นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตอบกระทู้ถามนายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ที่ตั้งกระทู้ด้วยวาจาถาม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้ ที่มีความแตกต่างจากพื้นที่อื่น ทั้งที่ ครม.เห็นชอบเพิ่มเงินเดือนให้ครู แต่ครูในบางโรงเรียนได้เงินเดือน 4,000-6,000 บาท ต่ำกว่าเงินค่าแรงขั้นต่ำ อยากรู้ว่ากระทรวงศึกษาฯ จะมีมาตรการตรวจสอบเงินเดือนครูหรือไม่ มีแนวทางการตรวจสอบอย่างไร และมีแนวทางช่วยเหลือครูประเภทอื่นๆ ในสถาบันการศึกษาอย่างไร เพื่อเกิดแรงจูงใจให้กับครูในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร ว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดงบประมาณเพื่ออุดหนุนค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับโรงเรียนเอกชน ตามระบบของกระทรวง กำหนดให้โรงเรียนที่ได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลต้องดำเนินตามกฏหมาย และจ่ายเงินเดือนครูไม่ต่ำกว่าวุฒิที่ราชการกำหนด พร้อมแนบสลิปเงินเดือนที่จ่ายให้กับครูจริง เพื่อนำเอกสารแนบส่งให้ศึกษาธิการจังหวัด และตรวจสอบว่าการเบิกจ่ายเงินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ครบถ้วนหรือไม่ หากโรงเรียนเอกชนรายใดไม่ดำเนินการตามที่ระเบียบประกาศไว้ จะถูกชะลอเงินอุดหนุนจนกว่าโรงเรียนจะดำเนินการให้ถูกต้อง
"นี่คือการการตรวจสอบอย่างรัดกุมและเข้มงวด เราตรวจสอบทุกคนว่าโรงเรียนจ่ายจริงหรือไม่ เป็นสลิปเงินเดือนที่ต้องผ่านระบบธนาคาร ถ้าปลอมแปลงเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าเกิดจ่ายแล้วมีปัญหาสามารถร้องเรียนได้ ยืนยันกระทรวงศึกษาจะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนั้น เพราะเราตระหนักดีว่าขวัญและกำลังใจของครูโดยเฉพาะครูจังหวัดชายแดนใต้เป็นสิ่งสำคัญ" นายสุรศักดิ์ กล่าว
นายสุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับมติ ครม.วันที่ 6 ก.ค. มีมติปรับเพิ่มเงินเดือนให้กับครู โรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาและสำนักงานกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ตนได้รับเรื่องร้องเรียนว่าเงินเดือนครูเมื่อไหร่จะขึ้น ตอนนี้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กำลังทำเรื่องเพื่อของบกลาง ชดเชยย้อนหลังตั้งแต่ 1 พ.ค. สำหรับปัญหาของครู ได้มีโอกาสลงพื้นที่กับ นายซาการียา และ สส.พรรคอื่นๆ ที่ห่วงใยเรื่องค่าตอบแทนของโต๊ะครู ที่แตกต่างระหว่างโรงเรียนปอเนาะ และตาดีกา จึงเห็นด้วยที่ต้องปรับให้อัตราเงินเดือนเท่ากัน ตอนนี้เรื่องอยู่ที่คณะกรรมการพัฒนายุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะนำไปพิจารณาต่อ การดูแลระบบการศึกษาเอกชนภาคใต้นั้น ยืนยันกระทรวงพยายามตรวจสอบเข้มงวดให้เป็นไปตามหลักการ และสร้างขวัญกำลังใจให้กับโรงเรียนตาดีกา โต๊ะครู โรงเรียนปอเนาะ หรือสายสามัญทั่วไป เรากำลังทำเรื่องของบประมาณเพิ่มเติมในเรื่องต่างๆ อะไรที่ทำได้จะทำได้ทันที แต่ทุกอย่างต้องมีเหตุผลมากพอเพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่ดูแลเรื่องงบประมาณโดยตรง
