“สส.อาสพลธ์” หนุน พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่...) พ.ศ.... เรื่องการกระทําความผิดทางเพศ และการคุกคามทางเพศ ซึ่งเสนอโดย “นายอนุทิน ชาญวีรกูล"

“สส.อาสพลธ์” หนุน พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่...) พ.ศ.... เรื่องการกระทําความผิดทางเพศ และการคุกคามทางเพศ ซึ่งเสนอโดย “นายอนุทิน ชาญวีรกูล"

. 24 กรกฎาคม 2567 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อให้กฎหมายของเรามีความทันสมัย และสอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการกระทําความผิดทางเพศ และการคุกคามทางเพศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ คือ ส่วนที่ 1) หลักการและเหตุผล ส่วนที่ 2) ประโยชน์ของการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ ส่วนที่ 3) เป็นข้อสังเกตผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ และสุดท้าย 4) เป็นข้อสรุป . โดยนายอาสพลธ์ กล่าวในส่วนหลักการและเหตุผลว่า ปัจจุบันการกระทําความผิดทางเพศในหลายรูปแบบ ทั้งต่อบุคคลทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ การกระทําเหล่านี้ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ โดยการแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามของคําว่า “กระทําชําเรา” เพื่อให้ครอบคลุมถึงการกระทําความผิดในพฤติการณ์ต่างๆ ที่หลากหลายเป็นสิ่งที่จําเป็นซึ่งได้ระบุในมาตรา 3 ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ . หลักการและเหตุผล ข้อที่ 2) ปัญหาการคุกคามทางเพศมีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันกําหนดเป็นเพียงความผิดฐานก่อความเดือดร้อนรําคาญ ซึ่งเป็นความผิดลหุโทษเท่านั้น สามารถยอมความกันได้ และไม่ตรงกับลักษณะของการคุกคามทางเพศโดยตรง ดังนั้น การกําหนดให้การคุกคามทางเพศเป็นความผิดทางอาญา พร้อมบทลงโทษที่ชัดเจน จึงมีความจําเป็น โดยการคุกคามทางเพศครอบคลุมการกระทําทั้งทางกาย วาจา การสื่อสาร และการติดตามรังควาน โดยเสนอให้มีความผิดอาญาตามมาตราที่ 284/1 และ 284/2 ข้อที่ 3) เพื่อเป็นการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องความหลากหลายทางเพศ ที่พรรคภูมิใจไทยให้ความสําคัญในเรื่องนี้มาก และการกระทําความผิดทางเพศที่เกิดขึ้นในรูปแบบใหม่ เป็นสิ่งที่จําเป็นเพื่อให้กฎหมายมีความครอบคลุม และมีประสิทธิภาพในการป้องปราม และลงโทษผู้กระทําความผิด . นายอาสพลธ์ กล่าวถึงประโยชน์ของการเสนอกฎหมายฉบับนี้ซึ่งมี 4 ข้อ คือ 1. ให้การคุ้มครองผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ โดยการแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามของคําว่า “กระทําชําเรา” ทําให้กฎหมายครอบคลุมถึงการกระทําความผิดทางเพศในพฤติการณ์ต่างๆ ที่หลากหลาย ช่วยให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อได้รับการคุ้มครองที่ครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนั้นการกำหนดความผิดฐานคุกคามทางเพศ ยังช่วยป้องกัน และลดจำนวนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการคุกคามทางเพศได้ . ประโยชน์ข้อที่ 2 เป็นการป้องปรามการกระทําความผิดการเพิ่มโทษทางอาญาโดยการกําหนดให้การคุกคามทางเพศเป็นความผิดทางอาญา พร้อมบทลงโทษที่ชัดเจน และยกเลิกเหตุฉกรรจ์ของความผิดฐานอนาจาร ช่วยป้องปรามผู้ที่อาจกระทําความผิด และลดโอกาสในการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว . ประโยชน์ข้อที่ 3 ส่งเสริมความยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน กฎหมายใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการกระทําความผิดทางเพศได้รับความยุติธรรมมากขึ้น และลดการละเมิดสิทธิมนุษยชน นอกจากนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเสนอโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังมีการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สํานักงานศาลยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข สํานักงานตํารวจแห่งชาติ แม้กระทั่งผู้มีส่วนได้เสียภาคประชาชน องค์กรต่างๆ ทําให้ร่างกฎหมายฉบับนี้มีความครอบคลุม และสอดคล้องกับความต้องการ และสถานการณ์ปัจจุบัน . ประโยชน์ข้อที่ 4 เป็นการสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการกําหนดบทนิยาม และบทลงโทษที่ชัดเจน ช่วยให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม กฎหมายใหม่นี้จะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการดําเนินคดี และทําให้กระบวนการยุติธรรมทํางานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น นั่นคือประโยชน์ทั้ง 4 ข้อสําคัญ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ . อย่างไรก็ดี สส.อาสพลธ์ มีข้อสังเกต 5 ข้อ จึงได้ฝากท่านประธานฯ ผ่านไปยังคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นในโอกาสอันใกล้นี้เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น คือ 1) ความชัดเจนในบทนิยาม บทนิยามของคําว่ากระทําชําเรา และการคุกคามทางเพศ เพื่อป้องกันการตีความที่กว้างเกินไป หรือการตีความที่คลุมเครือ ต้องมีการกําหนดบทนิยามให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายไปในทางที่ผิด 2) การบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพควรมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายใหม่เพื่อให้เข้าใจ และสามารถดําเนินการตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3) ควรมีมาตรการป้องกันการใช้กฎหมายไปในทางที่ผิด เช่น การกล่าวหาคู่กรณีในข้อหาคุกคามทางเพศ เพื่อประโยชน์ส่วนตัว หรือเป็นการกลั่นแกล้ง รวมทั้งควรมีการกําหนดบทลงโทษที่เหมาะสมสําหรับผู้ที่แจ้งความเท็จเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ เพื่อป้องกันการกลั่นแกล้ง และการใช้กฎหมายในทางที่ผิด 4) ควรมีมาตรการเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาในการดําเนินคดี เพื่อให้แน่ใจว่าการดําเนินคดีเป็นไปอย่างยุติธรรม รวมทั้งควรมีการสนับสนุนให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการคุกคามทางเพศ เช่น การให้คําปรึกษาทางจิตวิทยา และการช่วยเหลือทางกฎหมาย ข้อสุดท้าย 5) ควรมีการติดตาม และประเมินผลหลังจากกฎหมายฉบับนี้มีการบังคับใช้แล้ว ควรมีการติดตามประเมินผล และวิจัยเพื่อประเมินผลกระทบ และปรับปรุงกฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น . นายอาสพลธ์ กล่าวสรุปว่า การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญานี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องปรามและลงโทษผู้กระทําความผิดทางเพศ เพื่อครอบคลุมในการคุ้มครองผู้เสียหาย และสร้างสังคมที่ปลอดภัย และยุติธรรมมากยิ่งขึ้น การปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย และสอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่จําเป็น และมีความสําคัญอย่างยิ่ง “ ขอขอบคุณท่านอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่ได้ร่วมกันเสนอกฎหมายรวมทั้งร่วมกันอภิปรายสนับสนุนกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในครั้งนี้ และผมขอถือโอกาสนี้ขอให้เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ได้ช่วยกันลงมติ รับหลักการเพื่อให้บ้านเรามีกฎหมายที่ทันสมัย สอดคล้องกับนานาประเทศ ” นายอาสพลธ์ กล่าวทิ้งท้าย