
21 มีนาคม 2567 เวลา 12:11
ไทยกลายเป็นหลุมดําทางดิจิทัล-แกนกลางแหล่งกระทำผิด
"สส.ณัฏฐ์ชนน" อภิปรายปรับลดงบฯ กระทรวงดิจิทัลฯ 3% ไม่มีระบบป้องกันการก่ออาชญากรรมบนโลกไซเบอร์ จนทำให้ไทย กลายเป็นหลุมดําทางดิจิทัล ประเทศไทยกลายเป็นแกนกลางแหล่งกระทําความผิดดิจิทัลทุกรูปแบบ อัดยับ! พันธกิจ ดีอี 6 ด้าน ไม่มีเรื่องป้องกันความปลอดภัยทางเทคโนโลยี ดิจิทัล ซีเคียวริตี้
วันที่ 21 มีนาคม 2567 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายปรับลด 5 %ในร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 มาตรา 16 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยระบุว่า งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานในกํากับตั้งงบไว้ 5,347 ล้านบาท ขอปรับลด 3% คือ 160 ล้านบาทคงเหลือ 5,187 ล้านบาท กระทรวงดิจิทัลฯ ตั้งเมื่อปี 2545 รวม 22 ปีแล้ว แต่วิกฤตดิจิทัล เกิดขึ้นเมื่อปี 2543 ก่อนที่จะมีกระทรวงนี้เขาเรียกว่า วิกฤตปี 2000 ทั่วโลกโหนกระแสบอกว่าจะเกิดวิกฤติทางดิจิทัล และอินเทอร์เน็ต เขาเรียกว่า Y2K หรือ มิลเลเนียม ปรากฏว่าไม่เป็นอะไร เป็นการต้มตุ๋นทําให้โลกตื่นเต้นในการเปลี่ยน ค.ศ.จาก 1999 เป็น 2000 จะเกิดวิกฤติทางเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเทอร์เน็ต ทุกประเทศทั่วโลกต้องตั้งงบประมาณ ภาครัฐภาคเอกชนโดยเฉพาะประเทศไทยรัฐบาลตั้งงบประมาณ เอกชนตั้งงบประมาณ ถ้าเป็นในปัจจุบันครับ ปปช. สตง. เล่นตายเลย สุดท้ายมันไม่มีอะไรในกอไผ่ นับเป็นบทเรียนของการต้มตุ๋นคนทั้งโลก
.
“ผมไม่อยากเห็นประเทศไทยเป็นเหยื่อโลกดิจิทัล ประเทศไทยต้องมีระบบ DIGITAL SECURITY (ดิจิทัล ซีเคียวริตี้) ความปลอดภัยในโลกดิจิทัล เพื่อนสมาชิกลุกขึ้นมาอภิปรายในเรื่องของโลกออนไลน์ การโดนหลอก การโดนตุ๋น ประเทศยักษ์ใหญ่ของโลก ซึ่งมีความปลอดภัยสูง ในเรื่องของระบบความป้องกันประเทศ คือประเทศรัสเซีย เมื่อปีใหม่มีโอกาสได้เดินทางไปประเทศรัสเซีย มีนโยบายถอดปลั๊กอินเตอร์เน็ต ประเทศรัสเซียมีนโยบายควบคุมเฟซบุ๊ค และไลน์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ผ่านมา 15 ถึง 17 มีนาคม ค.ศ. 2517 ไม่กี่วัน ปรากฏว่ารัสเซียโดนโจมตี แฮก ข้อมูลประมาณ 160,000 ครั้ง ประเทศเหล่านี้เค้ามีการป้องกัน บุคลากรของเขาประเทศสหรัฐ กับประเทศจีน ล้วนแล้วมีการป้องกันในระบบดิจิทัล วันนี้เรามาดูในประเทศอาเซียน ประเทศพม่า ลาว กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ ล้วนแล้วแต่มีกระบวนการป้องกันประเทศ และประชากรของเขา แต่วันนี้ ประเทศไทยเขาเรียกว่าหลุมดําทางดิจิทัล เพราะเป็นแหล่งกระทําความผิดในทุกรูปแบบ โดยใช้ประเทศไทยเป็นแกนกลาง สาเหตุ กฎหมาย การควบคุมของรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงดีอี น้อยมาก” นายณัฏฐ์ชนน กล่าว
.
