
29 มีนาคม 2567 เวลา 11:16
"ภราดร" และ "สส.ภท." ให้ สส.กก. "ปกรณ์วุฒิ" ถอนคำพูด กรณี "ภูมิใจไทยหักมติวิป" ยันช่วย "ก้าวไกล" ในสภาหลายเรื่องรวมถึงเรื่องตั้ง กมธ.แก้ปัญหาช้างป่าบุกที่ทำกินประชาชน จนในที่สุดยอมถอน.
28 มี.ค. 2567 นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงในญัตติ รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมายและเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยอภิปรายว่า ญัตตินี้ที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ววิปฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลได้พิจารณาเห็นพ้องต้องกันว่าญัตตินี้มีความสำคัญว่าอาจจะใช้ข้อบังคับที่ 88 และจะต้องไม่มีการลงมติเห็นชอบหรือไม่ หมายความว่า ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะเห็นชอบกับญัตติที่กรรมาธิการได้นำเสนอต่อสภา นี่คือข้อตกลง
.
" ในกรณีที่ท่านสมาชิกที่ได้ลุกขึ้น ขอนับองค์ประชุม ถ้าแบบนี้ข้อตกลงระหว่างวิปทั้งสองฝ่าย มันก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์ใช่ไหม ถ้าข้อตกลงของวิป ทั้งสองฝ่ายไม่ศักดิ์สิทธิ์นั่นหมายความว่า ในสัปดาห์หน้าเป็นสัปดาห์สุดท้ายแล้ว ซึ่งก็ทำงานกันด้วยดีบ้างไม่ดีบ้าง มาโดยตลอด แต่ส่วนใหญ่ก็จะดี ทางเพื่อนสมาชิกได้ยื่นญัตติตามมาตรา 152 ข้อตกลงของวิปก็ตกลงกันว่า เวลาของฝ่ายค้านจะได้เวลาที่มากกว่า ฝ่ายรัฐบาล ซึ่งอันนั้นไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเลย ข้อตกลงนั้นเป็นการอะลุ่มอล่วยกัน เพื่อที่จะให้ทางฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เวลาที่แบ่งไปให้ฝ่ายค้านเยอะกว่า ถ้าไม่ตกลงตามมติของวิป หรือมติของวิปไม่มีความหมาย ขอบอกแบบนี้ได้ไหมว่า เรื่องเวลาไม่เอาตามเดิมแล้ว พวกผมฝ่ายรัฐบาลก็มีสิทธิ์ในการที่จะอภิปรายตามมาตรา 152 เช่นเดียวกัน เรามาแบ่งเวลากันใหม่ครับ หรือท่านขอใช้สิทธิ์นับองค์ประชุมในสัปดาห์หน้าพวกผมขอนับองค์ประชุมได้บ้างหรือไม่ ถ้าทำกันแบบนี้ ถ้ามติวิปหรือข้อตกลงระหว่างวิปสองฝ่าย คุยกันแล้วไม่ได้ข้อสรุปแบบนี้พวกผมฝ่ายรัฐบาล ผมก็ไม่มีข้อตกลงใดๆ ทั้งสิ้นกับฝ่ายค้านนะครับ"
.
นายภราดร กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในกรณีที่ ท่านปกรณ์วุฒิ ที่ได้บอกว่าเรื่องมติวิป จริงๆ ไม่ได้เป็นเรื่องมติวิปเลย เป็นข้อตกลงร่วมกัน คือการพูดคุยกันของวิปสองฝ่าย ในกรณีการทำงานในสภาเราบางครั้งเราไม่จำเป็นต้องใช้มติ เราใช้การพูดคุยกันทำความเข้าใจกันว่าวันนี้จะเดินหน้ากันไปถึงไหน และเรื่องไหนที่พอจะพูดคุยกันได้
.
"ในกรณีคุณชุตินันท์ การนับองค์ประชุมนี้ นับเพื่ออะไร นับเพื่อแสดงให้เห็นว่าในกรณีฝ่ายค้านไม่แสดงตัวเป็นองค์ประชุม ก็เพื่อที่จะทำให้สภาล่มไงครับ"
.
เมื่อท่านประธานสภา ได้กล่าวว่าสภาไม่น่าจะล่ม นายภราดร จึงได้กล่าวต่อว่า ถ้าอย่างนั้นก็ต้องนับองค์ประชุมตามที่ว่า แต่ฝ่ายค้านจะต้องเป็นองค์ประชุมให้ด้วย และที่สำคัญ ถ้าจะลงมติ ก็ลงมติเลย ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็ให้ว่ากันไป
.
"เมื่อท่านปกรณ์วุฒิ พาดพิงมาที่ผม และไม่ใช่ผมคนเดียว พาดพิงมาถึงพรรคภูมิใจไทยว่ามีการเบี้ยวมติวิป มากที่สุด เมื่อท่านไปตกลงกับประธานวิปและเลขาวิปฝ่ายรัฐบาลแล้ว ปรากฏว่าพรรคภูมิใจไทยเบี้ยวมติวิป มากที่สุด ก็สงสัยว่าพวกผมไปหักมติวิป หรือไปกลับมติวิปเรื่องไหน ท่านพูดให้ชัด มีแต่ผมที่ไปช่วยประคับประคอง เพราะฉะนั้นคุณปกรณ์วุฒิ ต้องถอนคำพูด และในสัปดาห์หน้า เมื่อสักครู่ที่ท้าทายกันให้ลองนับองค์ประชุม ผมไม่นับหรอกครับ แต่ตาม 152 ไม่ได้บอกว่าให้เฉพาะฝ่ายค้านอภิปราย 152 บอกว่าให้ซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อรัฐบาล พวกผมฝ่ายรัฐบาลเพราะฉะนั้นสัดส่วนไม่เป็นแบบนั้นนะครับ ผมสามารถที่จะอภิปรายได้เช่นเดียวกัน" นายภราดร กล่าว
.
ขณะเดียวกัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ภูมิใจไทย จ.ลพบุรี และ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ โฆษกพรรคภูมิใจไทย พร้อมใจกันให้สมาชิกพรรคก้าวไกล คนที่กล่าวหาว่า พรรคภูมิใจไทยหักมติวิป ให้ถอนคำพูด และในที่สุด นายปกรณ์วุฒิ ก็ได้ถอนคำพูดนั้น
.
นอกจากนี้ สส.ภราดร กล่าวหารือเพิ่มเติมอีกว่า ในกรณีที่ท่านจะนับองค์ประชุม ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะวินิจฉัยว่าจะนับองค์ประชุมแบบไหน ในกรณีบางฝ่ายที่นั่งอยู่ในที่ประชุมแต่ไม่กดบัตรแสดงตน ทำให้องค์ประชุมไม่ครบแล้วไม่สามารถที่จะเดินหน้าไปสู่คำถามของท่านประธานได้ว่าจะนับองค์ประชุมแบบไหน ท่านอรรถกรจึงเสนอตาม ข้อบังคับข้อที่ 32 ว่าเป็นอำนาจท่านประธาน ที่จะกำหนดวิธีการนับองค์ประชุมได้ ซึ่งท่านก็เสนอวิธีการให้ขานชื่อ การขานชื่อเพื่อให้ชัดเจน วันนี้มีทั้งคนอยู่และคนไม่อยู่ จะได้บอกกับพี่น้องประชาชนว่าใครอยู่บ้างและใครไม่อยู่บ้างก็จะได้ชัดเจน" สส.ภราดร กล่าวทิ้งท้าย
.