นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างแก้ไขพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา ว่า เห็นด้วยกับการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาขึ้นมา แต่อาจจะมีมุมมองที่ต่างออกไปในประเด็นที่ว่าในการจัดตั้งกองทุน เสียดายว่าช้าไป เพราะจากที่ดูเนื้อหา วัตถุประสงค์ ในการจัดตั้งกองทุนนี้ ความตั้งใจคือต้องการพัฒนาความเป็นเลิศ ของสถาบันอุดมศึกษา แต่สิ่งหนึ่งที่ได้รับการชี้แจงคือเราต้องการจะสร้างบุคลากรหรือสร้างคนขึ้นมา แต่เท่าที่ทราบปัญหาในปัจจุบันนี้ การที่กองทุนนี้เป็นลักษณะ Topdown Policy คือรัฐบาลตั้งโจทย์ หรือบอร์ด หรือคณะกรรมการ กองทุน ตั้งโจทย์ขึ้นมาเพื่อให้มหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานเข้ามา เพื่อขอรับทุน
.
“สิ่งหนึ่งที่ต้องเป็นห่วง ขณะนี้โลกแห่งการเรียนรู้ เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างเร็วพอสมควรแล้ว เมื่อดูเนื้องานของมหาวิทยาลัย ในการขอรับงบประมาณ เมื่อตอนงบประมาณปี 2567 เราจะเห็นได้ว่าหลายมหาวิทยาลัย มีหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่อง Ai เรื่อง Semi-conductor ค่อนข้างหลากหลาย มีการเพิ่มสาขาวิชาเรียนนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นประเด็นหนึ่งที่สําคัญคือ การที่เราจะเป็นผู้กําหนดในการให้หน่วยงานเข้ามาเพื่อขอรับทุน กลายเป็นว่าไม่ได้มองแค่ว่าโลกปีนี้เราเป็นอย่างไร กลายเป็นว่าหน่วยงาน กองทุน คณะกรรมการชุดนี้ จะต้องมองไปข้างหน้ามากกว่า 5 ปี เพื่อที่จะไปเข้าสู่ระบบการผลิตบุคลากรออกมา เพื่อที่จะสนองตอบ” นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าว
.
นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า เราทราบกันดีว่าขณะนี้ นักเรียนจบใหม่กว่า 70% จบจากฝ่ายสังคม แต่ดูจากที่ ความต้องการ น่าจะไปเน้นทางสายวิทยาศาสตร์มาก ปัญหาคือเรามีทั้งกองทุนวิจัย แล้วจะเพิ่มกองทุนตัวนี้มาอีก เพื่อพัฒนาบุคลากร สิ่งหนึ่งที่ต้องถามกลับไปว่าเมื่อท่านไปสร้างบุคลากรเพื่อการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาคนขึ้นมา เราจะเอานักเรียนที่ไหนขึ้นมาเรียน ถ้าการศึกษาขั้นต้นของเรา ขณะนี้นักเรียนลดลง ประชากรโลกลดลง มหาวิทยาลัยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เราส่งเสริมให้มีมหาวิทยาลัยเอกชนมากขึ้น แต่ผ่านมา 20 ปีกลายเป็นว่าปัญหาไม่ได้เกิดแก่ มหาวิทยาลัยเอกชน แต่เกิดกับมหาวิทยาลัยรัฐบาล คือนักศึกษาลดลง แล้วเพิ่งมาตั้งกองทุนนี้ในปีนี้ ก็ต้องบอกว่ายังดีกว่าไม่มีเลย
.
นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวอีกว่า เราอาจจะต้องมองล่วงหน้าไม่ต่ํากว่า 5 ปี วางตลาดของประเทศไทย ควรจะผลิตผู้เชี่ยวชาญด้านไหน จะบอกว่าเราจะมาพัฒนาบุคลากรในด้านของ Semiconductor หรือว่า Ai หรืออะไรก็ตามแต่อาจจะช้าไปเสียแล้ว เพราะว่าหลายๆ มหาวิทยาลัยเขามีตรงนี้อยู่แล้ว เข้าใจว่าเป็นการเสริม แต่ถามว่าสุดท้ายแล้วเมื่อไม่มีคนเรียน เราจะสามารถพัฒนาได้อย่างไร ไม่ได้อยากให้ อว.มุ่งเน้นแค่เฉพาะในส่วนของมหาวิทยาลัย อยากให้ อว.ได้ประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ต่อเนื่องกับการศึกษาขั้นต้น เพื่อจะได้ผลิตบุคลากรขึ้นมาผลิตสายนักเรียนขึ้นมา เพื่อให้เรียนสายวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้น เพราะไม่เช่นนั้นเด็กจะบอกว่าเราสนใจแต่สายด้านนี้ เราจะไปด้านนี้
.
สส.อุบลราชธานี อภิปรายอีกว่า เมื่อสักครู่มีสมาชิกได้กล่าวถึงตัวอย่างในโลกโซเชียลขณะนี้หลายคนเป็นอินฟลูฯ ได้เงินจำนวนมาก โดยไม่ต้องเรียนอะไรเลย เพราะฉะนั้นต้องบอกว่า จะไปเน้นตอนปลายทาง มันอาจจะสายไป อาจจะต้องมองว่ากองทุนตัวนี้ตั้งขึ้นมาต้องมองไกลกว่านี้ อาจจะไม่ใช่แค่เฉพาะมหาวิทยาลัย แต่ต้องครอบคลุมไปถึงระดับมัธยมศึกษา ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าต้องการผลิตบุคลากรให้มีความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ ที่เราต้องต่อสู้กับเทคโนโลยีต่างๆ ที่มา Disrupt กันมากมาย ที่เราพูดกันมาตลอดในสภาผู้แทนราษฎร
.
นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า เมื่อเราไปควานหา จะเจอเด็กที่จบจากสายศิลป์ ส่วนมากไปต่ออุดมศึกษา ไปต่อสายสังคม เมื่อจํานวนเด็กลดลงจะเป็นปัญหาว่ากองทุนที่ให้เงินสนับสนุนไปกับมหาวิทยาลัย ไปสร้างสภาพแวดล้อม ไปสร้าง Facilities เพื่อรองรับการผลิตบุคคล เพื่อให้เป็นเลิศด้านต่างๆ แต่กลายเป็นว่านักเรียนน้อยลง เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้อยากให้ อว.ในอนาคตแก้ไขตัวของกองทุน หรือว่าอาจจะเพิ่มตัวหลักการเข้าไป หรือว่าอาจจะมีมุมที่นอกเหนือจากที่มหาวิทยาลัยมาขอทุน ที่มารับรองจากกองทุน เพิ่มไปยังหน่วยการศึกษาขั้นต้นด้วย
.
“ท่านมีกองทุนในการสร้างบุคคลเป็นเลิศแล้ว อีกส่วนนึงก็คือกองทุนวิจัย ของ กสว. ตัวนี้ก็คงเป็นประเด็นที่อยากให้ได้มองทั้งสองกองทุน และเชื่อมเข้าไว้ด้วยกันเพื่อที่เราจะได้ทําประเทศให้ไปในทิศทางเดียวกัน เพราะไม่เช่นนั้นเราก็จะพบกับวิจัยขึ้นหิ้งหลายอย่าง และการวิจัยไม่สามารถนำมาผลิตบุคลากรเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้น พ.ร.บ.ฉบับนี้ เข้าใจและมั่นใจว่าไม่มีสมาชิกท่านใดขัดข้อง เพียงแต่ขอฝากเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง อว.หรือคณะกรรมาธิการ ที่เข้าไป อาจจะต้องเพิ่มเป็นบทสังเกต เป็นข้อสังเกตต่อไปว่า ถ้าเราไปเล็งขั้นสุดท้าย ที่ขั้นอุดมศึกษาอาจจะไม่ทันการกับการเรียนรู้ กับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในแต่ละปี” นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวทิ้งท้าย

