“นภินทร” แนะ SME ปรับตัวรับการตลาดยุคใหม่

“นภินทร” แนะ SME ปรับตัวรับการตลาดยุคใหม่

“นภินทร” แนะ SME ปรับตัวรับการตลาดยุคใหม่ ชี้ผู้บริโภคใส่ใจคุณภาพอาหาร เพิ่มมูลค่าด้วยแหล่งที่มา ย้ำ “บัญชี” คือส่วนหนึ่งความสำเร็จของ SME เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2567 นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) การพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้ประกอบการให้แก่วิสาหกิจชุมชน ระหว่าง กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมส่งเสริมการเกษตร และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายในงาน ‘มหกรรมรวมพลัง SME ไทย’ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ว่า “เป็นโอกาสดีที่ 3 หน่วยงานพันธมิตรได้ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้ประกอบการหรือการทำธุรกิจให้แก่วิสาหกิจชุมชนเป้าหมาย ที่จะเป็นการต่อยอดให้กับวิสาหกิจชุมชนที่เคยได้รับการส่งเสริมด้านการวางระบบบัญชีจาก 3 หน่วยงานมาแล้ว ในปี 2566 ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีศักยภาพมากขึ้น ทั้งในส่วนของการนำระบบบัญชีไปประยุกต์ใช้จริง การวางแผนด้านการตลาด และการบริหารจัดการธุรกิจ เป็นต้น โดยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเป้าหมาย ใน MOUครั้งนี้ มี 6 ราย ได้แก่ 1) วิสาหกิจชุมชนรังไหมประดิษฐ์ จ.สระบุรี 2) วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชน จ.เพชรบุรี 3) วิสาหกิจชุมชนมังคุดแปลงใหญ่คิชฌกูฏ จ.จันทบุรี 4) วิสาหกิจชุมชนผ้าไหมมัดหมี่บ้านหัวฝาย จ.ขอนแก่น 5) วิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมกระจูดวรรณี จ.พัทลุง และ 6)วิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชผักสมุนไพรและผลไม้ จ.ลำพูน รมช.พณ.นภินทร กล่าวต่อว่า กระทรวงพาณิชย์ ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของวิสาหกิจชุมชน จึงได้จัดทำโครงการเพื่อส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนในหลากหลายมิติมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การสนับสนุน พัฒนา และเชื่อมโยงด้านการตลาด เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า การจัดกิจกรรมเพื่อยกระดับสินค้าท้องถิ่นในชุมชน การบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างความเข้มแข็งให้แก่วิสาหกิจชุมชน ซึ่งจากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องพบว่าความท้าทายหลักของวิสาหกิจชุมชน ได้แก่ การจัดทำบัญชีที่ถูกต้อง การบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ และการประยุกต์ใช้ข้อมูลทางบัญชีในการตัดสินใจเพื่อบริหารทรัพยากรภายในวิสาหกิจชุมชน การจัดทำบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ จึงถือเป็นการเปิดโอกาสให้วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีความพร้อมทางทรัพยากรทั้ง 6 ราย ได้รับการพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้ประกอบการอย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนในมิติต่างๆ ได้แก่ การนำระบบบัญชีไปประยุกต์ใช้จริง รวมถึงด้านการตลาด การบริหารจัดการ การพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนองค์ความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมให้นำระบบบัญชีต้นแบบ หรือ Blueprint ของวิสาหกิจชุมชนเป้าหมายทั้ง 6 ราย ไปขยายผลให้แก่วิสาหกิจชุมชนรายอื่นในอนาคต” สำหรับ MOU ฉบับนี้จะเปิดโอกาสให้นิสิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในการเข้าไปช่วยพัฒนาวิสาหกิจชุมชนที่เป็นเศรษฐกิจระดับชุมชนของประเทศ ด้วยการนำความรู้ทั้งการบัญชี การตลาด และการสร้างแบรนด์ การจัดการดำเนินงานผสานเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลไปปรับใช้กับ 6 วิสาหกิจชุมชนต้นแบบใน 6 เขต