17 ก.ค. 2567 นายองอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 พ.ศ.... ว่า โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท เชื่อว่ารัฐบาลได้กลั่นกรอง ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไตร่ตรองโครงการนี้มาอย่างดี เข้าใจถึงความห่วงใย และเข้าใจสิ่งดีๆ ที่จะมีให้กับพี่น้องประชาชน แต่วันนี้คําถามต่างๆ มีมากมาย และขอนำคำถามของประชาชนที่ได้ยินบ่อยที่สุดก็คือ
"มันเป็นตาได้ง่ายบ่เงินดิจิทัล มันไซ้จั๋งได๋ละน้อ เงินดิจิทัล นี่ สส." ตอนนี้มีข่าวดีมาแล้วว่าล็อตแรกจะได้ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ แต่มีประเด็นที่จะต้องไปทําความเข้าใจกับพี่น้องในเขตพื้นที่ถึงวิธิการใช้ จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกฯ ว่าอยากให้รัฐบาลลดความยุ่งยากในการใช้งานให้กับพี่น้องประชาชนด้วย เชื่อว่าพี่น้องประชาชนจํานวนไม่น้อยที่ไม่เข้าใจ และยังเข้าไม่ถึงกับการใช้งาน รวมทั้งเชื่อว่าเพื่อน น้องพี่ในสภาแห่งนี้หลายคนก็ไม่เข้าใจ อาจจะมีการตกหล่นบ้างจากการลงทะเบียน หรือคนลงทะเบียนไม่เป็น คนใช้มือถือไม่เป็น และที่สําคัญคนที่ไม่มีมือถือ คนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนยากจน ซึ่งคือกลุ่มเป้าหมายที่ควรที่จะได้รับงบประมาณก้อนนี้ ช่องโหว่ตรงนี้อาจตกไปอยู่ในมือของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็เป็นได้
.
นายองอาจ กล่าวว่า ทุกสังคมต้องมีเงื่อนไข จึงอยากให้มีเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนให้มากกว่านี้
ยกตัวอย่างง่ายๆ บางครอบครัวไม่มีเงินซื้อแม้แต่หม้อหุงข้าว นักเรียนบางคนไม่มีมือถือเพื่อเรียนออนไลน์ มีคนฝากมาบอกว่าในชีวิตนี้ยังไม่เคยเข้าร้านเสริมสวย อยากใช้เงินเพื่อเติมเต็มความฝัน ถ้าได้เงินก้อนนี้สิ่งแรกที่จะทําก็คือขอเข้าไปเสริมสวยในร้านเสริมสวย ขอไปนอนให้คนสระผม ขอไปนั่งให้คนไดร์ผม แต่ว่าไม่สามารถทําได้
"ที่แบกมาถามท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายก ก็แค่อยากขอบคุณสําหรับความหวังดีที่ท่านนายกฯ มีให้กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณที่กําลังจะสร้างฝันที่พี่น้องประชาชนรอคอยให้บรรลุความฝันที่เขารอคอยมานานแสนนาน และที่สําคัญก็คือ ไม่อยากที่จะให้โครงการที่มีความหวังดีจากรัฐบาล เป็นความรักที่มีเงื่อนไข ความห่วงใยมีข้อจํากัด อยากที่จะให้ขยายกรอบความเข้าใจ ขยายกรอบการใช้ให้เกิดประโยชน์บรรลุวัตถุประสงค์ให้เต็มกําลังความสามารถของแต่ละคน อยากให้เขามีสิทธิ์ที่จะใช้ มีสิทธิ์ที่จะคิดในสิ่งที่เขาควรจะคิดในสิ่งที่เขาควรจะได้ สุดท้ายขออนุญาตขอบคุณไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีที่จัดโครงการดีๆ แบบนี้" นายองอาจ กล่าว

17 กรกฎาคม 2567 เวลา 17:17
ขอบคุณนายกฯ จัดโครงการดีๆ ให้ปชช. กังวลบางกลุ่มไม่เข้าใจวิธีใช้