จากนั้นนายซาการียา ถามต่อว่า ในปีถัดไปจากนี้อาหารกลางวันของศูนย์การศึกษาอิสลาม จะมีปัญหารายจ่ายงบประมาณเหมือนอย่างที่ผ่านมาอีกหรือไม่ และมีโอกาสได้เพิ่มขึ้นหรือไม่
รมช.ศึกษาธิการ ตอบว่า ในปีนี้ต้องยอมรับว่ามีปัญหาเนื่องจากงบประมาณรายจ่ายปี 2567 ประกาศใช้ล่าช้า ทำให้มีผลกระทบกับโครงการอาหารกลางวันที่สนับสนุนให้กับโรงเรียนในจังหวัดชายแดนใต้ เพราะโครงการอาหารกลางวันที่อุดหนุนนั้นเป็นมติครม.เดิมเมื่อวันที่ 7 ก.พ.2566 ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ตั้งงบประมาณรองรับไป แต่ในปีถัดไปยืนยันตรงนี้ว่าไม่มีปัญหาเช่นนั้นเกิดขึ้นอีกแน่นอน เพราะงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2568 กําลังจะผ่านสภาในวาระ 2-3 ส่วนการปรับเงินอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติมนั้นเป็นเรื่องที่เราจะต้องทําเรื่อง และหาเหตุผลหาข้อมูลอีก หลายๆ เรื่องกระทรวงอยากทํา แต่ถ้าทําไปแล้วไม่มีเหตุผลเพียงพอหน่วยงานที่พิจารณาจะต้องเรียกไปถามหรือต้องตัดออแน่นอน ถ้าไม่มีเหตุผล แต่ยืนยันว่าสิ่งใดที่ทําได้ด้วยเหตุผลที่สมบูรณ์ กระทรวงจะทําอย่างต่อเนื่อง
นายซาการียา ถามอีกว่า กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางการปฏิวัติการศึกษาอย่างไรบ้าง เพื่อให้เป็นรูปธรรมในอนาคต
นายสุรศักดิ์ ตอบว่า เราต้องปฎิวัติการศึกษา ต้องเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็ว เพื่อให้ก้าวทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ถ้าเรายังเดินช้าๆ ล้าหลังอยู่เราจะตามโลกไม่ทันแน่นอน กระทรวงศึกษาธิการนั้นมีนโยบายเพื่อให้ผู้เรียนเรียนดี มีความสุข ลดภาระครู ลดภาระบุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครอง โดยการสนับสนุนอาหารกลางวันให้กับเด็ก ขยายโอกาสอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รวมทั้งเรื่องเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยทําให้เด็กมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึงและครอบคลุม
ปัญหาครูไม่ครบชั้น เอกไม่ตรงวิชา โรงเรียนห่างไกล ล้วนแต่มีผลกระทบการศึกษาอย่างแท้จริง แน่นอนว่าเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยในการสร้างแพลตฟอร์มที่สามารถให้นักเรียนได้เข้าถึงวิชาความรู้ องค์ความรู้ที่เท่าเทียมกันทั่วประเทศ แพลตฟอร์มเหล่านั้นจะเป็นสิ่งที่สําคัญการทําเครดิตแบงค์ที่จะอยู่ในองค์ของการปฏิวัติการศึกษา รวมถึงอีพอร์ตฟอริโอจะเป็นตัวสําคัญที่ทําให้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจะต้องมีพอร์ตเป็นของตัวเองและถูกบันทึกไว้ทั้งหมด สามารถเก็บหน่วยกิตในโรงเรียนต่าง ๆ มารวมกัน เพราะฉะนั้นหลายเรื่องที่เราต้องปฏิวัติโดยการใช้เทคโนโลยี และยืนยันเรื่องต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับการศึกษา การลดความเหลื่อมล้ำ เราจะทำอย่างเต็มที่ วันนี้มีเวลาจํากัด เชื่อว่าท่านรัฐมนตรีจะพูดคุยเรื่องนี้ให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับทราบต่อไป

18 กรกฎาคม 2567 เวลา 18:47
