นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้สรุปญัตติพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่…) พ.ศ…. ว่า มีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้อภิปรายทั้ง 4 ร่าง ซึ่งตนบอกตั้งแต่แรกว่าไม่ขัดข้องและเห็นด้วยกับการแก้ไขร่างกฎหมายประชามติที่เป็น Double Majority อยู่ในขณะนี้ แต่มีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน หรือแม้แต่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ยังเหมือนกับว่าไม่เข้าใจในตัวร่างของพรรคภูมิใจไทย ยังบอกว่าเป็น Double Majority หรือมีเกณฑ์สองชั้นอยู่ ซึ่งจริงๆแล้วเป็นเกณฑ์ชั้นเดียวคือเกณฑ์ชั้นบนส่วนเกณฑ์ชั้นล่างไม่มีแล้ว ส่วนเกณฑ์ชั้นบนได้อธิบายไปในตั้งแต่ตอนแรกว่า ตั้งเอาไว้เพื่อต้องการให้เกิดความชอบธรรมในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น ไม่ตั้งใจที่จะทําให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและทําไม่ได้เหมือนอย่างกฎหมายประชามติที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เราเห็นถึงปัญหาเหมือนกันและตั้งใจที่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ตั้งใจที่จะให้เกิดรัฐธรรมนูญของประชาชนที่มาจากการร่างของ สสร. ซึ่งมาจากประชาชนเหมือนกัน สิ่งที่เราพยายามที่จะทําล็อกเอาไว้ชั้นบนเพราะต้องการที่จะเห็นความชอบธรรมในการแก้ไขกฎหมายใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ
.
นายภราดรกล่าวอีกว่า สำหรับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 จะชอบหรือไม่ชอบก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ผ่านการทําประชามติจากประชาชน 27 ล้านคน เห็นด้วย 16.8 ไม่เห็นด้วย 10.6 จะเกิดอะไรขึ้น หากว่าไม่มีเกณฑ์ชั้นบน เช่น หากมีคนมาทําประชามติในการแก้รัฐธรรมนูญเพียง 1 ล้านคนและเห็นด้วย 1 ล้านคนในการแก้รัฐธรรมนูญ คนที่ไม่อยากให้แก้รัฐธรรมนูญในประเทศนี้มีจำนวนมาก ก็จะเกิดคําถามทันทีว่า 1 ล้านคนที่ออกมาใช้สิทธิ์ เมื่อเทียบกับคน 27 ล้านคนที่เขาออกมาใช้สิทธิ์เมื่อปี 2559 กับรัฐธรรมนูญปี 60 มันเทียบกันไม่ได้ นี่คือสิ่งที่พวกตนเป็นห่วงเท่านั้น แต่ตัวเลขกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์เป็นเพียงที่ตนยกเป็นตุ๊กตาขึ้นมาว่าควรจะต้องมีเกณฑ์อย่างน้อยขั้นต่ำว่าจะต้องมีเกณฑ์เท่าไหร่สําหรับผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ์ในเกณฑ์ชั้นบน เพื่อที่จะสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้นกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงเท่านั้น นี่คือเจตนา เพราะฉะนั้นในชั้นกรรมาธิการพวกตนก็ไม่ติดใจเช่นเดียวกันถ้าจะใช้ร่างของครม.เป็นหลัก แล้วกรรมาธิการจะไปปรับแก้
.
