ดร.ซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคภูมิใจไทย อภิปราย พระราชบัญญัติอุดมศึกษา พระราชบัญญัติส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมรวม พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม และพระราชบัญญัติสภานโยบายอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ โดยระบุว่า การแก้ไขทั้ง 4 ฉบับ เพื่อให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา หัวใจหลักเพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาคนสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งถ้าถามว่า กระทรวง อว.
.
“ผมเป็นผลผลิตมาจากทุน อว. หรือกระทรวงวิทย์เดิม ที่ส่ง ไปเรียนปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ที่มหาวิทยาลัยเซาท์แธมป์ตัน วันนี้ ถือว่าเป็นเด็กบ้านบ้านคนนึง ได้มีโอกาสได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ ได้มีโอกาส ได้มีประสบการณ์จากต่างประเทศจากทุนอว.วันนี้ถือโอกาสขอบคุณกระทรวงอว.และมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ที่มอบโอกาสเด็กบ้านบ้านอย่างผม ได้มีโอกาสได้เรียนรู้ และมีประสบการณ์จากต่างประเทศ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นแล้ว เรื่องของการพัฒนาคนสู่ความเป็นเลิศ บ้านเราถ้าเทียบกับที่อื่น ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับประเทศที่มันไกลๆ ประเทศใกล้ๆ เรา มาเลเซีย ซึ่งถือว่าระบบการศึกษาดี ประเทศหนึ่ง เค้ามีการส่งเสริมการพัฒนาคนสู่ความเป็นเลิศ ไม่ได้แต่เฉพาะคนที่เป็นข้าราชการ ไม่ได้แต่เฉพาะคนที่เป็นรัฐวิสาหกิจหรือรัฐบาลเท่านั้น แต่ส่งเสริมให้มีศักยภาพของประชาชนสู่ความเป็นเลิศในทุกมิติทุกด้านไม่ว่าจะเป็นเอกชน ไม่ว่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจทุกด้าน
.
นายซาการียา กล่าวว่า เพราะฉะนั้นถามว่าวันนี้ ถ้าเราปรับให้เป็นกองทุนเพื่อพัฒนาอุดมศึกษา เราได้อะไรบ้าง มันจะเป็นเหมือนเดิมหรือเปล่า อันนี้ เป็นคําถามที่ตัวเราเองก็ต้องมีคําตอบให้กับประชาชนให้กับคนที่ต้องการที่จะเข้าสู่ความเป็นเลิศ มีมหาวิทยาลัยในไทย ที่มีศักยภาพสูง ที่มีความเป็นเลิศในแต่ละสาขาวิชา แต่ยังขาดทุนทรัพย์ขาดเงินทุนในการอุดหนุนเราปฏิเสธไม่ได้หรอก มันมีการดิสรัป มาจากหลายหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเอไอ ไม่ว่าจะเป็นทางไอที หรืออะไรก็แล้วแต่ ตรงนี้เป็นประเด็นสําคัญที่เราเองจะอยู่นิ่งไม่ได้ครับเราเองต้องพัฒนาตัวเอง ให้มีศักยภาพเทียบเท่าไปกับคนอื่นด้วย ถ้าเรายังอยู่นิ่งเราก็ไม่พัฒนา เราก็ไม่สามารถที่จะยกระดับตัวเองไปสู่ระดับสากลได้ ถือว่าการทํากองทุนนี้ เป็นคุณูปการต่อคน ต่อบุคลากรทางการศึกษา ต่อบุคลากรในทุกภาคส่วน ทุกมิติในประเทศไทย
.
“ถ้าพัฒนาแล้วเงินเดือนก็ไม่ได้มากขึ้น ถ้าพัฒนาแล้ว ความเป็นอยู่ไม่ได้ดีขึ้น ถ้าพัฒนาแล้วไม่ได้ดีขึ้น ถามว่าใครเขาจะพัฒนา จะยกตัวอย่างเปรียบเทียบเลย ส่วนตัวเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมาก่อน อยู่ในมหาวิทยาลัยมา 15 ปี ทราบดีกับปัญหาทางมหาวิทยาลัย เปรียบเทียบเงินเดือนครู ผู้ช่วยครู กับเงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย ถ้าเงินเดือนคือแรงจูงใจ เทียบกับอาจารย์มหาวิทยาลัย เงินเดือนครูผู้ช่วย คศ.1 คศ.2 คศ.3 เงงินเดือนครู คศ.2 มีเงินเดือนมากกว่าอาจารย์มหาวิทยาลัย 10,000 บาท ถ้าเปรียบเทียบครู คศ 3 เทียบกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ จะมีเงินเดือนมากกว่าอาจารย์มหาวิทยาลัย 5,600 บาท ถ้าครูคศ 4 จะมีอัตราเงินเดือนมากกว่าอาจารย์มหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ประมาณ 2,000 บาท ถามว่าเราเองได้รับทุน 4 ปี ไปเรียนต่างประเทศ เงินเดือนถูกฟรีซ เงินเดือนไม่ขึ้น ถามว่าพยายามพัฒนาศักยภาพตัวเอง ไม่อย่านั้นจะจบได้ยังไง ประเทศอื่นๆมีเงินเดือนเพิ่มขึ้น จากการพัฒนาตัวเอง จากการเรียนถึงปริญญาเอก ถามว่าแล้วใครจะพัฒนาศักยภาพตัวเอง”นายซาการียา กล่าว
.