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอีกว่า พี่น้องชาวสวนยาง บ้านผมโดนหลอก พี่น้องชาวนาอีสานโดนหลอก พี่น้องชาวลําไยภาคเหนือโดนหลอก คนรวย คนจน โดนหลอก เพราะระบบการป้องกันของกระทรวงดีอี ท่านไปตัดงบประมาณส่วนไหน กระทรวงดิจิทัล มีวิสัยทัศน์จะเป็นผู้นํา ผลักดัน การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ประเทศไทย 4.0 จะไป 4.0 แต่ไม่มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาระบบป้องกันให้กับคนไทย อยากจะให้กรรมาธิการ นอกจากไปดูยอดเงินแล้ว ภาพรวมของกระทรวงมันก็เป็นเรื่องที่สําคัญ ปรากฏว่าพันธกิจ 6 ด้าน ไม่มีแนวทางป้องกันความปลอดภัยทางเทคโนโลยีดิจิทัล ซีเคียวริตี้ มันเป็นเรื่องสําคัญอันดับหนึ่ง แต่กระทรวงให้ความสัมพันธ์น้อยมาก และไม่พูดถึงในพันธกิจ
.
“งบประมาณกระทรวงดิจิทัล 5,347 ล้านบาท ท่านกรรมาธิการไปเปิดในเล่มที่สอง หน้า 42 สีส้ม สํานักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตั้งงบประมาณดิจิทัล ซีเคียวริตี้ น้อยมากไปดูในแผ่นที่ 2 แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล 4 โครงการ เปิดแล้วดีใจครับมันมี 4 โครงการ แต่ต้องไปดูในรายละเอียด โครงการที่ 1.ศูนย์ประสานงานและแก้ปัญหาข่าวปลอมครับแอนตี้ เฟคนิวส์ เซ็นเตอร์ หรือว่า เอเอฟเอ็นซี ตั้งงบไว้เยอะ 69.5 ล้านบาท นี่คือทั้งประเทศ โครงการที่ 2.โครงการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนด้านคดี และภัยออนไลน์ ตั้งงบไว้ 4,300,000 บาท ยิ่งกว่า งบ อบต. โครงการที่ 3 โครงการตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ 12 ล้านบาท โครงการที่ 4 โครงการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ เอดีซี 32.2 ล้านบาทรวมแล้วทั้งหมด 4 โครงการที่ขึ้นกับสํานักปลัดดีอี 118 ล้านบาท ขอถามว่าพอไหม ในการดูแลความปลอดภัยทางเทคโนโลยีให้กับ คนไทยทั้งประเทศ ทั้งปี” นายณัฏฐ์ชนน กล่าว
.
“อยากให้สมาชิกติดตามในเรื่องงบประมาณสํานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในเล่มที่สอง หน้า 43 แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจและดิจิทัล งบประมาณ 6 โครงการ เห็นด้วย 246 ล้านบาท แต่แผนงานบูรณาการดิจิทัล 3 โครงการใหญ่ สามารถปกป้องคนไทยทั้งประเทศได้ ไปดูเล่มนี้ เอกสารงบประมาณฉบับที่ 3 งบประมาณรายจ่าย เล่มใหญ่ เล่มที่ 5 หน้า 656 ปรากฏว่างบประมาณที่กระทรวงเสนอไป ไม่มีในเล่มนี้ ไม่มีในเล่มสีส้ม ที่กําลังพิจารณาอยู่ มันมี 3 โครงการ 1.แผนบูรณาการดิจิทัล 3 โครงการ ที่หายไป หน่วยงานไหนช่วยชี้แจงหน่อย 1.โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและความมั่นคงปลอดภัยด้านดิจิทัล 1,106 ล้านบาท หายไป ไปอยู่ตรงไหน ช่วยชี้แจง 2.โครงการพัฒนาระบบคลาวด์กลางของกระทรวงสาธารณสุขของประเทศ 90.5 ล้านบาท ไม่มั่นใจว่าที่มีปัญหาหรือเปล่า 3.โครงการบริหารระบบคลาวด์กลางของภาครัฐ (Government Data Center and Cloud service) หรือ (GDCC) งบประมาณ 316 ล้านบาท รวม 3 โครงการ 1,514 ล้านบาท ไปตกอยู่ตรงไหน ช่วยอธิบายหน่อย
.
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า มองไม่เห็นโครงการของกระทรวงดีอี ที่สามารถป้องกันความปลอดภัยดิจิทัล ให้กับคนไทยได้เลย สรุปสุดท้าย ถามจริงๆ ท่านประธานเล่นเฟซบุ๊กไหม ท่านประธานเล่นติ๊กต๊อกไหม วันนี้มันมีการยัดเยียดในการโฆษณา ลองไปเปิดดู มันมาทั้งคืนเลย เพราะฉะนั้นกระทรวงดีอี จะแก้ปัญหาในการยัดเยียดสื่อโฆษณาให้กับคนไทยจะทําอย่างไร เพราะฉะนั้นมูลค่าความเสียหายของกระทรวงดีอี อย่าหวังพึ่งพาตํารวจไซเบอร์ ในการดําเนินคดี การกระทําความผิด แต่ให้กระทรวงดีอี ต้องป้องกันข้อมูลภาครัฐ เอกชน และบุคคล ให้ปลอดภัย จะทำอย่างไรในงบประมาณปี 2568 เตรียมไว้ด้วย