"เพียงแต่จะตั้งเป็นข้อสังเกตว่าจํานวนของผู้ที่มาใช้สิทธิ์ในการลงประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นเรื่องใหญ่จําเป็นที่จะต้องมีจํานวนมากพอเพื่อสร้างความชอบธรรมในการที่จะขอฉันทามติ เพื่อเดินหน้าสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญปลายทางของเราตรงกันคือการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยและการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มาจากพี่น้องประชาชนปลายทางตรงกัน จึงอยากฝากกรรมาธิการว่าให้
คํานึงถึงเกณฑ์ในการที่จะกําหนดให้คนที่ออกมาใช้สิทธิ์มีจํานวนมากพอสมควรที่จะสร้างความชอบธรรมให้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ" นายภราดรกล่าว

18 มิถุนายน 2567 เวลา 16:02
ร่างประชามติภูมิใจไทยเสนอเกณฑ์ชั้นเดียว
" ภราดร" ย้ำ ร่างประชามติภูมิใจไทยเสนอเกณฑ์ชั้นเดียว ระบุไม่ติดใจหากชั้นกรรมาธิการจะใช้ร่างครม.เป็นหลัก
นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้สรุปญัตติพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่…) พ.ศ…. ว่า มีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้อภิปรายทั้ง 4 ร่าง ซึ่งตนบอกตั้งแต่แรกว่าไม่ขัดข้องและเห็นด้วยกับการแก้ไขร่างกฎหมายประชามติที่เป็น Double Majority อยู่ในขณะนี้ แต่มีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน หรือแม้แต่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ยังเหมือนกับว่าไม่เข้าใจในตัวร่างของพรรคภูมิใจไทย ยังบอกว่าเป็น Double Majority หรือมีเกณฑ์สองชั้นอยู่ ซึ่งจริงๆแล้วเป็นเกณฑ์ชั้นเดียวคือเกณฑ์ชั้นบนส่วนเกณฑ์ชั้นล่างไม่มีแล้ว ส่วนเกณฑ์ชั้นบนได้อธิบายไปในตั้งแต่ตอนแรกว่า ตั้งเอาไว้เพื่อต้องการให้เกิดความชอบธรรมในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น ไม่ตั้งใจที่จะทําให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและทําไม่ได้เหมือนอย่างกฎหมายประชามติที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เราเห็นถึงปัญหาเหมือนกันและตั้งใจที่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ตั้งใจที่จะให้เกิดรัฐธรรมนูญของประชาชนที่มาจากการร่างของ สสร. ซึ่งมาจากประชาชนเหมือนกัน สิ่งที่เราพยายามที่จะทําล็อกเอาไว้ชั้นบนเพราะต้องการที่จะเห็นความชอบธรรมในการแก้ไขกฎหมายใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ
.
นายภราดรกล่าวอีกว่า สำหรับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 จะชอบหรือไม่ชอบก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ผ่านการทําประชามติจากประชาชน 27 ล้านคน เห็นด้วย 16.8 ไม่เห็นด้วย 10.6 จะเกิดอะไรขึ้น หากว่าไม่มีเกณฑ์ชั้นบน เช่น หากมีคนมาทําประชามติในการแก้รัฐธรรมนูญเพียง 1 ล้านคนและเห็นด้วย 1 ล้านคนในการแก้รัฐธรรมนูญ คนที่ไม่อยากให้แก้รัฐธรรมนูญในประเทศนี้มีจำนวนมาก ก็จะเกิดคําถามทันทีว่า 1 ล้านคนที่ออกมาใช้สิทธิ์ เมื่อเทียบกับคน 27 ล้านคนที่เขาออกมาใช้สิทธิ์เมื่อปี 2559 กับรัฐธรรมนูญปี 60 มันเทียบกันไม่ได้ นี่คือสิ่งที่พวกตนเป็นห่วงเท่านั้น แต่ตัวเลขกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์เป็นเพียงที่ตนยกเป็นตุ๊กตาขึ้นมาว่าควรจะต้องมีเกณฑ์อย่างน้อยขั้นต่ำว่าจะต้องมีเกณฑ์เท่าไหร่สําหรับผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ์ในเกณฑ์ชั้นบน เพื่อที่จะสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้นกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงเท่านั้น นี่คือเจตนา เพราะฉะนั้นในชั้นกรรมาธิการพวกตนก็ไม่ติดใจเช่นเดียวกันถ้าจะใช้ร่างของครม.เป็นหลัก แล้วกรรมาธิการจะไปปรับแก้
.
