
22 มีนาคม 2567 เวลา 01:53
ปรับลดงบ 4% เหตุไม่ตั้งงบฯ ฉุกเฉินกำจัดกากอุตสาหกรรม
"สส.พิมพฤดา" ปรับลดงบประมาณ 2567 ในส่วน ก.อุตสาหกรรม 4% เหตุ ไม่ตั้งงบฯ ฉุกเฉินเกี่ยวกับการกำจัดกากอุตสาหกรรม ที่เป็นอันตรายต่อประชาชน และสร้างมลพิษ บรรเทาผลกระทบ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
วันที่ 21 มีนาคม 2567 นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 3 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 มาตรา 26 กระทรวงอุตสาหกรรม ว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มีหน่วยงานที่ขอรับงบประมาณทั้งในส่วนที่เป็นกรม และสํานักงาน รวมทั้งสิ้น 7 หน่วยงาน ในปีงบประมาณพุทธศักราช 2567 ได้รับงบประมาณ 2,183 ล้านบาทเศษ และคณะกรรมาธิการ ได้ปรับลดงบประมาณไปจํานวน 8,820,000 บาท ซึ่งได้แปรญัตติปรับลดงบประมาณจํานวน 4% โดยมีรายละเอียด จากข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ เรื่องการเตรียมพร้อมในการพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุนการรองรับ อุตสาหกรรม ที่ใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานไฟฟ้าทดแทน รวมไปถึงกลไกด้านการแข่งขันกับบริษัทต่างชาติ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เป็นเรื่องที่สําคัญ เป็นก้าวที่สําคัญมากที่จะทําให้ประเทศพัฒนาก้าวไปข้างหน้า
.
นางสาวพิมพฤดา อภิปรายว่า แต่การที่จะพัฒนาประเทศไปข้างหน้า เรายังจะต้องคํานึงถึงผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอยู่ด้วย เนื่องจากทุกการพัฒนา ทุกโอกาส มีความเสี่ยง ภารกิจหลักของกระทรวง หรือกรมต่าง ๆ มุ่งเน้นไปแต่การผลิต ผลผลิต ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือการออกใบอนุญาต แต่โรงงานไม่ได้ผลิตแต่ตัวผลิตภัณฑ์เท่านั้น โรงงานยังสร้างขยะ หรือกากอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นขยะที่เป็นพิษ หรือขยะที่ไม่เป็นพิษ ออกมาด้วย ซึ่งทราบดีว่าทางรัฐบาลเอง และทางกระทรวงอุตสาหกรรม ตระหนักและให้ความสําคัญ ในการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมให้ดี ให้เรียบร้อย เพื่อให้ไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
.
“ดิฉันได้ตั้งกระทู้สดเพื่อสอบถามทางกระทรวงอุตสาหกรรมไปแล้ว ซึ่งท่านรัฐมนตรี ให้ความกรุณามาตอบกระทู้ด้วยตนเอง เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดอื่นๆ มีสารเคมีรั่วไหลจากโกดัง ที่ลักลอบเก็บสารเคมี สารเคมีเหล่านี้รั่วไหลลงสู่ชุมชน สู่แหล่งน้ำ และเกิดเพลิงไหม้ มีผลทําให้พี่น้องประชาชน เกิดความวิตกกังวล และความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ไม่ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของมนุษย์ หรืออุบัติเหตุก็ดี แต่ว่าทางกระทรวงไม่มีความเตรียมพร้อมในการรับมือเลย ไม่มีความเตรียมพร้อมว่าจะจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นฉุกเฉินแบบนี้อย่างไร ซึ่งวันนั้นได้คําตอบจากท่านรัฐมนตรี ว่าจะต้องรองบประมาณประจําปี ซึ่งได้ตรวจดูแล้ว งบประมาณประจําปี พ.ศ. 2567 ไม่ได้ตั้งไว้ ซึ่งแปลว่าพี่น้องประชาชนโดยรอบจะต้องรอ” นางสาวพิมพฤดา กล่าว
.
ส.ส.อยุธยา กล่าวต่อว่า หลายครั้งที่เกิดปัญหาที่ฉุกเฉินแบบนี้ขึ้นมา ต้องของบกลาง ซึ่งก็ต้องใช้เวลา และขั้นตอนอีกมากมายตั้งแต่เหตุเหตุการณ์เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบมาโดยตลอด ทั้งสารเคมีรั่วไหลลงคลองส่งน้ำ แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทํากินของพี่น้องประชาชนมากกว่าหมื่นไร่ และยังมีผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพใจ และสุขภาพกาย ของผู้คนในชุมชนโดยรอบ แสดงให้เห็นชัดเจนเลยว่าการตั้งงบประมาณของกระทรวงอุตสาหกรรม ยังไม่ได้คํานึงถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นโดยเหตุสุดวิสัย หรืออุบัติเหตุ
.
“ ดิฉันเห็นว่า ควรจะมีการตั้งงบประมาณส่วนหนึ่ง ให้เหมือนกับ อีเมอร์เจนซี่ แทงค์ เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาที่เร่งด่วนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทั่วประเทศ และขอให้การแก้ไขปัญหากากอุตสาหกรรม ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นบทเรียน เพื่อพัฒนาให้ความสําคัญในเรื่องการป้องกัน โดยเมื่อมีเหตุแล้ว จะต้องมีงบประมาณฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างทันท่วงที ทันต่อเหตุการณ์ ดิฉันขอถามไปยังคณะกรรมาธิการ ท่านได้สอบถามหน่วยงานเกี่ยวกับปัญหา ในการเตรียมพร้อมด้านนี้หรือไม่อย่างไร เนื่องจากได้อ่านข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการแล้ว ไม่ได้มีการระบุประเด็นนี้ไว้ เลยไม่แน่ใจว่า ได้มีการสอบถามทางหน่วยงานต่างๆ หรือเปล่า ว่าได้ตั้งงบประมาณเพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้ไว้หรือไม่อย่างไร” นางสาวพิมพฤดา กล่าว
.
นางสาวพิมพฤดา กล่าวอีกว่า อยากจะฝากข้อสังเกต ให้กับคณะกรรมาธิการ และกระทรวงอุตสาหกรรม ว่าอยากให้ท่านนึกถึงคํานึงถึง สถานการณ์ฉุกเฉิน ที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทุกที่ในประเทศหรือมีการบริหารจัดการ จัดทําผังเมือง ให้สอดคล้องกับภูมิรัฐศาสตร์ กับจังหวัด เพราะเราจะต้องมั่นใจว่า รัฐบาลจะต้องมีมาตรการ มีงบประมาณที่เพียงพอ ที่จะควบคุมและรับมือกับอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเรามีงบประมาณที่จะ สามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้ทันที อย่างน้อยรัฐบาล จะสามารถบรรเทาผลกระทบและช่วยเยียวยาพี่น้องประชาชน ผู้ประสบเหตุได้ ถ้าสามารถตอบคําถามที่ดิฉันสงสัยได้ ดิฉันไม่ติดใจที่จะปรับลดงบประมาณ
.
“ในวันนี้ทราบว่าเราผ่านอะไรกันมาเยอะแยะมากมาย แล้ว ต้องขอขอบพระคุณกําลังใจจากท่านรองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นอย่างมากเลยที่มาอยู่ให้กําลังใจ ตัวดิฉัน และเพื่อนสมาชิก” นางสาวพิมพฤดา กล่าว