"สส.ตวงทิพย์" จี้กระทรวงเกษตรฯ แก้ปัญหาให้เกษตรกร

"สส.ตวงทิพย์" จี้กระทรวงเกษตรฯ แก้ปัญหาให้เกษตรกร

"สส.ตวงทิพย์" อภิปรายงบฯ วาระ 2 จี้ กระทรวงเกษตรฯ แก้ปัญหาให้เกษตรกร สภาพภูมิอากาศ ภาวะโลกเดือด น้ำท่วม ภัยแล้ง วันที่ 20 มีนาคม 2567 นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทยอภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 มาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วาระ 2 ว่า เนื่องจากมีความสนใจและเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องในภาคการเกษตรทุกกลุ่ม ทุกคนไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าปัจจุบันนี้โลกเราเกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก มีหลายเหตุผล หลายปัจจัย ทั้งปัญหาสภาพภูมิอากาศ สิ่งเหล่านี้กระทบต่อการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชนในหลายๆด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการเกษตร ที่ปัจจุบันนี้พี่น้องเกษตรกรไม่สามารถคาดเดาได้ ว่าน้ำจะท่วม หรือจะเกิดภัยแล้ง ในปีนี้ . นางสาวตวงทิพย์ อภิปรายว่า สภาพภูมิอากาศส่งผลโดยตรงต่อพืชผลทางการเกษตร ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักของพี่น้องเกษตรกร และมีผลต่อเนื่องถึงสภาวะเศรษฐกิจปากท้อง ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรและพี่น้องประชาชน ได้ไล่เรียงดูงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณปีนี้ 53,000 ล้านบาทเศษ ถูกปรับลดในชั้นกรรมาธิการ 54 ล้านบาทเศษ คิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เห็นด้วยและขอชื่นชมเพราะถือว่าปรับลดน้อยเมื่อเทียบกับงบประมาณทั้งหมด . “ที่กังวลคือภาวะโลกเดือด ที่เพื่อนสมาชิกพรรคภูมิใจไทยได้เคยอภิปรายไปก่อนหน้านี้แล้ว เป็นปัญหาหลัก เป็นปัญหาใหญ่กว่าภัยแล้ง หนักหนากว่าเอลนินโย่ กระทบทุกภาคส่วน ทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องเกษตรกร ขอสอบถามคณะกรรมาธิการ ว่าได้มีการสอบถามหน่วยงานในเรื่องนี้บ้างหรือไม่ เพราะเมื่อดิฉันได้เปิดดูในเล่มยังไม่เห็นโครงการที่แก้ไขปัญหานี้เท่าที่ควรเลย”นางสาวตวงทิพย์ ระบุ . นางสาวตวงทิพย์ กล่าวว่า ในปีงบประมาณนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับการจัดสรรงบประมาณลดลงจากปีที่แล้วกว่า 13.17% ซึ่งคิดเป็นเงินประมาณ 8,000 กว่าล้านบาท เป็นห่วง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทางคณะกรรมาธิการ จะยังคงไว้ในสัดส่วนที่สําคัญ และเมื่อเปิดดูในรายงานของคณะกรรมาธิการแล้วจะพบว่ามีแผนงานยุทธศาสตร์การเกษตรสร้างมูลค่าอยู่ในเกือบทุกกรม เพื่อที่จะนํามาใช้ในการพัฒนาประเทศ ซึ่งจะสามารถเสริมสร้างศักยภาพของพี่น้องเกษตรกร เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร สามารถเพิ่มรายได้ที่มากขึ้น ให้พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรได้ โดยใช้นวัตกรรมการเกษตรยุคใหม่ รวมทั้งการสร้างความมั่นคงให้อุตสาหกรรมการเกษตรของไทยในเวทีระดับโลกด้วย . นางสาวตวงทิพย์ กล่าวว่า อยากสะท้อนปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหาเดิมๆซ้ำๆ มาโดยตลอด นั่นก็คือปัญหาน้ำท่วม เวลาท่วม ก็ท่วมซ้ำซาก เป็นประจํา พื้นที่ที่เกิดภัยแล้งขาดแคลนน้ำเป็นประจํา เช่นกัน พืชผลทางการเกษตรประเมินค่าความเสียหายไม่ได้เลยในแต่ละปี พี่น้องเกษตรกรไม่ได้อยากได้ถุงยังชีพ มาม่า ปลากระป๋อง แล้ว แต่สิ่งที่พี่น้องเกษตรกรอยากได้คือการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว อย่างเป็นระบบ . “คิดว่ากรมชลประทาน น่าจะเข้าใจปัญหานี้ดีที่สุด จึงอยากให้กรมชลประทานมีโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนานนี้ ให้กับพี่น้องเกษตรกรทุกภาคของประเทศ เพราะว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กํากับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปากท้องของพ่อแม่พี่น้องโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นกรมการข้าว กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร รวมถึงกรมชลประทาน ซึ่งเกี่ยวพันกันทั้งหมด และแต่ละหน่วยงานมีความสามารถหาทางบูรณาการแก้ไขปัญหาเดิมเดิมนี้ได้แน่นอน”นางสาวตวงทิพย์ กล่าว