"รมช.สุรศักดิ์" ยืนยันต้องปฏิวัติการศึกษาอย่างรวดเร็วโดยใช้เทคโนโลยี สิ่งใดเป็นประโยชน์ พร้อมทำเต็มที่
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตอบกระทู้ถามนายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ที่ตั้งกระทู้ด้วยวาจาถาม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้ ที่มีความแตกต่างจากพื้นที่อื่น ทั้งที่ ครม.เห็นชอบเพิ่มเงินเดือนให้ครู แต่ครูในบางโรงเรียนได้เงินเดือน 4,000-6,000 บาท ต่ำกว่าเงินค่าแรงขั้นต่ำ อยากรู้ว่ากระทรวงศึกษาฯ จะมีมาตรการตรวจสอบเงินเดือนครูหรือไม่ มีแนวทางการตรวจสอบอย่างไร และมีแนวทางช่วยเหลือครูประเภทอื่นๆ ในสถาบันการศึกษาอย่างไร เพื่อเกิดแรงจูงใจให้กับครูในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร ว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดงบประมาณเพื่ออุดหนุนค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับโรงเรียนเอกชน ตามระบบของกระทรวง กำหนดให้โรงเรียนที่ได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลต้องดำเนินตามกฏหมาย และจ่ายเงินเดือนครูไม่ต่ำกว่าวุฒิที่ราชการกำหนด พร้อมแนบสลิปเงินเดือนที่จ่ายให้กับครูจริง เพื่อนำเอกสารแนบส่งให้ศึกษาธิการจังหวัด และตรวจสอบว่าการเบิกจ่ายเงินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ครบถ้วนหรือไม่ หากโรงเรียนเอกชนรายใดไม่ดำเนินการตามที่ระเบียบประกาศไว้ จะถูกชะลอเงินอุดหนุนจนกว่าโรงเรียนจะดำเนินการให้ถูกต้อง
"นี่คือการการตรวจสอบอย่างรัดกุมและเข้มงวด เราตรวจสอบทุกคนว่าโรงเรียนจ่ายจริงหรือไม่ เป็นสลิปเงินเดือนที่ต้องผ่านระบบธนาคาร ถ้าปลอมแปลงเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าเกิดจ่ายแล้วมีปัญหาสามารถร้องเรียนได้ ยืนยันกระทรวงศึกษาจะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนั้น เพราะเราตระหนักดีว่าขวัญและกำลังใจของครูโดยเฉพาะครูจังหวัดชายแดนใต้เป็นสิ่งสำคัญ" นายสุรศักดิ์ กล่าว
นายสุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับมติ ครม.วันที่ 6 ก.ค. มีมติปรับเพิ่มเงินเดือนให้กับครู โรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาและสำนักงานกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ตนได้รับเรื่องร้องเรียนว่าเงินเดือนครูเมื่อไหร่จะขึ้น ตอนนี้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กำลังทำเรื่องเพื่อของบกลาง ชดเชยย้อนหลังตั้งแต่ 1 พ.ค. สำหรับปัญหาของครู ได้มีโอกาสลงพื้นที่กับ นายซาการียา และ สส.พรรคอื่นๆ ที่ห่วงใยเรื่องค่าตอบแทนของโต๊ะครู ที่แตกต่างระหว่างโรงเรียนปอเนาะ และตาดีกา จึงเห็นด้วยที่ต้องปรับให้อัตราเงินเดือนเท่ากัน ตอนนี้เรื่องอยู่ที่คณะกรรมการพัฒนายุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะนำไปพิจารณาต่อ การดูแลระบบการศึกษาเอกชนภาคใต้นั้น ยืนยันกระทรวงพยายามตรวจสอบเข้มงวดให้เป็นไปตามหลักการ และสร้างขวัญกำลังใจให้กับโรงเรียนตาดีกา โต๊ะครู โรงเรียนปอเนาะ หรือสายสามัญทั่วไป เรากำลังทำเรื่องของบประมาณเพิ่มเติมในเรื่องต่างๆ อะไรที่ทำได้จะทำได้ทันที แต่ทุกอย่างต้องมีเหตุผลมากพอเพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่ดูแลเรื่องงบประมาณโดยตรง
