพัฒนาฐานข้อมูล เพื่อสนับสนุนนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกายโดยมีเป้า 50% ของประชากรที่ต้องออกกําลังกาย
เรื่องนี้เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งของการบริหารทั้งหมด ถ้ากระทรวงทบวง กรม และฝ่ายบริหารได้นําดาต้าไปใช้ ได้ใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ได้ใช้ AI มาช่วยทําให้รายได้ดีขึ้น และตรงกับจุดเป้าหมายมากขึ้น รวมถึงรู้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวหรือคนที่มาลงทุนในประเทศ ทุกวันนี้เรากําลังขับเคลื่อนประเทศในงบประมาณที่จํากัด งบประมาณขาดดุลมากว่า 10 ปี แต่สุดท้ายถ้าเราไม่มี Innovation หรือไม่มีการ Disruption หรือเพิ่มความรู้ให้กับประชาชนได้ ประเทศจะไปต่อได้อย่างไร สุดท้ายต้องขอบคุณหน่วยงานทั้งหมด และรวมถึงกรรมาธิการที่ช่วยกันรัดเข็มขัดที่ตัดงบมาได้ 4% ทั้งๆ ที่ผมเสนอแค่ 2% นายชลัฐ กล่าวทิ้งท้าย