รมช.ศึกษาฯ ชี้แจงเคลียร์ “คืนภารโรงสู่โรงเรียน-ยกเลิกครูเวร-โรงเรียนคุณภาพ-อาหารกลางวัน-อุดหนุนเงินรายหัว” เป็นปัญหามา 20 ปีแล้ว เข้ามาแก้ไขในช่วงเวลา 7 เดือน

รมช.ศึกษาฯ ชี้แจงเคลียร์ “คืนภารโรงสู่โรงเรียน-ยกเลิกครูเวร-โรงเรียนคุณภาพ-อาหารกลางวัน-อุดหนุนเงินรายหัว” เป็นปัญหามา 20 ปีแล้ว เข้ามาแก้ไขในช่วงเวลา 7 เดือน

วันที่ 4 เมษายน 2567 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวชี้แจงญัตติอภิปรายทั่วไป ในการอภิปรายตามมาตรา 152 เรื่องของนักการภารโรง ทางกระทรวงศึกษาธิการ ของบประมาณในปี2668 ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ขั้นตอนต่อไปคือการผ่านมาสู่ สภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ในการทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี2668 หวังว่าสภาแห่งนี้จะให้ความเห็นชอบ วงเงินที่ได้ขอเสนอมา กระทรวงศึกษาธิการ ได้ทําเรื่องงบประมาณปี 2667เป็นงบเพิ่มเติม แต่ไม่ได้รับการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าทำมา แต่ไม่ได้รับการพิจารณา . “เราไม่หยุดอยู่กับที่เราต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ได้ เพราะนักการภารโรง เป็นตำแหน่งหนึ่งที่สำคัญในการที่จะช่วยเหลือโรงเรียนในการลดภาระครูต่างๆ แล้วแน่นอน มาช่วยดูแลความปลอดภัย เรากำลังอยู่ระหว่างการทำเรื่องของงบกลางปี 2567 คณะรัฐมนตรีจะพิจารณาเห็นชอบให้กับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อไปจ้างนักการภารโรง คืนให้กับโรงเรียน 14,514 โรงเรียนในปีงบประมาณ 2667 เริ่มจ้าง 1 พฤษภาคม 2667 จนถึง30 กันยายน 2667และใช้งบประมาณผ่านงบประมาณปี 2668 ต่อ เพื่อจะให้เราจ้างนักการภารโรงที่ว่างอีก 25,000 อัตรา ในงบประมาณ 1,900 กว่าล้าน จ้างตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 ไปจนถึง30 กันยายน 2568 และเราจะขอทุกๆปี เพื่อให้มีนักการภารโรงคืนไปสู่โรงเรียนที่ขาดแคลนทุกโรงเรียน” รมช.ศึกษา กล่าว . นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นเรื่อง อาหารกลางวัน ครม.เพิ่งเห็นชอบในโครงการอุดหนุน ค่าอาหารกลางวัน ให้กับเด็กในโรงเรียนขยายโอกาสระดับชั้น ม.1 ถึง ม.3 คำว่าโรงเรียนขยายโอกาส หมายถึงว่าโรงเรียนที่สอนระดับมัธยมและประถมรวมกัน ซึ่งเด็กระดับประถม ได้รับเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวัน แต่เด็กมัธยมไม่ได้รับเลย เป็นที่มาของการบริหารจัดการที่ยากลำบากของผู้บริหาร และคุณครูในโรงเรียนขยายโอกาส คือจะทำอย่างไรให้เด็กประถมกับเด็กมัธยมได้ทานข้าวด้วยกันได้ ปัญหาคือเงินมีแค่ประถม แต่มัธยมไม่ได้ และต้องขอบคุณคณะรัฐมนตรี เห็นความสำคัญ อนุมัติเห็นชอบกรอบวงเงินในโครงการอุดหนุนค่าอาหารกลางวัน ให้กับเด็กในโรงเรียนขยายโอกาสมัธยม 1-3 เรายังมองคิดไปถึง ม.6 ด้วย เราคิดทั้งหมด เราอยากทำทั้งหมด แต่แน่นอนกรอบงประมาณที่ต้องค่อยๆ เดิน เป็นสิ่งจำกัดของกระทรวง แต่เราไม่เคยหยุดคิดที่จะทำ แต่แน่นอน ก่อนที่เราจะทำไปถึงโรงเรียนมัธยม เรื่องของอาหารกลางวันเราต้องไม่คิดสร้างภาระให้กับครูเพิ่มขึ้นในโรงเรียนมัธยม