นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย หารือในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหาของเกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลังเสนอผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล ให้ความสําคัญและกําหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง
ที่เป็นพืชเศรษฐกิจที่สําคัญของโลกอันดับที่ 5 รองจากข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวจ้าว และมันฝรั่ง ประเทศไทยส่งออกผลิตภัณฑ์จากมันสําปะหลังเป็นอันดับหนึ่งของโลกติดต่อกันทุกปี มีมูลค่าการส่งออกมากกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี แต่ชะตากรรมของเกษตรกรและอนาคตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับมันสําปะหลังกําลังจะมืดมนมากขึ้นเรื่อยๆ จากการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา ทําให้พื้นที่แพร่ระบาดของโรคเพิ่มขึ้น แต่แนวทางการแก้ปัญหายังไม่มีความชัดเจน และเป็นรูปธรรม
นายสัมฤทธิ์ กล่าวอีกว่า กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร ทําได้เพียงแจ้งให้เกษตรกรทําลายต้นมันสําปะหลังในแปลงที่พบเจอ โดยไม่มีการชดเชย ทําให้เกษตรกรไม่แจ้งและไม่ทําลาย ในจังหวัดชัยภูมิมีพื้นที่เพาะปลูกในปีนี้ประมาณ 800,000 ไร่ แต่มีข้อมูลการพบเจอโรคใบด่างมันสําปะหลังเพียงไม่กี่ไร่ จากการลงพื้นที่ในอําเภอเทพสถิต อําเภอหนองบัวระเหว และอําเภอบำเหน็จณรงค์ พบว่ามีการแพร่ระบาดของโรคไม่น้อยกว่า 20,000 - 30,000 ไร่ แล้วจะแก้ปัญหากันได้อย่างไร ทั้งที่มีคณะกรรมการนโยบายและบริหารมันสําปะหลัง และยังมีคณะอนุกรรมการบริหารจัดการโรคใบด่างมันสําปะหลัง แต่วันนี้ยังไม่มีวี่แววจะแก้ปัญหาได้ จึงขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมพูดคุยเพื่อกําหนดแนวทางแก้ไขปัญหาโรคใบด่างมันสําปะหลังให้ชัดเจนและเร่งด่วน

31 กรกฎาคม 2567 เวลา 13:06
"สส.สัมฤทธิ์" หารือสภาฯ เร่งหาแนวทางแก้ปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลังระบาดให้ชัดเจน และเป็นรูปธรรม
นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย หารือในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหาของเกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลังเสนอผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล ให้ความสําคัญและกําหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง
ที่เป็นพืชเศรษฐกิจที่สําคัญของโลกอันดับที่ 5 รองจากข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวจ้าว และมันฝรั่ง ประเทศไทยส่งออกผลิตภัณฑ์จากมันสําปะหลังเป็นอันดับหนึ่งของโลกติดต่อกันทุกปี มีมูลค่าการส่งออกมากกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี แต่ชะตากรรมของเกษตรกรและอนาคตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับมันสําปะหลังกําลังจะมืดมนมากขึ้นเรื่อยๆ จากการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา ทําให้พื้นที่แพร่ระบาดของโรคเพิ่มขึ้น แต่แนวทางการแก้ปัญหายังไม่มีความชัดเจน และเป็นรูปธรรม
นายสัมฤทธิ์ กล่าวอีกว่า กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร ทําได้เพียงแจ้งให้เกษตรกรทําลายต้นมันสําปะหลังในแปลงที่พบเจอ โดยไม่มีการชดเชย ทําให้เกษตรกรไม่แจ้งและไม่ทําลาย ในจังหวัดชัยภูมิมีพื้นที่เพาะปลูกในปีนี้ประมาณ 800,000 ไร่ แต่มีข้อมูลการพบเจอโรคใบด่างมันสําปะหลังเพียงไม่กี่ไร่ จากการลงพื้นที่ในอําเภอเทพสถิต อําเภอหนองบัวระเหว และอําเภอบำเหน็จณรงค์ พบว่ามีการแพร่ระบาดของโรคไม่น้อยกว่า 20,000 - 30,000 ไร่ แล้วจะแก้ปัญหากันได้อย่างไร ทั้งที่มีคณะกรรมการนโยบายและบริหารมันสําปะหลัง และยังมีคณะอนุกรรมการบริหารจัดการโรคใบด่างมันสําปะหลัง แต่วันนี้ยังไม่มีวี่แววจะแก้ปัญหาได้ จึงขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมพูดคุยเพื่อกําหนดแนวทางแก้ไขปัญหาโรคใบด่างมันสําปะหลังให้ชัดเจนและเร่งด่วน