"สส.องอาจ" ขอบคุณนายกฯ จัดโครงการดีๆ ให้ปชช. กังวลบางกลุ่มไม่เข้าใจวิธีใช้ เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี แนะผ่อนคลายเงื่อนไขวิธีใช้จ่าย
17 ก.ค. 2567 นายองอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 พ.ศ.... ว่า โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท เชื่อว่ารัฐบาลได้กลั่นกรอง ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไตร่ตรองโครงการนี้มาอย่างดี เข้าใจถึงความห่วงใย และเข้าใจสิ่งดีๆ ที่จะมีให้กับพี่น้องประชาชน แต่วันนี้คําถามต่างๆ มีมากมาย และขอนำคำถามของประชาชนที่ได้ยินบ่อยที่สุดก็คือ
"มันเป็นตาได้ง่ายบ่เงินดิจิทัล มันไซ้จั๋งได๋ละน้อ เงินดิจิทัล นี่ สส." ตอนนี้มีข่าวดีมาแล้วว่าล็อตแรกจะได้ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ แต่มีประเด็นที่จะต้องไปทําความเข้าใจกับพี่น้องในเขตพื้นที่ถึงวิธิการใช้ จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกฯ ว่าอยากให้รัฐบาลลดความยุ่งยากในการใช้งานให้กับพี่น้องประชาชนด้วย เชื่อว่าพี่น้องประชาชนจํานวนไม่น้อยที่ไม่เข้าใจ และยังเข้าไม่ถึงกับการใช้งาน รวมทั้งเชื่อว่าเพื่อน น้องพี่ในสภาแห่งนี้หลายคนก็ไม่เข้าใจ อาจจะมีการตกหล่นบ้างจากการลงทะเบียน หรือคนลงทะเบียนไม่เป็น คนใช้มือถือไม่เป็น และที่สําคัญคนที่ไม่มีมือถือ คนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนยากจน ซึ่งคือกลุ่มเป้าหมายที่ควรที่จะได้รับงบประมาณก้อนนี้ ช่องโหว่ตรงนี้อาจตกไปอยู่ในมือของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็เป็นได้
.
นายองอาจ กล่าวว่า ทุกสังคมต้องมีเงื่อนไข จึงอยากให้มีเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนให้มากกว่านี้
ยกตัวอย่างง่ายๆ บางครอบครัวไม่มีเงินซื้อแม้แต่หม้อหุงข้าว นักเรียนบางคนไม่มีมือถือเพื่อเรียนออนไลน์ มีคนฝากมาบอกว่าในชีวิตนี้ยังไม่เคยเข้าร้านเสริมสวย อยากใช้เงินเพื่อเติมเต็มความฝัน ถ้าได้เงินก้อนนี้สิ่งแรกที่จะทําก็คือขอเข้าไปเสริมสวยในร้านเสริมสวย ขอไปนอนให้คนสระผม ขอไปนั่งให้คนไดร์ผม แต่ว่าไม่สามารถทําได้
"ที่แบกมาถามท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายก ก็แค่อยากขอบคุณสําหรับความหวังดีที่ท่านนายกฯ มีให้กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณที่กําลังจะสร้างฝันที่พี่น้องประชาชนรอคอยให้บรรลุความฝันที่เขารอคอยมานานแสนนาน และที่สําคัญก็คือ ไม่อยากที่จะให้โครงการที่มีความหวังดีจากรัฐบาล เป็นความรักที่มีเงื่อนไข ความห่วงใยมีข้อจํากัด อยากที่จะให้ขยายกรอบความเข้าใจ ขยายกรอบการใช้ให้เกิดประโยชน์บรรลุวัตถุประสงค์ให้เต็มกําลังความสามารถของแต่ละคน อยากให้เขามีสิทธิ์ที่จะใช้ มีสิทธิ์ที่จะคิดในสิ่งที่เขาควรจะคิดในสิ่งที่เขาควรจะได้ สุดท้ายขออนุญาตขอบคุณไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีที่จัดโครงการดีๆ แบบนี้" นายองอาจ กล่าว
