นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน 2 เรื่องคือ 1. ปัจจุบันพี่น้องประชาชนอกสั่นขวัญแขวนกับค่าครองชีพที่กําลังจะเกิดขึ้น เมื่อทราบข่าวว่ารัฐบาลกําลังจะมีการปรับปรุงค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ถือเป็นข่าวร้าย อยากจะให้รัฐบาลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนลดค่าครองชีพ ในเรื่องค่าน้ำ ค่าไฟ เพื่อให้พี่น้องสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขพอสมควร
นายสนอง กล่าว่า เรื่องที่ 2 ในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องชาวจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ทํานาเกี่ยวกับโครงการปุ๋ยคนละครึ่งที่รัฐบาลกําลังดําเนินการอยู่ โครงการนี้แทนที่จะเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่กลับจะเป็นการซ้ำเติมพี่น้องประชาชน เพราะพี่น้องประชาชนจะต้องไปกู้เงินมาล่วงหน้าเพื่อมาสมทบ และปุ๋ยที่ได้นั้นไม่แน่ใจว่าจะเป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพ หรือตรงตามความต้องการหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่สามารถที่จะนำเงินนี้ไปใช้ลดปัจจัยการผลิตด้านอื่นๆ ได้ ไม่เหมือนโครงการไร่ละ 1,000 ที่ได้รับเงินโดยตรง ประชาชนไม่ต้องมีหนี้สิน สามารถนําเงินไปใช้ลดต้นทุนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นค่าเก็บเกี่ยว ค่าไถ่ ค่าหว่าน ค่าปุ๋ย ได้ทุกอย่างครบวงจร จึงขอให้รัฐบาลได้ทบทวนโครงการนี้ เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดให้พี่น้องประชาชนให้พี่น้องชาวนาได้รับประโยชน์สูงสุดตามนโยบายของรัฐบาล

18 กรกฎาคม 2567 เวลา 13:19
"สส.สนอง" หารือสภาฯ ลดค่าน้ำ ค่าไฟให้ประชาชน ทบทวนโครงการไร่ละพัน เกษตรกรได้รับประโยชน์
นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน 2 เรื่องคือ 1. ปัจจุบันพี่น้องประชาชนอกสั่นขวัญแขวนกับค่าครองชีพที่กําลังจะเกิดขึ้น เมื่อทราบข่าวว่ารัฐบาลกําลังจะมีการปรับปรุงค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ถือเป็นข่าวร้าย อยากจะให้รัฐบาลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนลดค่าครองชีพ ในเรื่องค่าน้ำ ค่าไฟ เพื่อให้พี่น้องสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขพอสมควร
นายสนอง กล่าว่า เรื่องที่ 2 ในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องชาวจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ทํานาเกี่ยวกับโครงการปุ๋ยคนละครึ่งที่รัฐบาลกําลังดําเนินการอยู่ โครงการนี้แทนที่จะเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่กลับจะเป็นการซ้ำเติมพี่น้องประชาชน เพราะพี่น้องประชาชนจะต้องไปกู้เงินมาล่วงหน้าเพื่อมาสมทบ และปุ๋ยที่ได้นั้นไม่แน่ใจว่าจะเป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพ หรือตรงตามความต้องการหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่สามารถที่จะนำเงินนี้ไปใช้ลดปัจจัยการผลิตด้านอื่นๆ ได้ ไม่เหมือนโครงการไร่ละ 1,000 ที่ได้รับเงินโดยตรง ประชาชนไม่ต้องมีหนี้สิน สามารถนําเงินไปใช้ลดต้นทุนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นค่าเก็บเกี่ยว ค่าไถ่ ค่าหว่าน ค่าปุ๋ย ได้ทุกอย่างครบวงจร จึงขอให้รัฐบาลได้ทบทวนโครงการนี้ เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดให้พี่น้องประชาชนให้พี่น้องชาวนาได้รับประโยชน์สูงสุดตามนโยบายของรัฐบาล