
21 มีนาคม 2567 เวลา 12:08
เรียกร้องแก้ปัญหาไซเบอร์ หลังมิจฉาชีพหลอกปชช.ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
"ซาการียา" เรียกร้องกระทรวงดีอี หาทางแก้ปัญหาไซเบอร์หลังมิจฉาชีพหลอกชาวบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข หลุด 2.2 ล้านรายชื่อ พร้อมถามระบบคลาวด์ภาครัฐกี่ปีจะเสร็จ เพื่อลดสูญเสียงบประมาณที่หน่วยงานต้องเช่าพื้นที่ เพื่อความปลอดภัย
วันที่ 21 มี.ค. 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส เขต 4 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายมาตรา 16 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ว่า กระทรวงดีอี เป็นกระทรวงที่มีอิทธิพลต่อประชาชน และสังคมปัจจุบันเป็นอย่างมาก ประชาชนทั้งประเทศสื่อสารออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งมีทั้งข้อดี ข้อเสีย เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา มีข่าวว่าข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะรายชื่อ และประวัติของประชาชนจํานวน 2.2 ล้านรายชื่อหลุด ซึ่งข้อมูลหลุดเหล่านี้อันตรายต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งขอยกตัวอย่าง 3 วิธีการของอาชญากรรมทางไซเบอร์ เพื่อจะได้เห็นภาพว่าข้อมูลที่หลุดออกไปจะทําให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างไร 1.แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะโทรตามเบอร์ต่างๆ สามารถบอกชื่อนาม-สกุล ได้ ซึ่งผมโดนมากับตัว และจากข่าวเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีชายหนุ่มถูกหลอก และออกมาแฉว่าคุยแค่ 2 นาทีก็ดูดเงินผ่านเว็บเกลี้ยงบัญชี โดยที่ไม่ได้กดลิงก์ หรือทำอะไร แค่คุยก็หมดเกลี้ยงบัญชี และตอนนี้ยังมีการก๊อบปี้เสียงโดยใช้ AI เพื่อทําให้คนเชื่อใจเป็นคนรู้จักโทรมา แล้วก็โอนเงินไปให้ 2. เป็นแอปดูดเงิน เมื่อเราลงแอปในโทรศัพท์ก็จะทําการดูดเงินในบัญชีและ 3 เป็นข้อความ SMS ที่แนบลิงก์เชิญชวนให้พี่น้องผู้เสียหายเข้าไปกดลิงก์แล้วก็ดูดเงินไป
นายซาการียา กล่าวอีกว่า ทำให้มีคนตั้งคําถามไปยังรัฐบาลว่าให้ความสําคัญกับนโยบายความปลอดภัยทางไซเบอร์มากน้อยแค่ไหน เพราะข้อมูลดังกล่าวมีชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ และอื่น ๆ ทำให้มิจฉาชีพสามารถไปหลอกชาวบ้านได้ จากกสถิติของไทย โปลิศออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2565 ถึงวันที่ 30 กันยาน 2566 มีการแจ้ง 365,547 เรื่อง เสียหายถึง 45,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมาก และบางคนถูกหลอกจนสิ้นเนื้อประดาตัว กระทรวงดีอี รับงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนขีดความสามารถ และการแข่งขันทางดิจิทัลของประเทศ โดยเฉพาะความมั่นคงด้านความปลอดภัยทางดิจิทัล และไซเบอร์ ซึ่งผมมองว่าเหตุที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ผ่านมาหลายๆ ปีติดต่อกัน ได้มีการนํางบประมาณไปใช้ และให้ความสําคัญกับไซเบอร์ซีเคียวริตี้มากน้อยแค่ไหน จึงอยากให้ตระหนักถึงเรื่องนี้อย่างเข้มข้น
นายซาการียา ยังกล่าวถึง ระบบคลาวด์กลางของภาครัฐ ที่จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการแก้ปัญหาทางไซเบอร์ เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานของดิจิทัล หน่วยงานภาครัฐที่จะได้เข้าถึงทรัพยากรคลาวด์ในมาตรฐานในระดับโลก รองรับระบบไอทีจากภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ปลอดภัย และควบคุมได้ เพื่อนําไปสู่การวิเคราะห์ประโยชน์ข้อมูลส่วนรวมอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดงบประมาณภาครัฐทั้งในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โครงการคลาวด์เป็นโครงการที่มีการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมรัฐบาล ด้าน Government Big Data Center ที่ดำเนินการโดย สดช. และ CAT ด้วยงบประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ไม่มาก ดังนั้นจึงมีคําถามเกี่ยวกับระบบคลาวด์ภาครัฐว่าในปี 67 โครงการนี้เท่าที่เห็นมีงบประมาณอยู่ที่ 318 ล้านจาก 4,000 ล้าน ขอถามว่า อีกกี่ปีจะเสร็จ ถ้าเป็นงบประมาณจะใช้ระยะเวลาเท่าไรถึงจะลุล่วง เนื่องจากตอนนี้กระทรวงต่าง ๆ ได้เช่าพื้นที่คลาวด์ในหน่วยงานของตัวเอง ทําให้เราสูญเสียงบประมาณจำนวนมาก บางหน่วยเนี่ยก็ทําเป็นงบผูกพัน 3 ปี 5 ปี ถ้าเรามีความชัดเจนว่าโครงการนี้สามารถทําเสร็จได้เมื่อไร ก็จะสามารถลดงบประมาณของประเทศได้
และกระทรวงจะมีความปลอดภัย และมีผลดีต่อภาษีของพี่น้องประชาชน ผมจึงขอปรับลดงบประมาณจํานวน 2%