นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่...)พ.ศ....ที่ได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับคณะเป็นผู้เสนอ ว่า ด้วยหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัตินี้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา จะมีหลักการ 3 ประเด็นคือ 1.แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคําว่า "กระทําชําเรา" 2. เป็นการยกเลิกเหตุฉกรรจ์ความผิดฐานอนาจาร และ3.เป็นการกําหนดความผิดฐาน "คุกคามทางเพศ" ซึ่งจะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตราและเพิ่มมาตรา รวมทั้งยกเลิกในถ้อยคํา ซึ่งจะเป็นรายละเอียดในชั้นของกรรมาธิการต่อไป ส่วนเหตุผลในการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากปัจจุบันกฎหมายอาญาไทยยังไม่ครอบคลุมความผิดทางเพศในรูปแบบที่หลากหลาย ปัญหาการคุกคามทางเพศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นรวดเร็วและรุนแรงขึ้น ทางกฎหมายมีฐานความผิดเพียงก่อความเดือดร้อนรําคาญ เป็นความผิดลหุโทษ และไม่ตรงกับการกระทําที่เป็นการคุกคามทางเพศโดยตรง จึงสมควรกําหนดให้การคุกคามทางเพศเป็นความผิดทางอาญา เพื่อเป็นการลงโทษผู้กระทําความผิด และปรามมิให้เกิดการกระทําความผิดขึ้น จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้
นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวอีกว่า สำหรับร่างแก้ไขนี้สืบเนื่องมาจากงานศึกษาเกี่ยวกับการป้องกันการข่มขืนกระทำชำเราในสมัยสภาชุดที่แล้ว และมุ่งหวังปรับให้กฎหมายทันสมัย ยังมีหลายบริบทในถ้อยคําทางกฎหมายที่ยังไม่ครอบคลุมถึงยุคสมัยปัจจุบัน หลายกรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้ไปแจ้งตำรวจเป็นคดีความเพราะผู้ที่ถูกกระทําอายไม่กล้าที่จะออกมา และสําคัญที่สุดเพราะเกิดขึ้นในครอบครัว รวมทั้งปรับให้เข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว เพราะการกระทําความเดือดร้อนรําคาญ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการคุกคามทางเพศ ซึ่งมีการเตรียมข้อมูลและศึกษาเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะเข้ามาเป็นกรรมาธิการ อยากให้สมาชิกร่วมใจกันรับร่างพระราชบัญญัตินี้ เพื่อที่จะปรับปรุงแก้ไข และทําสังคมของเราให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
และในตอนท้าย นางสาวแนน บุณย์ธิดา ได้ขอบคุณสมาชิกที่สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับ และเห็นตรงกันว่าปัญหาที่เกิดขึ้น แม้จะมีกฎหมายในเบื้องต้น แต่การกระทําผิดยังคงเกิดขึ้น การแก้กฎหมายในครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นครั้งที่ดีที่สุด แต่เป็นการแก้เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ ครอบคลุมต่อบริบทที่เกิดขึ้นต่อสังคม หลายความเห็นของสมาชิกในการอภิปราย และฝากว่าในชั้นกรรมาธิการจะมีความเห็นหลากหลายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประเด็นนี้ไม่ต้องรีบร้อน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กระทบต่อจิตใจ ร่างกาย และสังคม วันนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่ได้เริ่มตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว และได้แก้ไขกฎหมายต่อเนื่องมาเพื่อให้เข้ากับปัจจุบัน

24 กรกฎาคม 2567 เวลา 20:12
แนน บุณย์ธิดา" ขอบคุณสภารับร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา
"แนน บุณย์ธิดา" ขอบคุณสภารับร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ระบุแก้ให้ครอบคลุม ทันสมัย เข้าถึงง่าย ทําสังคมปลอดภัยยิ่งขึ้น
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่...)พ.ศ....ที่ได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับคณะเป็นผู้เสนอ ว่า ด้วยหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัตินี้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา จะมีหลักการ 3 ประเด็นคือ 1.แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคําว่า "กระทําชําเรา" 2. เป็นการยกเลิกเหตุฉกรรจ์ความผิดฐานอนาจาร และ3.เป็นการกําหนดความผิดฐาน "คุกคามทางเพศ" ซึ่งจะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตราและเพิ่มมาตรา รวมทั้งยกเลิกในถ้อยคํา ซึ่งจะเป็นรายละเอียดในชั้นของกรรมาธิการต่อไป ส่วนเหตุผลในการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากปัจจุบันกฎหมายอาญาไทยยังไม่ครอบคลุมความผิดทางเพศในรูปแบบที่หลากหลาย ปัญหาการคุกคามทางเพศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นรวดเร็วและรุนแรงขึ้น ทางกฎหมายมีฐานความผิดเพียงก่อความเดือดร้อนรําคาญ เป็นความผิดลหุโทษ และไม่ตรงกับการกระทําที่เป็นการคุกคามทางเพศโดยตรง จึงสมควรกําหนดให้การคุกคามทางเพศเป็นความผิดทางอาญา เพื่อเป็นการลงโทษผู้กระทําความผิด และปรามมิให้เกิดการกระทําความผิดขึ้น จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้
นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวอีกว่า สำหรับร่างแก้ไขนี้สืบเนื่องมาจากงานศึกษาเกี่ยวกับการป้องกันการข่มขืนกระทำชำเราในสมัยสภาชุดที่แล้ว และมุ่งหวังปรับให้กฎหมายทันสมัย ยังมีหลายบริบทในถ้อยคําทางกฎหมายที่ยังไม่ครอบคลุมถึงยุคสมัยปัจจุบัน หลายกรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้ไปแจ้งตำรวจเป็นคดีความเพราะผู้ที่ถูกกระทําอายไม่กล้าที่จะออกมา และสําคัญที่สุดเพราะเกิดขึ้นในครอบครัว รวมทั้งปรับให้เข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว เพราะการกระทําความเดือดร้อนรําคาญ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการคุกคามทางเพศ ซึ่งมีการเตรียมข้อมูลและศึกษาเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะเข้ามาเป็นกรรมาธิการ อยากให้สมาชิกร่วมใจกันรับร่างพระราชบัญญัตินี้ เพื่อที่จะปรับปรุงแก้ไข และทําสังคมของเราให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
และในตอนท้าย นางสาวแนน บุณย์ธิดา ได้ขอบคุณสมาชิกที่สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับ และเห็นตรงกันว่าปัญหาที่เกิดขึ้น แม้จะมีกฎหมายในเบื้องต้น แต่การกระทําผิดยังคงเกิดขึ้น การแก้กฎหมายในครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นครั้งที่ดีที่สุด แต่เป็นการแก้เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ ครอบคลุมต่อบริบทที่เกิดขึ้นต่อสังคม หลายความเห็นของสมาชิกในการอภิปราย และฝากว่าในชั้นกรรมาธิการจะมีความเห็นหลากหลายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประเด็นนี้ไม่ต้องรีบร้อน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กระทบต่อจิตใจ ร่างกาย และสังคม วันนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่ได้เริ่มตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว และได้แก้ไขกฎหมายต่อเนื่องมาเพื่อให้เข้ากับปัจจุบัน
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่...)พ.ศ....ที่ได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับคณะเป็นผู้เสนอ ว่า ด้วยหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัตินี้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา จะมีหลักการ 3 ประเด็นคือ 1.แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคําว่า "กระทําชําเรา" 2. เป็นการยกเลิกเหตุฉกรรจ์ความผิดฐานอนาจาร และ3.เป็นการกําหนดความผิดฐาน "คุกคามทางเพศ" ซึ่งจะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตราและเพิ่มมาตรา รวมทั้งยกเลิกในถ้อยคํา ซึ่งจะเป็นรายละเอียดในชั้นของกรรมาธิการต่อไป ส่วนเหตุผลในการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากปัจจุบันกฎหมายอาญาไทยยังไม่ครอบคลุมความผิดทางเพศในรูปแบบที่หลากหลาย ปัญหาการคุกคามทางเพศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นรวดเร็วและรุนแรงขึ้น ทางกฎหมายมีฐานความผิดเพียงก่อความเดือดร้อนรําคาญ เป็นความผิดลหุโทษ และไม่ตรงกับการกระทําที่เป็นการคุกคามทางเพศโดยตรง จึงสมควรกําหนดให้การคุกคามทางเพศเป็นความผิดทางอาญา เพื่อเป็นการลงโทษผู้กระทําความผิด และปรามมิให้เกิดการกระทําความผิดขึ้น จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้
นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวอีกว่า สำหรับร่างแก้ไขนี้สืบเนื่องมาจากงานศึกษาเกี่ยวกับการป้องกันการข่มขืนกระทำชำเราในสมัยสภาชุดที่แล้ว และมุ่งหวังปรับให้กฎหมายทันสมัย ยังมีหลายบริบทในถ้อยคําทางกฎหมายที่ยังไม่ครอบคลุมถึงยุคสมัยปัจจุบัน หลายกรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้ไปแจ้งตำรวจเป็นคดีความเพราะผู้ที่ถูกกระทําอายไม่กล้าที่จะออกมา และสําคัญที่สุดเพราะเกิดขึ้นในครอบครัว รวมทั้งปรับให้เข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว เพราะการกระทําความเดือดร้อนรําคาญ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการคุกคามทางเพศ ซึ่งมีการเตรียมข้อมูลและศึกษาเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะเข้ามาเป็นกรรมาธิการ อยากให้สมาชิกร่วมใจกันรับร่างพระราชบัญญัตินี้ เพื่อที่จะปรับปรุงแก้ไข และทําสังคมของเราให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
และในตอนท้าย นางสาวแนน บุณย์ธิดา ได้ขอบคุณสมาชิกที่สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับ และเห็นตรงกันว่าปัญหาที่เกิดขึ้น แม้จะมีกฎหมายในเบื้องต้น แต่การกระทําผิดยังคงเกิดขึ้น การแก้กฎหมายในครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นครั้งที่ดีที่สุด แต่เป็นการแก้เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ ครอบคลุมต่อบริบทที่เกิดขึ้นต่อสังคม หลายความเห็นของสมาชิกในการอภิปราย และฝากว่าในชั้นกรรมาธิการจะมีความเห็นหลากหลายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประเด็นนี้ไม่ต้องรีบร้อน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กระทบต่อจิตใจ ร่างกาย และสังคม วันนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่ได้เริ่มตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว และได้แก้ไขกฎหมายต่อเนื่องมาเพื่อให้เข้ากับปัจจุบัน