3 กรกฎาคม 2567 เวลา 17:53
หนุน กองทุน อว. พัฒนาสู่ความเป็นเลิศ
“แนน บุณย์ธิดา” หนุน กองทุน อว. พัฒนาสู่ความเป็นเลิศ แนะโลกปัจจุบันเปลี่ยนเร็ว อย่าใช้แค่ในระดับมหาวิทยาลัย ให้กระทรวงศึกษาธิการ ใช้กับเด็กๆ ตั้งแต่ต้นทางการศึกษา และผลิตงานวิจัยที่ใช้ได้จริง
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างแก้ไขพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา ว่า เห็นด้วยกับการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาขึ้นมา แต่อาจจะมีมุมมองที่ต่างออกไปในประเด็นที่ว่าในการจัดตั้งกองทุน เสียดายว่าช้าไป เพราะจากที่ดูเนื้อหา วัตถุประสงค์ ในการจัดตั้งกองทุนนี้ ความตั้งใจคือต้องการพัฒนาความเป็นเลิศ ของสถาบันอุดมศึกษา แต่สิ่งหนึ่งที่ได้รับการชี้แจงคือเราต้องการจะสร้างบุคลากรหรือสร้างคนขึ้นมา แต่เท่าที่ทราบปัญหาในปัจจุบันนี้ การที่กองทุนนี้เป็นลักษณะ Topdown Policy คือรัฐบาลตั้งโจทย์ หรือบอร์ด หรือคณะกรรมการ กองทุน ตั้งโจทย์ขึ้นมาเพื่อให้มหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานเข้ามา เพื่อขอรับทุน
.
“สิ่งหนึ่งที่ต้องเป็นห่วง ขณะนี้โลกแห่งการเรียนรู้ เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างเร็วพอสมควรแล้ว เมื่อดูเนื้องานของมหาวิทยาลัย ในการขอรับงบประมาณ เมื่อตอนงบประมาณปี 2567 เราจะเห็นได้ว่าหลายมหาวิทยาลัย มีหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่อง Ai เรื่อง Semi-conductor ค่อนข้างหลากหลาย มีการเพิ่มสาขาวิชาเรียนนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นประเด็นหนึ่งที่สําคัญคือ การที่เราจะเป็นผู้กําหนดในการให้หน่วยงานเข้ามาเพื่อขอรับทุน กลายเป็นว่าไม่ได้มองแค่ว่าโลกปีนี้เราเป็นอย่างไร กลายเป็นว่าหน่วยงาน กองทุน คณะกรรมการชุดนี้ จะต้องมองไปข้างหน้ามากกว่า 5 ปี เพื่อที่จะไปเข้าสู่ระบบการผลิตบุคลากรออกมา เพื่อที่จะสนองตอบ” นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าว
.
นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า เราทราบกันดีว่าขณะนี้ นักเรียนจบใหม่กว่า 70% จบจากฝ่ายสังคม แต่ดูจากที่ ความต้องการ น่าจะไปเน้นทางสายวิทยาศาสตร์มาก ปัญหาคือเรามีทั้งกองทุนวิจัย แล้วจะเพิ่มกองทุนตัวนี้มาอีก เพื่อพัฒนาบุคลากร สิ่งหนึ่งที่ต้องถามกลับไปว่าเมื่อท่านไปสร้างบุคลากรเพื่อการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาคนขึ้นมา เราจะเอานักเรียนที่ไหนขึ้นมาเรียน ถ้าการศึกษาขั้นต้นของเรา ขณะนี้นักเรียนลดลง ประชากรโลกลดลง มหาวิทยาลัยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เราส่งเสริมให้มีมหาวิทยาลัยเอกชนมากขึ้น แต่ผ่านมา 20 ปีกลายเป็นว่าปัญหาไม่ได้เกิดแก่ มหาวิทยาลัยเอกชน แต่เกิดกับมหาวิทยาลัยรัฐบาล คือนักศึกษาลดลง แล้วเพิ่งมาตั้งกองทุนนี้ในปีนี้ ก็ต้องบอกว่ายังดีกว่าไม่มีเลย
.
นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวอีกว่า เราอาจจะต้องมองล่วงหน้าไม่ต่ํากว่า 5 ปี วางตลาดของประเทศไทย ควรจะผลิตผู้เชี่ยวชาญด้านไหน จะบอกว่าเราจะมาพัฒนาบุคลากรในด้านของ Semiconductor หรือว่า Ai หรืออะไรก็ตามแต่อาจจะช้าไปเสียแล้ว เพราะว่าหลายๆ มหาวิทยาลัยเขามีตรงนี้อยู่แล้ว เข้าใจว่าเป็นการเสริม แต่ถามว่าสุดท้ายแล้วเมื่อไม่มีคนเรียน เราจะสามารถพัฒนาได้อย่างไร ไม่ได้อยากให้ อว.มุ่งเน้นแค่เฉพาะในส่วนของมหาวิทยาลัย อยากให้ อว.ได้ประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ต่อเนื่องกับการศึกษาขั้นต้น เพื่อจะได้ผลิตบุคลากรขึ้นมาผลิตสายนักเรียนขึ้นมา เพื่อให้เรียนสายวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้น เพราะไม่เช่นนั้นเด็กจะบอกว่าเราสนใจแต่สายด้านนี้ เราจะไปด้านนี้
.
สส.อุบลราชธานี อภิปรายอีกว่า เมื่อสักครู่มีสมาชิกได้กล่าวถึงตัวอย่างในโลกโซเชียลขณะนี้หลายคนเป็นอินฟลูฯ ได้เงินจำนวนมาก โดยไม่ต้องเรียนอะไรเลย เพราะฉะนั้นต้องบอกว่า จะไปเน้นตอนปลายทาง มันอาจจะสายไป อาจจะต้องมองว่ากองทุนตัวนี้ตั้งขึ้นมาต้องมองไกลกว่านี้ อาจจะไม่ใช่แค่เฉพาะมหาวิทยาลัย แต่ต้องครอบคลุมไปถึงระดับมัธยมศึกษา ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าต้องการผลิตบุคลากรให้มีความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ ที่เราต้องต่อสู้กับเทคโนโลยีต่างๆ ที่มา Disrupt กันมากมาย ที่เราพูดกันมาตลอดในสภาผู้แทนราษฎร
.
นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า เมื่อเราไปควานหา จะเจอเด็กที่จบจากสายศิลป์ ส่วนมากไปต่ออุดมศึกษา ไปต่อสายสังคม เมื่อจํานวนเด็กลดลงจะเป็นปัญหาว่ากองทุนที่ให้เงินสนับสนุนไปกับมหาวิทยาลัย ไปสร้างสภาพแวดล้อม ไปสร้าง Facilities เพื่อรองรับการผลิตบุคคล เพื่อให้เป็นเลิศด้านต่างๆ แต่กลายเป็นว่านักเรียนน้อยลง เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้อยากให้ อว.ในอนาคตแก้ไขตัวของกองทุน หรือว่าอาจจะเพิ่มตัวหลักการเข้าไป หรือว่าอาจจะมีมุมที่นอกเหนือจากที่มหาวิทยาลัยมาขอทุน ที่มารับรองจากกองทุน เพิ่มไปยังหน่วยการศึกษาขั้นต้นด้วย
.