17 ก.ค. 2567 นายองอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 พ.ศ.... ว่า โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท เชื่อว่ารัฐบาลได้กลั่นกรอง ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไตร่ตรองโครงการนี้มาอย่างดี เข้าใจถึงความห่วงใย และเข้าใจสิ่งดีๆ ที่จะมีให้กับพี่น้องประชาชน แต่วันนี้คําถามต่างๆ มีมากมาย และขอนำคำถามของประชาชนที่ได้ยินบ่อยที่สุดก็คือ
"มันเป็นตาได้ง่ายบ่เงินดิจิทัล มันไซ้จั๋งได๋ละน้อ เงินดิจิทัล นี่ สส." ตอนนี้มีข่าวดีมาแล้วว่าล็อตแรกจะได้ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ แต่มีประเด็นที่จะต้องไปทําความเข้าใจกับพี่น้องในเขตพื้นที่ถึงวิธิการใช้ จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกฯ ว่าอยากให้รัฐบาลลดความยุ่งยากในการใช้งานให้กับพี่น้องประชาชนด้วย เชื่อว่าพี่น้องประชาชนจํานวนไม่น้อยที่ไม่เข้าใจ และยังเข้าไม่ถึงกับการใช้งาน รวมทั้งเชื่อว่าเพื่อน น้องพี่ในสภาแห่งนี้หลายคนก็ไม่เข้าใจ อาจจะมีการตกหล่นบ้างจากการลงทะเบียน หรือคนลงทะเบียนไม่เป็น คนใช้มือถือไม่เป็น และที่สําคัญคนที่ไม่มีมือถือ คนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนยากจน ซึ่งคือกลุ่มเป้าหมายที่ควรที่จะได้รับงบประมาณก้อนนี้ ช่องโหว่ตรงนี้อาจตกไปอยู่ในมือของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็เป็นได้
.
นายองอาจ กล่าวว่า ทุกสังคมต้องมีเงื่อนไข จึงอยากให้มีเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนให้มากกว่านี้
ยกตัวอย่างง่ายๆ บางครอบครัวไม่มีเงินซื้อแม้แต่หม้อหุงข้าว นักเรียนบางคนไม่มีมือถือเพื่อเรียนออนไลน์ มีคนฝากมาบอกว่าในชีวิตนี้ยังไม่เคยเข้าร้านเสริมสวย อยากใช้เงินเพื่อเติมเต็มความฝัน ถ้าได้เงินก้อนนี้สิ่งแรกที่จะทําก็คือขอเข้าไปเสริมสวยในร้านเสริมสวย ขอไปนอนให้คนสระผม ขอไปนั่งให้คนไดร์ผม แต่ว่าไม่สามารถทําได้
"ที่แบกมาถามท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายก ก็แค่อยากขอบคุณสําหรับความหวังดีที่ท่านนายกฯ มีให้กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณที่กําลังจะสร้างฝันที่พี่น้องประชาชนรอคอยให้บรรลุความฝันที่เขารอคอยมานานแสนนาน และที่สําคัญก็คือ ไม่อยากที่จะให้โครงการที่มีความหวังดีจากรัฐบาล เป็นความรักที่มีเงื่อนไข ความห่วงใยมีข้อจํากัด อยากที่จะให้ขยายกรอบความเข้าใจ ขยายกรอบการใช้ให้เกิดประโยชน์บรรลุวัตถุประสงค์ให้เต็มกําลังความสามารถของแต่ละคน อยากให้เขามีสิทธิ์ที่จะใช้ มีสิทธิ์ที่จะคิดในสิ่งที่เขาควรจะคิดในสิ่งที่เขาควรจะได้ สุดท้ายขออนุญาตขอบคุณไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีที่จัดโครงการดีๆ แบบนี้" นายองอาจ กล่าว