นายซาการียา กล่าวว่า นอกจากนี้คือ ตําแหน่งวิชาการ ตําแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์มีเงินประจำตำแหน่งครับ 3,500 หรือ 5,600 เทียบกับตำแหน่ง คศ 3 ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ซึ่งเทียบเท่ากับ เป็นคศ.4 ฝากทางกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปดู มีบางมหาวิทยาลัย เป็นพนักงานมหาลัย เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ได้เงินประจำตำแหน่งขาเดียว เช่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ได้เงินประจำตำแหน่ง 5,600 ไม่ได้คูณสอง แต่ถ้าเป็นครู คศ.3 เนี่ยได้เงินประจำตำแหน่งได้ 5,600 คูณสอง จึงถามว่าอันนี้ก็เป็นข้อเปรียบเทียบชัดเจนว่า ใครที่อยากไปทํางานในมหาวิทยาลัย คนที่มีศักยภาพเขาต้องมีความรู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนล้า
.
ส.ส.นราธิวาส กล่าวว่า ฝากทางกระทรวง อว. ฝากกองทุนนี้ เพื่อให้พัฒนาศักยภาพคน สู่ความเป็นเลิศ เพื่อที่จะมาพัฒนาประเทศในทุกมิติ ซึ่งเราทราบดีอยู่แล้วว่าการพัฒนาคน มันสามารถพัฒนาประเทศในหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นสังคม ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าคนมีความรู้ ความสามารถ ถ้าคนมีความเป็นเลิศ ทุกอย่างมันจะดี

3 กรกฎาคม 2567 เวลา 17:14
“ซาการียา” หนุน กองทุน อว. เพื่อพัฒนาคน สู่ความเป็นเลิศ
ดร.ซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคภูมิใจไทย อภิปราย พระราชบัญญัติอุดมศึกษา พระราชบัญญัติส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมรวม พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม และพระราชบัญญัติสภานโยบายอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ โดยระบุว่า การแก้ไขทั้ง 4 ฉบับ เพื่อให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา หัวใจหลักเพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาคนสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งถ้าถามว่า กระทรวง อว.
.
“ผมเป็นผลผลิตมาจากทุน อว. หรือกระทรวงวิทย์เดิม ที่ส่ง ไปเรียนปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ที่มหาวิทยาลัยเซาท์แธมป์ตัน วันนี้ ถือว่าเป็นเด็กบ้านบ้านคนนึง ได้มีโอกาสได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ ได้มีโอกาส ได้มีประสบการณ์จากต่างประเทศจากทุนอว.วันนี้ถือโอกาสขอบคุณกระทรวงอว.และมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ที่มอบโอกาสเด็กบ้านบ้านอย่างผม ได้มีโอกาสได้เรียนรู้ และมีประสบการณ์จากต่างประเทศ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นแล้ว เรื่องของการพัฒนาคนสู่ความเป็นเลิศ บ้านเราถ้าเทียบกับที่อื่น ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับประเทศที่มันไกลๆ ประเทศใกล้ๆ เรา มาเลเซีย ซึ่งถือว่าระบบการศึกษาดี ประเทศหนึ่ง เค้ามีการส่งเสริมการพัฒนาคนสู่ความเป็นเลิศ ไม่ได้แต่เฉพาะคนที่เป็นข้าราชการ ไม่ได้แต่เฉพาะคนที่เป็นรัฐวิสาหกิจหรือรัฐบาลเท่านั้น แต่ส่งเสริมให้มีศักยภาพของประชาชนสู่ความเป็นเลิศในทุกมิติทุกด้านไม่ว่าจะเป็นเอกชน ไม่ว่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจทุกด้าน
.
