21 มีนาคม 2567 เวลา 00:30
แนะรัฐฯ จัดสรรงบกรมชลฯ เพื่อการปรับปรุง-ป้องกัน
“สส.อำนาจ” เสนอตัดลดงบประมาณของ ก.เกษตรฯ ลง 1% พร้อมแนะรัฐฯ จัดสรรงบกรมชลฯ เพื่อการปรับปรุง ป้องกัน มากกว่าการเยียวยา
วันที่ 20 มีนาคม 2567 นายอำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 จ.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอตัดลดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลง1%ด้วยหลักการและเหตุผลดังนี้ อยากเห็นรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดสรรงบประมาณลงไปเพื่อการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขดีกว่าการเยียวยา อย่างเช่นที่ผ่านมาในทุกๆ ครั้ง ทุกๆ ปี เวลาน้ำท่วมชดเชย น้ำแล้งชดเชย อยากให้จัดสรรงบประมาณลงไปในการปรับปรุงแล้ว ดําเนินการป้องกันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้น เช่น การขยายตัวของพื้นที่เกษตรในจังหวัดปราจีนบุรีมีจํานวนมากเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสําคัญ ทุเรียนเป็นผลไม้ที่สร้างชื่อให้กับประเทศและในจังหวัดปราจีนบุรีเป็นอย่างมาก จะเห็นได้ว่าในปี 64 มีพื้นที่เพาะปลูกทุเรียน 3,027 ไร่ ในปี 65 มีพื้นที่เพาะปลูกทุเรียน 4,302 ไร่ ในปี 66 มีพื้นที่ปลูกทุเรียน 5,762 ไร่ และในปี 67อาจจะถึง 7,000 ไร่ เหตุผลที่จํานวนพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนในจังหวัดปราจีนบุรีเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็นเพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมจากต่างประเทศ มียอดสั่งซื้อจากต่างประเทศเป็นจํานวนมาก และเป็นที่นิยมของพี่น้องในประเทศไทยที่นิยมบริโภคทุเรียนโดยเฉพาะทุเรียนของจังหวัดปราจีนบุรี เป็นทุเรียนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นที่สร้างชื่อให้กับจังหวัดประจีนบุรีตลอดมา ซึ่งในวันที่ 29 พฤษภาคม ถึงวันที่ 9 มิถุนายน จะมีงานเกษตรที่จังหวัดปราจีนบุรี ขอเชิญสมาชิกทุกท่านไปพิสูจน์ได้ว่า ทุเรียนปราจีนบุรีดีจริงหรือไม่
.
นายอำนาจ ได้อภิปรายอีกว่า พื้นที่เกษตรกรที่เพิ่มจํานวนมากขึ้นนั้น แต่ยังไม่เห็นการจัดการของกรมชลประทานในการบริหารจัดการน้ำที่จะให้เพิ่มขึ้นตามจํานวนพื้นที่ที่มีการเพาะปลูก จากงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้รับ53,933,774,200 บาท กรมชลฯ ได้รับจัดสรร 35,715,498,700 บาทเป็นงบบริหารจัดการน้ำ และชลประทาน 19,965,026,500 บาท จากงบประมาณที่ได้จัดสรรลงไปที่กรมชลประทานเพื่อบริหารจัดการน้ำ ยังไม่เห็นว่ามีโครงการใดที่จะจัดสรรบริการน้ำไปในพื้นที่ จึงอยากเสนอโครงการเพื่อเป็นแนวทางให้กรมชลประทานไว้พิจารณาในการพิจารณางบประมาณเพื่อปกป้องกันและแก้ไข 1) โครงการขยายปรับปรุงแหล่งน้ำในเขตชลประทาน 9 ครอบคลุมพื้นที่ 499,000ไร่ ควบคุม 2 จังหวัดคือ จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา

“กรมชลประทานภาค 9 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางพลวง ได้จัดทําการสํารวจไว้ โดยการขยายพื้นที่คูคลองในแนวชลประทานให้มีความกว้าง ความยาว ความลึกได้มาตรฐาน จะสามารถลดระยะทางในการระบายน้ำ สามารถลดระยะทางได้ถึง 36.95 กิโลเมตร ทั้งยังเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเป็นแก้มลิงในเวลาที่นําแล้ง และจะเป็นพื้นที่ระบายน้ำในเวลาที่น้ำหลากด้วย จึงอยากนําเสนอเป็นแนวทางให้กับกรมชลประทานพิจารณา”

สำหรับโครงการที่ 2 คือ โครงการท่าแห ซึ่งเป็นโครงการของอบต.บ้านหอย ขอให้ทางกรมชลประทานช่วยดําเนินการแก้ปัญหาเรื่องของวัชพืชจำนวนมาก ซึ่งคลองท่าแหเป็นคลองสำคัญ สามารถระบายน้ำจากอําเภอกบินทร์บุรี ลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี จะช่วยลดการเกิดน้ำท่วมในอำเภอกบินทร์บุรีได้
นอกจากนี้ นายอำนาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.จังหวัดระนอง ขอความอนุเคราะห์กรมชลฯ อาคารระบายน้ำห้วยโพธิ์ จ.ระนอง มีปัญหาน้ำรั่วซึม ตลอดจนคลองชลประทาน ที่มีความตื้นเขิน จึงอยากให้ช่วยปรับปรุงให้กับทางจังหวัดระนองด้วย