“สส.พิมพฤดา” ลดความเหลื่มล้ำการศึกษา  เสนอทำ Portfolio App บันทึกประวัติ  ใช้สมัครเรียน-สมัครงาน

“สส.พิมพฤดา” ลดความเหลื่มล้ำการศึกษา เสนอทำ Portfolio App บันทึกประวัติ ใช้สมัครเรียน-สมัครงาน

“สส.พิมพฤดา” ลั่นถึงเวลา “ปฏิวัติการศึกษา เพื่อแก้ปัญหาประเทศไทย” ลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา เสนอทำ Portfolio App กลางให้นักเรียน นักศึกษา เพื่อบันทึกประวัติ ใช้สมัครเรียน-สมัครงาน โดยโปรแกรมจะแนะนำว่าต้อง อัพสกิล รีสกิล อะไรเพิ่มเติม วันที่ 20 มิถุนายน 2567 นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2568 โดยระบุถึงเรื่อง ความเหลื่อมล้ำโอกาสการเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม จึงต้องการนำเสนอสิ่งที่ควรทําเพื่อโอกาสทางการศึกษาของเด็กไทยทุกคน ทุกวันนี้ผู้ปกครองมีค่าใช้จ่ายมากมายในการที่จะส่งลูกหรือบุตรหลานเข้าเรียน ผู้ปกครองหลายคน ต้องไปกู้เงิน เพื่อจะส่งลูกเข้าเรียน เพราะ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการศึกษาสามารถทําให้คุณภาพชีวิตของบุตรหลานดีขึ้น ผู้ปกครองจึงต้องเลือกที่จะลงทุนทางด้านการศึกษาให้กับลูกหลาน ไม่ว่าจะเป็นการส่งบุตรหลานเข้าไปเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพ โรงเรียนที่มีชื่อเสียง รวมไปถึงเรียนพิเศษตามสถาบันต่างๆ กลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของผู้ปกครอง นางสาวพิมพฤดา กล่าวว่า ในปัจจุบันนี้ ทางมหาวิทยาลัย ได้เปิดโอกาสให้มีการขึ้นยื่นคะแนนรอบพอร์ตโฟลิโอ (แฟ้มสะสมผลงาน) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ที่น้องๆนักเรียนจะเข้าสู่มหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝันได้ แต่การทําพอร์ตโฟริโอนั้น กลับกลายเป็นการเพิ่มภาระให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง เพราะว่าเด็กทุกคนอยากจะมีพอร์ตโฟริโอ สวยงาม ตรงใจ ตรงตามสไตล์ ของแต่ละคณะ แต่ละมหาวิทยาลัยที่อยากจะเข้าศึกษา โดยการจัดทําและจ้างทําพอร์ตโฟลิโอ ในแต่ละครั้งมีราคาที่สูง มีราคาตั้งแต่หลักร้อย จนถึงหลักหลายพันบาท กลายเป็นว่าถ้าใครมีเงินมากกว่า มีต้นทุนสูงกว่า จะมีโอกาสในการทําพอร์ตมากขึ้น มีโอกาสที่จะทําพอร์ตโฟลิโอ หลายเล่มมากขึ้น เพื่อที่จะยื่นเข้ามหาวิทยาลัยหลายหลายที่ และอย่างที่เราเห็นกันในสื่อช่วงมีการรับสมัครเข้ามหาวิทยาลัยจะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่าถ้าใครมีความพร้อมทางการเงินมากกว่าก็จะมีโอกาสมากกว่าคนอื่น นี่คือสิ่งที่ถูกต้องจริงๆ แล้วหรือเปล่า เป็นต้นทุนที่ผู้ปกครองจะต้องยอมจ่ายเพื่อให้บุตรหลานมีโอกาสในการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยมากขึ้น ดังนั้นการที่เราจะลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนเป็นห่วงในเวลานี้ สิ่งสําคัญที่สุดคือการเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ให้ได้ใช้แพลตฟอร์มเดียวกัน และไม่เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครอง “ดิฉันจึงอยากขอเสนอให้มีแอปพลิเคชั่นส่วนกลาง เพื่อเป็นพื้นที่ให้กับเด็กๆทุกคน อยากจะให้กระทรวง จัดทํา พอร์ตโฟลิโอ แอป เพื่อเป็นพื้นที่ส่วนกลาง แทนที่จะเป็นพอร์ตที่ใช้สําหรับแค่การยื่นเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่จะเป็นแอปพลิเคชั่น ที่เก็บสะสมข้อมูลผู้เรียนประวัติทางการศึกษา รวมถึงแสดงผลงานกิจกรรมโครงการที่บุคคลนั้นๆ เคยผ่านการอบรมหรือการเรียนรู้มาแล้ว และจะสามารถเก็บไปได้ตลอดชีวิต” นางสาวพิมพฤดา กล่าว สส.อยุธยา กล่าวว่า แอปพลิเคชั่นนี้ ควรจะเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้กับเด็กทุกคนสามารถสร้างพอร์ตโฟลิโอ เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา จนกระทั่งดึงมาใช้เป็น เรซูเม่ (ประวัติย่อ)ในการสมัครงานในอนาคตต่อไปได้ด้วย นางสาวพิมพฤดา กล่าวอีกว่า พอร์ตโฟลิโอ แอปพลิเคชั่น นอกจากจะเป็นคลังเก็บข้อมูลกิจกรรมทางการศึกษาของผู้ใช้งานแล้วก็ควรจะเป็นเสมือนห้องแนะแนวออนไลน์ให้กับผู้ใช้งานด้วยว่าเรียนสายไหน ไปเรียนคณะไหนต่อ ทํางานอะไรดี พร้อมกับแนะนําเส้นทางให้กับนักเรียนสู่อาชีพในฝัน รวมทั้งรีสกิล อัพสกิล ว่ายังขาดหรือควรเติมทักษะใดบ้าง หรืออาจจะมีการแนะนําหลักสูตรว่าควรจะเรียนอะไรเพิ่มเติม ในมหาวิทยาลัยเอง จะไม่ได้มีวิชาเรียน หรือคณะที่เฉพาะเจาะจง และยังมีโปรแกรมที่ยังต้องใช้ควบคู่กับอาชีพ หลายโปรแกรม แอปพลิเคชั่นจะแนะนําได้ว่าเราควรจะไปอัพกิลจากคอร์สเรียน ออนไลน์คอร์สเพิ่มเติม เพื่อให้มีทักษะที่พร้อมสําหรับสายงานที่ต้องการ เพราะในปัจจุบันก็ยังมีอีกหลายโรงเรียน ที่ยังขาดแคลนคุณครูแนะแนว ไม่มีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมจะแนะนําแนวทางในการจะประกอบอาชีพ ที่นักเรียนสนใจได้ รวมไปถึงอยากให้มีการพัฒนาแอปพลิเคชั่นนี้ ในการช่วยหางานด้วย เป็นจ็อบแมตชิ่ง ในตลาดอาชีพ ซึ่งจะก่อให้เกิดความสะดวกสบายกับทั้งผู้สมัครงานและผู้จ้างงาน ในการเข้าถึงข้อมูลและช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ อัพสกิล-รีสกิล ในการเปลี่ยนสายงานต่อไปได้ด้วย สุดท้ายนี้ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษาฯ จะเห็นความสําคัญในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นลักษณะนี้ขึ้นมา เพื่อประโยชน์ของเด็กไทยทุกคน ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้อง “ปฏิวัติการศึกษา เพื่อแก้ปัญหาประเทศไทย”