"หมออลงกต" ชี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นใบเบิกทางวัยรุ่นสู่สารเสพติด ทำให้เกิดปัญหาสังคมหลายมิติ ระบุกว่า 40% ก่อคดีในระหว่างและหลังดื่มสุรา พร้อมเห็นด้วยกับร่างกฎหมายทุกฉบับ แต่ต้องไม่เอื้อนายทุน คํานึงถึงสุขภาพ ปกป้องเยาวชนมากกว่าคํานึงถึงเศรษฐกิจประเทศอย่างเดียว

"หมออลงกต" ชี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นใบเบิกทางวัยรุ่นสู่สารเสพติด ทำให้เกิดปัญหาสังคมหลายมิติ ระบุกว่า 40% ก่อคดีในระหว่างและหลังดื่มสุรา พร้อมเห็นด้วยกับร่างกฎหมายทุกฉบับ แต่ต้องไม่เอื้อนายทุน คํานึงถึงสุขภาพ ปกป้องเยาวชนมากกว่าคํานึงถึงเศรษฐกิจประเทศอย่างเดียว

27 มี.ค. 2567 นายแพทย์ อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เขต 3 พรรคภูมิใจไทย อภิปราย ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ... ว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหมือนเป็นใบเบิกทางหรือเป็นตัวนําพาให้เยาวชน ลูกหลานที่พึ่งหัดดื่มไปสู่สารเสพติดไม่ว่าจะเป็นยาบ้ายาไอซ์ หรือยาอี แม้กระทั่งเป็นใบเบิกทางไปสู่การสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าได้ ซึ่งครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสินค้าอันตราย จึงทำให้มีปัญหาค่อนข้างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสุขภาพของผู้บริโภค ถ้าควบคุมไม่ดีพอก็จะเกิดปัญหากับทางสังคม และอีกหลายอย่าง และที่สําคัญมีผลกระทบต่อการพัฒนาความยั่งยืนของประเทศชาติ โดยเมื่อสัปดาห์มาตัวแทนภาคีเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดนครพนมกว่า 30 คนมาพบที่สํานักงาน พร้อมกับเล่าให้ฟังถึงผลกระทบจากคนติดสุราในครอบครัวที่ลูกติดสุรา และชกต่อยกับพ่อเป็นประจํา จนอยากจะหนีไปบวชชีอยู่วัด และอีกราย เล่าว่า สามีพอเมาสุราชอบทำร้ายตบตีภรรยาโชว์เพื่อน ซึ่งเป็นปัญหาความรุนแรงในครอบครัว นอกจากนี้ ยังมีนายทหารเกษียณอายุราชการ คนบ้านแพง จังหวัดนครพนมเล่าว่ากลับมาเกษียณอยู่ที่บ้านเกิด เพราะว่าอากาศดีมาก แต่พอมาอยู่กับพบว่าข้างบ้านเป็นวัยรุ่นดื่มสุรา ทุกวันส่งเสียงดัง แถมเสพยาเสพติด ผู้นําชุมชนไม่กล้าที่จะรายงานทางอําเภอหรือทางจังหวัด ซึ่งสุราถึงแม้จะถูกกฎหมายก็จริง แต่ว่าสร้างความเสียหาย สร้างผลกระทบในหลายมิติ ทั้งต่อตัวบุคคล ครอบครัว สังคม ชุมชน และต่อประเทศชาติ นายแพทย์ อลงกต กล่าวว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังกระตุ้นหรือเป็นปัจจัยทําให้เกิดโรคหลายหลายอย่าง เช่น โรคตับแข็ง และอาจเป็นส่วนนึงของสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็ง นอกจากนั้นแอลกอฮอล์ ยังทําให้เกิดโรคหลอดเลือดทางสมอง หรือโรคทางจิตประสาท รวมถึงก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ หรือการทะเลาะวิวาท การเกิดอาชญากรรมต่างๆ ซึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถือเป็นอุปสรรคสําคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ คนไทยเสียชีวิตจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปีหนึ่ง 26,000 คน เฉลี่ยทุก 20 นาทีจะมีคนไทยเสียชีวิตจากแอลกอฮอล์ 1 คน จากการศึกษาพฤติกรรมของเยาวชนในสถานพินิจ พบว่าเด็กและเยาวชน 40.8 % ก่อคดีในระหว่างที่ดื่มสุรา หรือภายใน 5 ชั่วโมงหลังจากดื่มสุรา ส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับการทําร้ายร่างกาย 55.9% และเป็นคดีเกี่ยวกับความผิดทางเพศประมาณ 46.2% ส่วนข้อมูลจากสส.ในปี 2565 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนน 14,854 คนสาเหตุจากการดื่มหรือเมาแล้วขับถึง 30% โดยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยในการกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว นายแพทย์ อลงกต กล่าวอีกว่า ในปัจจุบันไทยมี พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ซึ่งพ.ร.บ.ฉบับนี้ดี เพราะมีมาตรการสอดคล้องกับการลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในหลายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจํากัดสถานที่ ช่วงเวลา หรือควบคุมการส่งเสริมการขาย ควบคุมเมาแล้วขับ ซึ่งทั้งหมดเป็นนโยบายที่ทั่วโลกให้การยอมรับ แต่ในความเป็นจริงในไทยยังบังคับใช้กฎหมายได้ไม่ดีพอ ขณะเดียวกันคนดื่มสุรามีแทบทุกหมู่บ้าน และอายุน้อยลงเมื่อก่อนคนติดสุราหรือสุราเรื้อรังอายุ 50- 60 ปีขึ้นไป ปัจจุบัน อายุ 30 กว่าปี การเปลี่ยนบทบาทของวัฒนธรรมของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทุกวันนี่้การคํานึงถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างรอบคอบจึงจําเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่เช่นนั้นแล้วก็จะเกิดปัญหาเหมือนในอดีต ที่ผลิตภัณฑ์จากยาสูบเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยเพราะฉะนั้นตนจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งในการที่จะรับร่างกฎหมายทุกฉบับ แต่ต้องไม่เป็นการเอื้อประโยชน์แก่ผู้ผลิตรายใหญ่ และกฎหมายฉบับที่จะแก้ไขนี้จะต้องคํานึงถึงสุขภาพ คํานึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชน และปกป้องเยาวชนให้มากกว่าคํานึงถึงเรื่องเศรษฐกิจ รายได้ของประเทศอย่างเดียว