พอบอกว่าให้ไหม เอาไหม อาหารกลางวันคุณครูบอกว่ายังไม่อยากได้ เราต้องวางระบบให้ดี ไม่ใช่โยนงบประมาณไป และให้เขาไปรับผิดชอบเรื่องอาหารกลางวัน ต้องไปจัดซื้อ ต้องมาจ่ายกับข้าวตอนเช้า ต้องมาทำครัวเอง อันนั้นเราไม่ทำ นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในยุคนี้ จะไม่มีนโยบายไหน ต่อไปนี้ที่จะเพิ่มภาระให้กับครูโดยไม่ใช่เนื้องานการสอนโดยตรง หมดยุคแล้ว ที่สั่งแต่งานและไปสร้างภาระอื่น . รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะเป็นแต่นโยบายที่ลดภาระคุณครู และช่วยลดภาระงานให้กับครู ให้ครูได้มีเวลาสอนมากขึ้น เราได้ทำโพลสำรวจกับคุณครูทั่วประเทศ ว่าเนื้องานไหน ภาระไหน ที่คุณครูอยากให้ยกเลิกไป โพลสำรวจทำเมื่อพฤศจิกายน 2566 เป็นกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ และแน่นอนข้อคิดเห็น 400 กว่ารายการ ที่คุณครูอยากให้กระทรวงได้ยกเลิกวันนี้กระทรวงยกเลิก ไปได้แล้ว 200 กว่ารายการ โดยแจ้งรายละเอียดให้ทราบ นั่นก็คือ ความตั้งใจในการลดภาระครูและคืนครูให้โรงเรียน . นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การยกเลิกเวรยาม ของคุณครู กระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันมีเจตนาที่จะให้ยกเลิกเวรยามครู อย่างจริงจัง โรงเรียนไหน มีแบบนี้แจ้งมาได้ เลี่ยงบาลี หรือใช้เทคนิคต่างๆ เพราะนั่นคือความหวังของกระทรวงว่าการที่ยกเลิกเวรรักษาการของครู จะทำให้คุณครูมีเวลาในการเตรียมการเรียนการสอนมากขึ้น มีเวลาในการพัฒนาตัวเอง มีเวลาให้กับลูกๆนักเรียนมากขึ้น และก็จะสร้างประสิทธิภาพในการสอนมากขึ้น นั่นคือความหวังของครู และถามว่ายกเลิกปุ๊ปปั๊ป เลยไม่ได้ เตรียมรองรับอะไรเลย การยกเลิกครั้งนี้สถานการณ์พาไป มันไม่ใช่การยกเลิกเวรรักษาการครั้งนี้ อยู่บนพื้นความรู้สึกของท่านนายกรัฐมนตรีความเป็นมนุษย์ ความปลอดภัยของคุณครู มากกว่าทรัพย์สิน จะไปห่วงอะไรกับทรัพย์สิน ยังกังวลอยู่เลยว่าใครจะไปเฝ้าของ ใครจะต้องไปดูแลโรงเรียน ตอนครูไม่อยู่ . “ยังนึกย้อนกลับไปว่าท่านก็ยังห่วงทรัพย์สินกันอยู่หรือเปล่า กระทรวงไม่ได้คิดอย่างนั้นครับกระทรวงคิดว่าถ้าคุณครูปลอดภัย และโรงเรียนเหล่านั้นรักษาทรัพย์สินโดยไม่มีความประมาทแล้ว ล็อกอย่างดีแล้ว ดูแลทรัพย์สินอย่างดีแล้ว ยังโดนโจร ไปงัด ไปขโมย ถ้าไม่ได้เกิดจากการประมาทเลินเล่อ ไม่มีความผิดแน่นอน แต่กับการไม่ดูแล ไม่ได้ล็อกประตู ประมาทเลินเล่ออันนั้นก็คือความผิด เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกโรงเรียนสบายใจว่าการที่ท่านปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว และยังเกิดเหตุการณ์สุดวิสัยอันนั้นไม่ใช่ความผิด ตำรวจ กับ ฝ่ายปกครอง มาช่วยดู แน่นอน อาจจะดู ได้บางครั้ง แต่การเตรียมการของกระทรวงต่อไปคือการเริ่มการให้โรงเรียนต่างๆสำรวจในเรื่องโครงสร้าง ห้องที่เก็บของ ห้องสำคัญ อันไหนดูแล้ว ไม่แข็งแรง ของบประมาณมา เพื่อเสริมความแข็งแรงให้ห้องเหล่านั้นไม่โดนโจรกรรมง่ายๆ หรือการจำเป็นต้องติดตั้ง กล้องวงจรปิดในจุดที่พิเศษ ในจุดที่จำเป็น ต้องทำ และการคืนนักการภารโรง เป็นอีกส่วนนึง ไม่อยากพูดว่านักการภารโรงจะมาเป็นแทนครูเวร แต่อย่างน้อย นอกจากจะมาแบ่งเบาภาระครูแล้วก็ยังจะทำงานในหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับคุณครูได้ด้วย เป็นส่วนเสริม ” รมช.