นายซาการียา กล่าวว่า เพราะฉะนั้นถามว่าวันนี้ ถ้าเราปรับให้เป็นกองทุนเพื่อพัฒนาอุดมศึกษา เราได้อะไรบ้าง มันจะเป็นเหมือนเดิมหรือเปล่า อันนี้ เป็นคําถามที่ตัวเราเองก็ต้องมีคําตอบให้กับประชาชนให้กับคนที่ต้องการที่จะเข้าสู่ความเป็นเลิศ มีมหาวิทยาลัยในไทย ที่มีศักยภาพสูง ที่มีความเป็นเลิศในแต่ละสาขาวิชา แต่ยังขาดทุนทรัพย์ขาดเงินทุนในการอุดหนุนเราปฏิเสธไม่ได้หรอก มันมีการดิสรัป มาจากหลายหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเอไอ ไม่ว่าจะเป็นทางไอที หรืออะไรก็แล้วแต่ ตรงนี้เป็นประเด็นสําคัญที่เราเองจะอยู่นิ่งไม่ได้ครับเราเองต้องพัฒนาตัวเอง ให้มีศักยภาพเทียบเท่าไปกับคนอื่นด้วย ถ้าเรายังอยู่นิ่งเราก็ไม่พัฒนา เราก็ไม่สามารถที่จะยกระดับตัวเองไปสู่ระดับสากลได้ ถือว่าการทํากองทุนนี้ เป็นคุณูปการต่อคน ต่อบุคลากรทางการศึกษา ต่อบุคลากรในทุกภาคส่วน ทุกมิติในประเทศไทย
.
“ถ้าพัฒนาแล้วเงินเดือนก็ไม่ได้มากขึ้น ถ้าพัฒนาแล้ว ความเป็นอยู่ไม่ได้ดีขึ้น ถ้าพัฒนาแล้วไม่ได้ดีขึ้น ถามว่าใครเขาจะพัฒนา จะยกตัวอย่างเปรียบเทียบเลย ส่วนตัวเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมาก่อน อยู่ในมหาวิทยาลัยมา 15 ปี ทราบดีกับปัญหาทางมหาวิทยาลัย เปรียบเทียบเงินเดือนครู ผู้ช่วยครู กับเงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย ถ้าเงินเดือนคือแรงจูงใจ เทียบกับอาจารย์มหาวิทยาลัย เงินเดือนครูผู้ช่วย คศ.1 คศ.2 คศ.3 เงงินเดือนครู คศ.2 มีเงินเดือนมากกว่าอาจารย์มหาวิทยาลัย 10,000 บาท ถ้าเปรียบเทียบครู คศ 3 เทียบกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ จะมีเงินเดือนมากกว่าอาจารย์มหาวิทยาลัย 5,600 บาท ถ้าครูคศ 4 จะมีอัตราเงินเดือนมากกว่าอาจารย์มหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ประมาณ 2,000 บาท ถามว่าเราเองได้รับทุน 4 ปี ไปเรียนต่างประเทศ เงินเดือนถูกฟรีซ เงินเดือนไม่ขึ้น ถามว่าพยายามพัฒนาศักยภาพตัวเอง ไม่อย่านั้นจะจบได้ยังไง ประเทศอื่นๆมีเงินเดือนเพิ่มขึ้น จากการพัฒนาตัวเอง จากการเรียนถึงปริญญาเอก ถามว่าแล้วใครจะพัฒนาศักยภาพตัวเอง”นายซาการียา กล่าว
.
นายซาการียา กล่าวว่า นอกจากนี้คือ ตําแหน่งวิชาการ ตําแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์มีเงินประจำตำแหน่งครับ 3,500 หรือ 5,600 เทียบกับตำแหน่ง คศ 3 ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ซึ่งเทียบเท่ากับ เป็นคศ.4 ฝากทางกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปดู มีบางมหาวิทยาลัย เป็นพนักงานมหาลัย เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ได้เงินประจำตำแหน่งขาเดียว เช่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ได้เงินประจำตำแหน่ง 5,600 ไม่ได้คูณสอง แต่ถ้าเป็นครู คศ.3 เนี่ยได้เงินประจำตำแหน่งได้ 5,600 คูณสอง จึงถามว่าอันนี้ก็เป็นข้อเปรียบเทียบชัดเจนว่า ใครที่อยากไปทํางานในมหาวิทยาลัย คนที่มีศักยภาพเขาต้องมีความรู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนล้า
.
ส.ส.นราธิวาส กล่าวว่า ฝากทางกระทรวง อว. ฝากกองทุนนี้ เพื่อให้พัฒนาศักยภาพคน สู่ความเป็นเลิศ เพื่อที่จะมาพัฒนาประเทศในทุกมิติ ซึ่งเราทราบดีอยู่แล้วว่าการพัฒนาคน มันสามารถพัฒนาประเทศในหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นสังคม ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าคนมีความรู้ ความสามารถ ถ้าคนมีความเป็นเลิศ ทุกอย่างมันจะดี