"เพียงแต่จะตั้งเป็นข้อสังเกตว่าจํานวนของผู้ที่มาใช้สิทธิ์ในการลงประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นเรื่องใหญ่จําเป็นที่จะต้องมีจํานวนมากพอเพื่อสร้างความชอบธรรมในการที่จะขอฉันทามติ เพื่อเดินหน้าสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญปลายทางของเราตรงกันคือการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยและการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มาจากพี่น้องประชาชนปลายทางตรงกัน จึงอยากฝากกรรมาธิการว่าให้
คํานึงถึงเกณฑ์ในการที่จะกําหนดให้คนที่ออกมาใช้สิทธิ์มีจํานวนมากพอสมควรที่จะสร้างความชอบธรรมให้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ" นายภราดรกล่าว
นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้สรุปญัตติพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่…) พ.ศ…. ว่า มีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้อภิปรายทั้ง 4 ร่าง ซึ่งตนบอกตั้งแต่แรกว่าไม่ขัดข้องและเห็นด้วยกับการแก้ไขร่างกฎหมายประชามติที่เป็น Double Majority อยู่ในขณะนี้ แต่มีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน หรือแม้แต่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ยังเหมือนกับว่าไม่เข้าใจในตัวร่างของพรรคภูมิใจไทย ยังบอกว่าเป็น Double Majority หรือมีเกณฑ์สองชั้นอยู่ ซึ่งจริงๆแล้วเป็นเกณฑ์ชั้นเดียวคือเกณฑ์ชั้นบนส่วนเกณฑ์ชั้นล่างไม่มีแล้ว ส่วนเกณฑ์ชั้นบนได้อธิบายไปในตั้งแต่ตอนแรกว่า ตั้งเอาไว้เพื่อต้องการให้เกิดความชอบธรรมในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น ไม่ตั้งใจที่จะทําให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและทําไม่ได้เหมือนอย่างกฎหมายประชามติที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เราเห็นถึงปัญหาเหมือนกันและตั้งใจที่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ตั้งใจที่จะให้เกิดรัฐธรรมนูญของประชาชนที่มาจากการร่างของ สสร. ซึ่งมาจากประชาชนเหมือนกัน สิ่งที่เราพยายามที่จะทําล็อกเอาไว้ชั้นบนเพราะต้องการที่จะเห็นความชอบธรรมในการแก้ไขกฎหมายใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ
.
นายภราดรกล่าวอีกว่า สำหรับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 จะชอบหรือไม่ชอบก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ผ่านการทําประชามติจากประชาชน 27 ล้านคน เห็นด้วย 16.8 ไม่เห็นด้วย 10.6 จะเกิดอะไรขึ้น หากว่าไม่มีเกณฑ์ชั้นบน เช่น หากมีคนมาทําประชามติในการแก้รัฐธรรมนูญเพียง 1 ล้านคนและเห็นด้วย 1 ล้านคนในการแก้รัฐธรรมนูญ คนที่ไม่อยากให้แก้รัฐธรรมนูญในประเทศนี้มีจำนวนมาก ก็จะเกิดคําถามทันทีว่า 1 ล้านคนที่ออกมาใช้สิทธิ์ เมื่อเทียบกับคน 27 ล้านคนที่เขาออกมาใช้สิทธิ์เมื่อปี 2559 กับรัฐธรรมนูญปี 60 มันเทียบกันไม่ได้ นี่คือสิ่งที่พวกตนเป็นห่วงเท่านั้น แต่ตัวเลขกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์เป็นเพียงที่ตนยกเป็นตุ๊กตาขึ้นมาว่าควรจะต้องมีเกณฑ์อย่างน้อยขั้นต่ำว่าจะต้องมีเกณฑ์เท่าไหร่สําหรับผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ์ในเกณฑ์ชั้นบน เพื่อที่จะสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้นกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงเท่านั้น นี่คือเจตนา เพราะฉะนั้นในชั้นกรรมาธิการพวกตนก็ไม่ติดใจเช่นเดียวกันถ้าจะใช้ร่างของครม.เป็นหลัก แล้วกรรมาธิการจะไปปรับแก้
.
"เพียงแต่จะตั้งเป็นข้อสังเกตว่าจํานวนของผู้ที่มาใช้สิทธิ์ในการลงประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นเรื่องใหญ่จําเป็นที่จะต้องมีจํานวนมากพอเพื่อสร้างความชอบธรรมในการที่จะขอฉันทามติ เพื่อเดินหน้าสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญปลายทางของเราตรงกันคือการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยและการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มาจากพี่น้องประชาชนปลายทางตรงกัน จึงอยากฝากกรรมาธิการว่าให้
คํานึงถึงเกณฑ์ในการที่จะกําหนดให้คนที่ออกมาใช้สิทธิ์มีจํานวนมากพอสมควรที่จะสร้างความชอบธรรมให้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ" นายภราดรกล่าว