จากนั้นนายซาการียา ถามต่อว่า ในปีถัดไปจากนี้อาหารกลางวันของศูนย์การศึกษาอิสลาม จะมีปัญหารายจ่ายงบประมาณเหมือนอย่างที่ผ่านมาอีกหรือไม่ และมีโอกาสได้เพิ่มขึ้นหรือไม่
รมช.ศึกษาธิการ ตอบว่า ในปีนี้ต้องยอมรับว่ามีปัญหาเนื่องจากงบประมาณรายจ่ายปี 2567 ประกาศใช้ล่าช้า ทำให้มีผลกระทบกับโครงการอาหารกลางวันที่สนับสนุนให้กับโรงเรียนในจังหวัดชายแดนใต้ เพราะโครงการอาหารกลางวันที่อุดหนุนนั้นเป็นมติครม.เดิมเมื่อวันที่ 7 ก.พ.2566 ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ตั้งงบประมาณรองรับไป แต่ในปีถัดไปยืนยันตรงนี้ว่าไม่มีปัญหาเช่นนั้นเกิดขึ้นอีกแน่นอน เพราะงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2568 กําลังจะผ่านสภาในวาระ 2-3 ส่วนการปรับเงินอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติมนั้นเป็นเรื่องที่เราจะต้องทําเรื่อง และหาเหตุผลหาข้อมูลอีก หลายๆ เรื่องกระทรวงอยากทํา แต่ถ้าทําไปแล้วไม่มีเหตุผลเพียงพอหน่วยงานที่พิจารณาจะต้องเรียกไปถามหรือต้องตัดออแน่นอน ถ้าไม่มีเหตุผล แต่ยืนยันว่าสิ่งใดที่ทําได้ด้วยเหตุผลที่สมบูรณ์ กระทรวงจะทําอย่างต่อเนื่อง
นายซาการียา ถามอีกว่า กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางการปฏิวัติการศึกษาอย่างไรบ้าง เพื่อให้เป็นรูปธรรมในอนาคต
นายสุรศักดิ์ ตอบว่า เราต้องปฎิวัติการศึกษา ต้องเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็ว เพื่อให้ก้าวทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ถ้าเรายังเดินช้าๆ ล้าหลังอยู่เราจะตามโลกไม่ทันแน่นอน กระทรวงศึกษาธิการนั้นมีนโยบายเพื่อให้ผู้เรียนเรียนดี มีความสุข ลดภาระครู ลดภาระบุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครอง โดยการสนับสนุนอาหารกลางวันให้กับเด็ก ขยายโอกาสอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รวมทั้งเรื่องเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยทําให้เด็กมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึงและครอบคลุม
ปัญหาครูไม่ครบชั้น เอกไม่ตรงวิชา โรงเรียนห่างไกล ล้วนแต่มีผลกระทบการศึกษาอย่างแท้จริง แน่นอนว่าเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยในการสร้างแพลตฟอร์มที่สามารถให้นักเรียนได้เข้าถึงวิชาความรู้ องค์ความรู้ที่เท่าเทียมกันทั่วประเทศ แพลตฟอร์มเหล่านั้นจะเป็นสิ่งที่สําคัญการทําเครดิตแบงค์ที่จะอยู่ในองค์ของการปฏิวัติการศึกษา รวมถึงอีพอร์ตฟอริโอจะเป็นตัวสําคัญที่ทําให้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจะต้องมีพอร์ตเป็นของตัวเองและถูกบันทึกไว้ทั้งหมด สามารถเก็บหน่วยกิตในโรงเรียนต่าง ๆ มารวมกัน เพราะฉะนั้นหลายเรื่องที่เราต้องปฏิวัติโดยการใช้เทคโนโลยี และยืนยันเรื่องต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับการศึกษา การลดความเหลื่อมล้ำ เราจะทำอย่างเต็มที่ วันนี้มีเวลาจํากัด เชื่อว่าท่านรัฐมนตรีจะพูดคุยเรื่องนี้ให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับทราบต่อไป