“อนุทิน” นำ รัฐมนตรี สส.ภูมิใจไทย จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล

“อนุทิน” นำ รัฐมนตรี สส.ภูมิใจไทย จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล

“อนุทิน” นำ รัฐมนตรี สส.ภูมิใจไทย ประชาชนชาวบุรีรัมย์ เข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล และร่วมการแสดง วงออร์เคสตร้า ประกอบ แสง สี เสียง “ลมหายใจของแผ่นดิน” เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา “เนวิน” ชวนคนไทยร่วมงานแสดงความจงรักภักดี 28-30 ก.ค.นี้ วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ณ สนามช้างอารีนา จ.บุรีรัมย์ เวลา 19.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นำ รัฐมนตรี กรรมการบริหารพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ของพรรคภูมิใจไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และพี่น้องประชาชน ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา โดยมีประชาชนร่วมแสดงความจงรักภักดีในครั้งนี้จำนวนมาก จนทำให้ที่นั่งที่จัดไว้กว่า 30,000 ที่นั่ง เต็มทุกที่นั่ง จากนั้นนายอนุทิน ได้ร่วมเป่าแซกโซโฟนกับวง “บุรีรัมย์ออร์เคสตร้า” ในเพลงสดุดีจอมราชา ในการแสดงมิวสิคัล แสง สี เสียง "ลมหายใจของแผ่นดิน" ร่วมกับนักดนตรีเยาวชน ชาวบุรีรัมย์กว่า 200 ชีวิต และปิดท้ายด้วยการจุดพลุเฉลิมพระเกียรติ ที่สวยสดงดงามตระการตา ด้านนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด กล่าวเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมงานซึ่งจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 28-30 กรกฎาคม 2567 โดยสามารถจองที่นั่ง ได้ที่เวปเพจ ของสโมสร บุรีรัมย์ยูไนเต็ด และได้กล่าวถึงการแสดงชุด “ลมหายใจของแผ่นดิน” ว่าเป็นการเตรียมงานของพี่น้องประชาชนของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ต้องการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และอยากนำเสนอ พระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ต่อประชาชนไทย เพื่อให้ชาวไทยได้รับรู้ว่าคนบุรีรัมย์ มีความจงรักภักดีขนาดไหน ซึ่งเมืองบุรีรัมย์ ก่อตั้งโดยองค์ปฐมบรมจักรรี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่1 ซึ่งวันนี้คนบุรีรัมย์ทุกคนรับรู้ว่าเราคือ ลูกหลานของรัชกาลที่ 1 พระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ที่มีต่อพี่น้องชาวบุรีรัมย์และชาวไทยทุกคน ทำให้แผ่นดินนี้ยังดำรงความเป็นไทยอยู่ได้ การจัดงานในวโรกาส 72 พรรษา เป็นการจัดงานที่นักแสดงและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด กว่า 99% เป็นคนบุรีรัมย์ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำทุกอย่างเพื่อถวายความจงรักภักดี โดยภายในงานจะมีการจัดการแสดงมิวสิคัล เรื่องลมหายใจของแผ่นดิน เพื่อนำเสนอพระราชกรณียกิจ ให้พี่น้องชาวบุรีรัมย์ได้เห็นว่า พระองค์ได้เสียสละเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างไร นี่คือสิ่งเดียวที่คนบุรีรัมย์จะตอบแทน พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อพี่น้องประชาชน เราจึงจัดงานวันนี้ขึ้นมา สำหรับผู้ร่วมรับชมทุกท่านจะได้รับเหรียญที่ระลึก ในวโรกาส 72 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกลับไป เพื่อเป็นสิริมงคล จำนวน 80,000 เหรียญ จึงถือโอกาสนี้เชิญชวนพี่น้องประชาชน ไม่เฉพาะชาวจังหวัดบุรีรัมย์แต่รวมถึงใครก็ได้ที่เป็นคนไทย คนที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่วนใครที่ยังไม่เข้าใจว่าเรากำลังทำอะไรกัน ก็ขอให้เปิดใจและลองเข้ามาชมการแสดงของลูกหลานชาวบุรีรัมย์ ตลอดจนมิวสิคัล เพื่อจะได้รับทราบว่าพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยิ่งใหญ่เสียสละเพื่อพี่น้องคนไทยมากขนาดไหน ส่วนที่ใช้ชื่อว่า "ลมหายใจของแผ่นดิน" เพราะว่าเป็นความรู้สึกของพวกเราทุกคน เพราะที่ผ่านมาถ้าหากไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือถ้าไม่มีพระองค์ท่านจากวิกฤตโควิดที่ผ่านมา คนไทยจำนวนมากมหาศาลคงสิ้นลมหายใจไปแล้ว พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทำต่อประชาชนคนไทยได้ต่อชีวิตและลมหายใจของคนไทย ใครไม่ชอบและไม่แน่ใจสามารถชมมิวสิคัลของเราได้ แล้วท่านจะเข้าใจ จึงขอให้เปิดใจ ขณะที่ข้อปฏิญาณตนในวันนี้ เป็นสิ่งที่คนไทยต้องทำอยู่แล้ว เพราะพวกเราคือเลือดสีน้ำเงินและนี่คือที่มาเมืองบุรีรัมย์และการจัดงานของวันนี้ สำหรับการแสดงมิวสิคัล “ลมหายใจของแผ่ นดิน” เป็นการเล่าเรื่องราวพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่แสดงให้เห็นถึงพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ยิ่งใหญ่ที่ทรงทำเพื่อพสกนิกร อาทิ พระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย เอกซเรย์ปอดช่วยเหลือประชาชน, ลู่ปั่น “เจริญสุขมงคลจิต”, พระราชทานที่ 279 ไร่ก่อสร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นสวนสาธารณะ, พระราชทานที่ดิน 300 ไร่สร้างสวนสัตว์แห่งใหม่ ที่จ.ปทุมธานี, พระราชทานรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 2 แห่ง,โครงการพัฒนาคูน้ำริมถนนวิภาวดีรังสิต,อุทยานเฉลิมพระกียรติร.9, 10 คลองสวย น้ำใส คนไทยมีสุข โดยนำมาร้อยเรียงเรื่องราวอย่างสุดประทับใจ ด้วยบทการแสดงที่เข้มแข็ง ความทุ่มเทของนักแสดงเยาวชนที่ทุ่มเทฝึกซ้อม ทีมงานทุกคน แสง สี เสียง นอกจากนี้ มีกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณกุศล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ส่งต่อลมหายใจ “บริจาคโลหิต” จำนวน 7,200 ยูนิต โดยร่วมบริจาคโลหิตภายในงาน และโรงพยาบาล 10 แห่งในโครงการ รวมทั้ง กิจกรรมโรงทานปันสุข ชาวจังหวัดบุรีรัมย์และร้านค้าชื่อดังต่างๆ นำอาหาร-เครื่องดื่มมาบริการแก่ผู้มาร่วมงานฟรี มีร้านอาหาร ของดีบุรีรัมย์ ร้านชื่อดังที่มาร่วมงาน เช่น เป็ดย่างบุรีรัมย์, ลูกชิ้นยืนกินเจ้าดังหลายเจ้าที่มาร่วมออกร้าน ฯลฯ ตลอด 3 วัน กว่า 240 ร้านค้า