เสนอปรับลดงบ ก.พลังงาน 5% แนะปรับบางโครงการ

เสนอปรับลดงบ ก.พลังงาน 5% แนะปรับบางโครงการ

"แนน บุณย์ธิดา" เสนอปรับลดงบ ก.พลังงาน 5% แนะปรับเปลี่ยนโครงการบางอย่าง เพื่อให้เหมาะสมกับแนวนโยบายตามยุทธศาสตร์ BCG ที่ไทยเป็นคนคิดเอง และต่างชาติยอมรับ เพื่อให้ไทยเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ต่อไป วันที่ 21 มีนาคม 2567 แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายแปรญัตติ ปรับลดงบประมาณมาตรา 18 ของกระทรวงพลังงาน 5% โดยกล่าวว่า เนื่องจากกระทรวงพลังงานเป็นกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งขณะนี้ประเทศต่างๆ มีความพยายามที่จะร่วมกันเยียวยาปัญหาไม่ว่าจะเป็นโลกร้อน ปัจจุบันเป็นโลกเดือดแล้ว ด้วยการมุ่งสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวเพื่อพัฒนาให้เกิดกระบวนการที่สะอาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และยิ่งโดยเฉพาะประเทศไทยของเราได้ประกาศแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียวหรือ BCG Model เป็นหนึ่งในวาระแห่งชาติตั้งแต่ปี 2564 ได้นำเสนอวิสัยทัศน์นี้ในการประชุมเอเปคในปี 2022 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ และได้รับเสียงสนับสนุนมากมายจากบรรดาประเทศผู้นำที่เข้าร่วมกันประชุมในครั้งนั้น ซึ่งต่างก็เห็นด้วย และต้องการนำไปปรับใช้ในประเทศของตนเอง ถือเป็นประกาศถึงความสำเร็จในแนวคิดเศรษฐกิจ BCG ที่ประเทศไทยพยายามผลักดัน แต่ในมุมของด้านพลังงานของประเทศเรา โดยหลักเรายังคงพึ่งพาพลังงานจากน้ำมัน และถ่านหินเป็นหลัก ยังไม่มีทีท่าว่าจะส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะเห็นคนในบ้านเราตื่นตัว สนใจในการซื้อรถไฟฟ้ากันมากขึ้น แต่องค์ประกอบโดยรวมนอกจากนั้น มีไม่มากเพียงพอ มีแค่เฉพาะการซื้อเท่านั้น . "หน่วยงานราชการเองที่ควรจะเป็นผู้นำในการพาประเทศก้าวสู่พลังงานสะอาด ก็ยังไม่มีนโยบายที่จะปรับเปลี่ยนอย่างเป็นรูปธรรม และยิ่งดูในรายละเอียดคำของบประมาณ ทางกระทรวงพลังงาน ซึ่งคนจะเป็นผู้นำ ควรจะเป็นหลักในด้านพลังงานสะอาดต่อไปให้ประเทศในอนาคต แต่เมื่อดูคำขอเกี่ยวกับรถยนต์ รถไฟฟ้าทั้งกระทรวงมี 2 คันเท่านั้น นอกนั้นเป็นรถสันดาบเหมือนเดิม แล้วอย่างนี้จะให้กระทรวงอื่นๆ ตามได้อย่างไร" สส.อุบลราชธานี อภิปรายอีกว่า เมื่อมาดูในรายโครงการ เช่น โครงการส่งเสริมการติดตั้ง EV Charging Station ในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง โดยคำของบประมาณ 4,942,800 บาท ต้องถามกรรมาธิการว่า โครงการนี้ ทำอะไรและส่งเสริมในลักษณะใด ประเด็นแรก ในขณะนี้ผู้ที่เป็นเจ้าของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเขาต้องการติดตั้งสถานี Charging แน่นอน แต่ปัญหา คือ ระบบที่เป็นแบบ Normal Charge แน่นอนว่าเขาอาจจะได้กำไรแต่ได้น้อย แต่ในระบบ Fast Charge ที่หน่วยงานพัฒนามา เขาขาดทุน แล้วเมื่อเขาขาดทุน คุณสามารถให้เขาขายได้ในราคาหน่วยละ 