"สฤษฏ์พงษ์" จี้ รัฐเร่งออกกฎหมายผลไม้ไทยและผัก พร้อมนโยบายที่ชัดเจน เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

"สฤษฏ์พงษ์" จี้ รัฐเร่งออกกฎหมายผลไม้ไทยและผัก พร้อมนโยบายที่ชัดเจน เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

31 กรกฎาคม 2567 นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ลำไย พ.ศ. ... ว่า ขณะนี้ลำไยปลูกได้แทบทุกภาค เมื่อถึงหน้าลำไยก็จะมีปัญหาเรื่องราคา ซึ่งตนเองได้ช่วยเหลือในขณะที่เป็นผู้บริหารท้องถิ่นในองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ร่วมกับเพื่อนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดลําพูนเชียงใหม่ แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะช่วยได้อย่างเป็นรูปธรรม ในขณะนี้ราคาลําไยก็ค่อนข้างที่จะตกต่ำ สำหรับโครงสร้างประเทศไทยในเรื่องการดูแลผลไม้หลักของไทย ขณะนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีคณะกรรมการฟรุ๊ตบอร์ดดูแลผลไม้เพียงแค่ 10 ชนิด มีทุเรียน มังคุด ลําไย เงาะ ลองกอง ลิ้นจี่ มะม่วง สับปะรด ส้มเขียวหวาน และส้มโอ ในส่วนของภาคใต้ มังคุด ล้วนแต่มีปัญหาในช่วงฤดูผลไม้ ซึ่งยังไม่เคยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ และยังเป็นปัญหาที่ซ้ำซาก นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับตนได้เสนอร่างพระราชบัญญัติผลไม้ไทยรวมถึงพืชผักด้านอื่นด้วย ถ้าเราออกกฎหมายรวมให้เป็นโครงสร้างหลัก ซึ่งก็มีข้อจํากัดที่จะเกี่ยวกับเรื่องการเงิน ซึ่งร่างพระราชบัญญัติของสมาชิกหลายคน รวมทั้งครั้งนี้ตนได้เสนอไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผ่านการรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 พี่น้องประชาชนในภาคการเกษตรเห็นด้วย เพื่อให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการโครงสร้างเรื่องพืชผลไม้ไทยมากกว่า 10 ชนิดด้วยกัน ตอนนี้จะเห็นได้ว่าที่ไหนๆ ก็ปลูกทุเรียน เชื่อว่าทุเรียนก็เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่กําลังจะต้องประสบปัญหาอย่างแน่นอน ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะจีนได้มาตั้งล้งในไทยจำนวนมากรับซื้อตั้งแต่พืชผลไม้ผลิดอก ทำให้เกษตรกรชาวสวนผลไม้ไทยไม่ค่อยมีกําไร นายสฤษฏ์พงษ์ กล่วอีกว่า ขอฝากนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรหรือกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง ถ้าสามารถที่จะออกเป็นกฎหมายรวมในเรื่องของผลไม้และผักหลัก ๆ ของไทยนั้นจะเป็นสิ่งที่ดี ในอนาคตก็อาจจะมีพระราชบัญญัติทุเรียน มังคุด เงาะ และอื่นๆ ในวันนี้เห็นว่ารัฐบาลควรที่จะรวมทั้งหมดแล้วกําหนดเป็นยุทธศาสตร์ในเรื่องของโครงสร้างที่จะต้องให้การสนับสนุนเรื่องสายพันธุ์ เทคโนโลยีใหม่ๆ การปลูกการรักษา และต้นทุนการผลิต ทั้งปุ๋ย การปราบวัชพืช การดูแลการส่งเสริม แพคเกจจิ้ง ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนอุตสาหกรรมต่อยอด ในวันนี้มีการแข่งขันสูงมาก จีนทําได้ดีมากพัฒนาพันธุ์ มีห้องเย็น มีระบบขนส่งที่รวดเร็วกว่าของไทย สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลทุกกระทรวงจะต้องให้ความสําคัญตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ยังขาดการวางแผน วันนี้หน้าทุเรียนราคาดีก็แห่กันไปโค่นยางพารา โค่นปาล์มน้ำมัน เพื่อปลูกทุเรียนกันเต็มไปหมด ขณะเดียวกันทุเรียนเป็นพืชที่ลงทุนสูง รักษายาก น้ำเป็นสิ่งจําเป็น เรื่องโรคระบาด จึงต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ถึงเวลาเกษตรกรไม่มีพี่เลี้ยงในเชิงวิชาการ ในวันนี้ถ้าหากรัฐบาลมีหน่วยงานหลักดูแลในด้านวิชาการ โครงสร้าง และเรื่องการประกันราคา ทิศทางที่แน่นอน การกําหนด การจํากัดพื้นที่ การหาตลาดการขนส่ง ก็จะทําให้เป็นหลักประกันของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนผลไม้และผักในไทย เพราะฉะนั้นถ้าเรามีกฎหมาย มีโครงสร้างที่ชัดเจน มีการมีส่วนร่วมของตัวแทนภาคเกษตรกรทุกส่วน คิดว่าจะเป็นรายได้ส่วนหนึ่งที่นํามาให้ประเทศชาติไม่แพ้ในเรื่องการท่องเที่ยวแน่นอน "ขอฝากคณะกรรมการวิสามัญชุดนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีด้วยว่าถ้าเห็นว่าโครงสร้างในเรื่องของพระราชบัญญัติผลไม้ไทย และผักของไทย ก็จะทําให้เกิดรายได้และมีอํานาจต่อรอง ทําให้เกษตรกรทุกกลุ่มมีฐานะที่มั่นคงขึ้นในอนาคตต่อไป และจากนี้ไปเราจะไม่เห็นพี่น้องเกษตรกรแต่ละจังหวัดในฤดูจะต้องเอามังคุด เงาะ ลําไย มาเทที่หน้าศาลากลาง หรือกลางถนน ซึ่งเป็นพืชผลไม้ที่มีรสชาติที่ดีและเป็นที่นิยมของทั่วโลก" นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวทิ้งท้าย