"ปทิดา" หนุนตั้งกองทุนฯ ช่วยพัฒนาการอุดมศึกษาให้ก้าวหน้า ทันสมัย ตอบสนองความต้องการของประเทศ

"ปทิดา" หนุนตั้งกองทุนฯ ช่วยพัฒนาการอุดมศึกษาให้ก้าวหน้า ทันสมัย ตอบสนองความต้องการของประเทศ

นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต 8 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ว่า ร่างฉบับนี้มีใจความสําคัญคือการแก้ไขเพื่อให้มีกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา จะเป็นแหล่งทุนเพิ่มเติมให้สถาบันอุดมศึกษา มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และพัฒนาองค์กรให้สอดคล้องกับสภาพการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน สถาบันอุดมศึกษาต้องปรับตัว พัฒนาหลักสูตรใหม่ เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีทักษะที่จำเป็นต่อตลาดแรงงาน โดยกองทุนเดิมที่มีอยู่ เช่น กองทุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) มุ่งเน้นการพัฒนาในสาขาเป้าหมายหรือสาขาขาดแคลน แต่กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา ครอบคลุมกว้างขวางกว่า สามารถสนับสนุนได้หลากหลายรูปแบบ และไม่ได้ระบุเฉพาะสาขาเป้าหมาย หรือสาขาขาดแคลนเท่านั้น นางปทิดา กล่าวอีกว่า กองทุนนี้จะช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดของระบบกองทุนการให้ทุนวิจัยในปัจจุบัน ที่บุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อม และการสนับสนุนที่ไม่เพียงพอต่อการทำงานวิจัย อาจารย์มหาวิทยาลัยต้องควักกระเป๋าเองเพื่อตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารนานาชาติ ให้ได้ตีพิมพ์เพื่อให้มหาวิทยาลัย และประเทศได้ลําดับที่ดีขึ้น ซึ่งกองทุนพัฒนาการอุดมศึกษา จะช่วยเหลือได้ในรูปแบบ เงินอุดหนุนให้แก่สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ไม่ระบุเฉพาะสาขาเป้าหมาย หรือสาขาที่ขาดแคลนเท่านั้น นอกจากนี้กองทุนฯ ยังครอบคลุมถึงการส่งเสริมพัฒนาหลักสูตรใหม่ๆ ที่จะทําให้สถาบันอุดมศึกษาเปลี่ยนจากการรับนักศึกษาที่จบมัธยมปลายซึ่งนับวันจะมีน้อยลง เป็นการรับคนในวัยทํางานหรือคนว่างงานเข้ามาศึกษาเพื่อจะปรับพื้นฐานความรู้ อัพสกิล รีสกิล ให้เข้ากับตําแหน่งงานที่จะเกิดขึ้นใหม่ในอนาคตที่จะไม่ถูก AI มาแทนที่หรือเป็นผู้ที่ใช้ AI ไปด้วยตัวเองได้ หากใช้เงินทุนจัดสรรหรือรายได้ของแต่ละสถาบันอุดมศึกษาไม่มีเงินทุนเพียงพอต่อการปรับหรือสร้างระบบใหม่ๆ นี้ โดยทั้งหมดนี้จะถูกบริหารโดยคณะกรรมการกองทุนที่เป็นอิสระ มีส่วนร่วมจากสถาบันอุดมศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานราชการที่เป็นผู้ดูแลงบประมาณ มีความยืดหยุ่น แต่โปร่งใส ตรวจสอบได้ นอกจากนี้กองทุนยังจะส่งเสริมความเป็นเลิศเฉพาะด้านของแต่ละสถาบันให้ตอบโจทย์การรับใช้สังคม ทั้งในด้านการส่งเสริมสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักศึกษาทั้งในประเทศ และต่างประเทศ การดึงบุคลากรที่มีศักยภาพเข้ามาทํางาน การพัฒนาสถาบันให้เข้ากับชุมชนท้องถิ่นรอบข้างที่ตั้งอยู่ สร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ สร้างทักษะการเป็นผู้ประกอบการให้นักศึกษา และบุคลากรมากกว่าการเรียนจบแล้วไปทํางานเป็นลูกจ้างในระบบแบบเดิม กองทุนฯ ที่จะเกิดขึ้นนี้ จึงมีความจําเป็นที่จะทําให้เกิดขึ้น และสําเร็จอย่างเร็วที่สุด เพื่อเตรียมสถาบันอุดมศึกษาให้รับมือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร โครงสร้างเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสังคมการเรียนรู้แบบใหม่ไปพร้อมกัน