7 บาทเท่านั้นเท่านี้จริง แต่ราคาต้นทุนมันอยู่หน่วยละ 9 บาท ท่านคิดว่าการที่ไปส่งเสริมในการตั้งสถานี EV จะยั่งยืนหรือไม่ ในเมื่อผู้ที่เขาให้บริการ ซึ่งเป็นต้นทุนเขาเอง เขาขาดทุนอยู่ทุกวันในระบบของ Fast Charge เพราะฉะนั้นโครงการตรงนี้ ท่านได้สอบถามรายละเอียดถึงขั้นลึกหรือไม่ 4 ล้าน เกือบ 5 ล้านกว่าบาทพอไหม . ประเด็นต่อมาคือ ข่าวเมื่อปีที่แล้ว ทาง EU ประกาศ ทั้งเลิกผลิตและขายรถสันดาบ ในปี 2035 ถามว่า ในขณะนี้ประเทศของเราที่มีการโฆษณาขายรถเต็มประเทศ เอาจริงๆ แล้วระบบของเราเริ่มนับหนึ่งแล้วหรือยัง เรื่องระบบพลังงานสะอาดนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างที่ทราบกัน การเกิดฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดจากเชื้อเพลิงไม่สะอาดควบคุมได้ มาเปิดดูในรายการ ซึ่งเห็นอยู่อันหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด ซึ่งจริงๆ มันวนเวียนอยู่ในประเทศเรามาเป็นสิบๆ ปี แต่ก็ยังไม่ได้เห็นเป็นรูปประธรรมเพียงพอ คือพลังงานชีวมวล ซึ่งได้เห็นในข้อสังเกต ของกรรมาธิการเรื่องพลังงานชีวมวล ว่าให้กระทรวงต้องส่งเสริมในเรื่องนี้ แต่พอมาดูในโครงการ เล่มขาวคาดแดง เป็นเพียงโครงการศึกษา สำหรับราคาให้พัฒนาตลาดในการซื้อขายเชื้อเพลิงชีวมวล 4 ล้าน 8 ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาราคาซื้อขาย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในการตั้งตรงนี้ไม่ได้ หลายๆ พื้นที่ทราบดี ความรู้ความเข้าใจ เมื่อท่านจะไปตั้งโรงงานใกล้ๆ แถวบ้าน ชาวบ้านก็คัดค้านแน่นอน เพราะเขายังไม่ทราบ และเขากลัวปัญหาตามมา โดยเฉพาะปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ ท่านได้ทำครบแล้วหรือยัง ก่อนที่จะพัฒนาเรื่องซื้อขาย เมื่อเราต้องการใช้พลังงานชีวมวล และสามารถที่จะทำให้ปลอดภัยเพียงพอ เมื่อตั้งอยู่ในชุมชน หรือใกล้ชุมชน ชาวบ้านเขาจะยอมรับ ที่สำคัญที่สุดควรที่จะเร่ง เพราะว่าต่างประเทศเขาเริ่มมีกันแล้ว แต่เรากฎหมายบางตัวก็ยังไม่เสนอเข้าสภาด้วยซ้ำ เช่น เรื่องคาร์บอนเครดิต ที่ตอนนี้หลายประเทศเขาใช้เพื่อเกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลดภาษี . สุดท้ายนี้ขอฝากไปยังกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีข้อสังเกต ค่อนข้างหลากหลาย และเป็นข้อสังเกตที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงโดยไม่ต้องรอเวลา ท่านสามารถปรับเปลี่ยนโครงการบางอย่างเพื่อปรับเปลี่ยนโลกของเรา ประเทศของเราที่พึ่งพาพลังงานฟอสซิลเป็นพลังงานสะอาด เพื่อให้เหมาะสมกับแนวนโยบายตามยุทธศาสตร์ BCG ที่เราเป็นคนคิดเอง และต่างชาติก็ยอมรับแนวนโยบายของเรา เพื่อให้เราเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ต่อไป แต่โครงการที่เห็นต้องบอกว่ามีหลายอย่างที่มีข้อกังขา เลยขออนุญาตปรับลดงบประมาณ กระทรวงพลังงานลง จำนวน 5% น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวทิ้งท้าย