สุรศักดิ์ กล่าว . รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องของโรงเรียนคุณภาพ โรงเรียนที่มีศักยภาพอยู่แล้ว จนทำให้โรงเรียนเหล่านั้นดีอยู่แล้ว ดีขึ้นไปอีก แล้วโรงเรียนขนาดเล็ก จะแย่ตามไป จริงๆแล้วการพิจารณาโรงเรียนคุณภาพ พิจารณาบนพื้นฐาน 1. มีสถานที่กว้างพอ เพราะถ้าไปเลือกพื้นที่โรงเรียนที่มีขนาดเล็กเกินไป เราไม่สามารถพัฒนาคุณภาพโดยโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตึก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกให้นักเรียนในการเรียนการสอน 2.เป็นจุดที่สามารถเดินทางไปมาสะดวก เป็นศูนย์กลาง เพราะโรงเรียนคุณภาพ ต่อไปจะเป็นโรงเรียนที่จะต้องแชร์ทรัพยากรรมร่วมกันบุคลากร และสามารถให้เด็กในโรงเรียนขนาดเล็กมาร่วมเรียนกับโรงเรียนคุณภาพเหล่านี้ได้ การเดินทางเป็นสิ่งที่จำเป็นโรงเรียนคุณภาพจะมีการอุดหนุนค่าเดินทาง หรือแม้แต่โรงเรียนขนาดเล็ก บางวิชาไม่มีคุณครู สามารถส่งเด็กมาเรียนกับโรงเรียนคุณภาพได้ โดยการเบิกค่าใช้จ่ายการเดินทางได้ ถ้าเรามีโรงเรียนคุณภาพครบทุกอำเภอ แน่นอนครับโรงเรียนประจําจังหวัดใหญ่ใหญ่ ที่มีการแข่งขันกันสูง ในการสอบจะลดความแออัดลงไป เพราะโรงเรียนคุณภาพเหล่านั้นตามหัวมุมต่างๆตามอำเภอจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้ปกครอง ไว้ใจ และให้ลูกหลานไปเรียน . รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การอุดหนุนเงินรายหัว ของโรงเรียนต่างๆ เป็นปัญหา โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก ยิ่งเล็ก เงินอุดหนุนจะยิ่งทำอะไรไม่ได้เลย วันนี้กระทรวงศึกษาธิการ กำลังทำเรื่องถึงคณะรัฐมนตรี อีกเช่นกัน ในการที่จะเปลี่ยนเกณฑ์ในการพิจารณาอุดหนุนรายหัว อุดหนุนรายหัว ยังอยู่ แต่จะมีเงินให้แต่โรงเรียนขนาดเล็กเป็นเงินตั้งต้น ที่เรียกว่าคำนวณการใช้ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายประจำ เท่าไหร่ ค่าเฉลี่ยของโรงเรียนทั่วประเทศ เป็นเงินก้อนหนึ่งที่จะอุดหนุนให้โรงเรียนขนาดเล็กไปก่อนเลย เสร็จแล้วค่อยอุดหนุนรายหัวตาม เพื่อให้โรงเรียนเหล่านั้นอยู่ได้ กระทรวง ต้องทำในเรื่องของการเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรีเช่นกัน . “เรื่องที่เกิด เหตุที่มีปัญหา มันไม่ใช่มีปัญหา 7 เดือนที่รัฐบาลชุดนี้เข้า ปัญหายกเลิกการอยู่เวรครู 20 ปีที่แล้ว การขาดแคลนภาคโรง 20 ปีแล้วเช่นกัน มติครม.ที่ให้อัตรากำลังลูกจ้างประจำหายไป ทุกอย่างคือปัญหาที่ยาวนาน แต่ไม่รู้ครับ รัฐบาลชุดนี้แก้ปัญหาที่ยาวนานหลายๆ เรื่อง ถึงจะเรียกว่าสถานการณ์พาไป หรือจะเรียกว่าเดินตามหลังปัญหา ผมไม่เคยเห็นปัญหาพาไป แก้ปัญหาได้ครับ ถ้าปัญหาเหล่านั้นไม่ได้รับความใส่ใจจากผู้บริหาร ที่จะต้องแก้ปัญหาที่ยาวนานให้หมดไป และวันนี้กระทรวงกำลังทำหลาย ๆ เรื่อง ทุกคนที่อยู่ในนี้ต้องช่วยกันทำอย่างที่ท่านรัฐมนตรีบอก ทำได้ ทำเลย ทำทันที”นายสุรศักดิ์ กล่าว