“ท่านมีกองทุนในการสร้างบุคคลเป็นเลิศแล้ว อีกส่วนนึงก็คือกองทุนวิจัย ของ กสว. ตัวนี้ก็คงเป็นประเด็นที่อยากให้ได้มองทั้งสองกองทุน และเชื่อมเข้าไว้ด้วยกันเพื่อที่เราจะได้ทําประเทศให้ไปในทิศทางเดียวกัน เพราะไม่เช่นนั้นเราก็จะพบกับวิจัยขึ้นหิ้งหลายอย่าง และการวิจัยไม่สามารถนำมาผลิตบุคลากรเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้น พ.ร.บ.ฉบับนี้ เข้าใจและมั่นใจว่าไม่มีสมาชิกท่านใดขัดข้อง เพียงแต่ขอฝากเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง อว.หรือคณะกรรมาธิการ ที่เข้าไป อาจจะต้องเพิ่มเป็นบทสังเกต เป็นข้อสังเกตต่อไปว่า ถ้าเราไปเล็งขั้นสุดท้าย ที่ขั้นอุดมศึกษาอาจจะไม่ทันการกับการเรียนรู้ กับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในแต่ละปี” นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวทิ้งท้าย
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างแก้ไขพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา ว่า เห็นด้วยกับการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาขึ้นมา แต่อาจจะมีมุมมองที่ต่างออกไปในประเด็นที่ว่าในการจัดตั้งกองทุน เสียดายว่าช้าไป เพราะจากที่ดูเนื้อหา วัตถุประสงค์ ในการจัดตั้งกองทุนนี้ ความตั้งใจคือต้องการพัฒนาความเป็นเลิศ ของสถาบันอุดมศึกษา แต่สิ่งหนึ่งที่ได้รับการชี้แจงคือเราต้องการจะสร้างบุคลากรหรือสร้างคนขึ้นมา แต่เท่าที่ทราบปัญหาในปัจจุบันนี้ การที่กองทุนนี้เป็นลักษณะ Topdown Policy คือรัฐบาลตั้งโจทย์ หรือบอร์ด หรือคณะกรรมการ กองทุน ตั้งโจทย์ขึ้นมาเพื่อให้มหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานเข้ามา เพื่อขอรับทุน
.
“สิ่งหนึ่งที่ต้องเป็นห่วง ขณะนี้โลกแห่งการเรียนรู้ เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างเร็วพอสมควรแล้ว เมื่อดูเนื้องานของมหาวิทยาลัย ในการขอรับงบประมาณ เมื่อตอนงบประมาณปี 2567 เราจะเห็นได้ว่าหลายมหาวิทยาลัย มีหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่อง Ai เรื่อง Semi-conductor ค่อนข้างหลากหลาย มีการเพิ่มสาขาวิชาเรียนนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นประเด็นหนึ่งที่สําคัญคือ การที่เราจะเป็นผู้กําหนดในการให้หน่วยงานเข้ามาเพื่อขอรับทุน กลายเป็นว่าไม่ได้มองแค่ว่าโลกปีนี้เราเป็นอย่างไร กลายเป็นว่าหน่วยงาน กองทุน คณะกรรมการชุดนี้ จะต้องมองไปข้างหน้ามากกว่า 5 ปี เพื่อที่จะไปเข้าสู่ระบบการผลิตบุคลากรออกมา เพื่อที่จะสนองตอบ” นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าว
.
นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า เราทราบกันดีว่าขณะนี้ นักเรียนจบใหม่กว่า 70% จบจากฝ่ายสังคม แต่ดูจากที่ ความต้องการ น่าจะไปเน้นทางสายวิทยาศาสตร์มาก ปัญหาคือเรามีทั้งกองทุนวิจัย แล้วจะเพิ่มกองทุนตัวนี้มาอีก เพื่อพัฒนาบุคลากร สิ่งหนึ่งที่ต้องถามกลับไปว่าเมื่อท่านไปสร้างบุคลากรเพื่อการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาคนขึ้นมา เราจะเอานักเรียนที่ไหนขึ้นมาเรียน ถ้าการศึกษาขั้นต้นของเรา ขณะนี้นักเรียนลดลง ประชากรโลกลดลง มหาวิทยาลัยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เราส่งเสริมให้มีมหาวิทยาลัยเอกชนมากขึ้น แต่ผ่านมา 20 ปีกลายเป็นว่าปัญหาไม่ได้เกิดแก่ มหาวิทยาลัยเอกชน แต่เกิดกับมหาวิทยาลัยรัฐบาล คือนักศึกษาลดลง แล้วเพิ่งมาตั้งกองทุนนี้ในปีนี้ ก็ต้องบอกว่ายังดีกว่าไม่มีเลย
.
นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวอีกว่า เราอาจจะต้องมองล่วงหน้าไม่ต่ํากว่า 5 ปี วางตลาดของประเทศไทย ควรจะผลิตผู้เชี่ยวชาญด้านไหน จะบอกว่าเราจะมาพัฒนาบุคลากรในด้านของ Semiconductor หรือว่า Ai หรืออะไรก็ตามแต่อาจจะช้าไปเสียแล้ว เพราะว่าหลายๆ มหาวิทยาลัยเขามีตรงนี้อยู่แล้ว เข้าใจว่าเป็นการเสริม แต่ถามว่าสุดท้ายแล้วเมื่อไม่มีคนเรียน เราจะสามารถพัฒนาได้อย่างไร ไม่ได้อยากให้ อว.มุ่งเน้นแค่เฉพาะในส่วนของมหาวิทยาลัย อยากให้ อว.ได้ประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ต่อเนื่องกับการศึกษาขั้นต้น เพื่อจะได้ผลิตบุคลากรขึ้นมาผลิตสายนักเรียนขึ้นมา เพื่อให้เรียนสายวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้น เพราะไม่เช่นนั้นเด็กจะบอกว่าเราสนใจแต่สายด้านนี้ เราจะไปด้านนี้
.
สส.อุบลราชธานี อภิปรายอีกว่า เมื่อสักครู่มีสมาชิกได้กล่าวถึงตัวอย่างในโลกโซเชียลขณะนี้หลายคนเป็นอินฟลูฯ ได้เงินจำนวนมาก โดยไม่ต้องเรียนอะไรเลย เพราะฉะนั้นต้องบอกว่า จะไปเน้นตอนปลายทาง มันอาจจะสายไป อาจจะต้องมองว่ากองทุนตัวนี้ตั้งขึ้นมาต้องมองไกลกว่านี้ อาจจะไม่ใช่แค่เฉพาะมหาวิทยาลัย แต่ต้องครอบคลุมไปถึงระดับมัธยมศึกษา ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าต้องการผลิตบุคลากรให้มีความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ ที่เราต้องต่อสู้กับเทคโนโลยีต่างๆ ที่มา Disrupt กันมากมาย ที่เราพูดกันมาตลอดในสภาผู้แทนราษฎร
.
นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า เมื่อเราไปควานหา จะเจอเด็กที่จบจากสายศิลป์ ส่วนมากไปต่ออุดมศึกษา ไปต่อสายสังคม เมื่อจํานวนเด็กลดลงจะเป็นปัญหาว่ากองทุนที่ให้เงินสนับสนุนไปกับมหาวิทยาลัย ไปสร้างสภาพแวดล้อม ไปสร้าง Facilities เพื่อรองรับการผลิตบุคคล เพื่อให้เป็นเลิศด้านต่างๆ แต่กลายเป็นว่านักเรียนน้อยลง เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้อยากให้ อว.ในอนาคตแก้ไขตัวของกองทุน หรือว่าอาจจะเพิ่มตัวหลักการเข้าไป หรือว่าอาจจะมีมุมที่นอกเหนือจากที่มหาวิทยาลัยมาขอทุน ที่มารับรองจากกองทุน เพิ่มไปยังหน่วยการศึกษาขั้นต้นด้วย
.
“ท่านมีกองทุนในการสร้างบุคคลเป็นเลิศแล้ว อีกส่วนนึงก็คือกองทุนวิจัย ของ กสว. ตัวนี้ก็คงเป็นประเด็นที่อยากให้ได้มองทั้งสองกองทุน และเชื่อมเข้าไว้ด้วยกันเพื่อที่เราจะได้ทําประเทศให้ไปในทิศทางเดียวกัน เพราะไม่เช่นนั้นเราก็จะพบกับวิจัยขึ้นหิ้งหลายอย่าง และการวิจัยไม่สามารถนำมาผลิตบุคลากรเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้น พ.ร.บ.ฉบับนี้ เข้าใจและมั่นใจว่าไม่มีสมาชิกท่านใดขัดข้อง เพียงแต่ขอฝากเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง อว.หรือคณะกรรมาธิการ ที่เข้าไป อาจจะต้องเพิ่มเป็นบทสังเกต เป็นข้อสังเกตต่อไปว่า ถ้าเราไปเล็งขั้นสุดท้าย ที่ขั้นอุดมศึกษาอาจจะไม่ทันการกับการเรียนรู้ กับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในแต่ละปี” นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวทิ้งท้าย