"สส.กิตติ" หารือสภาฯ เร่งแก้เขื่อนเกาะพีพีถูกน้ำกัดเซาะพัง

"สส.กิตติ" หารือสภาฯ เร่งแก้เขื่อนเกาะพีพีถูกน้ำกัดเซาะพัง

ด่วนที่สุด "สส.กิตติ" หารือสภาฯ เร่งแก้เขื่อนเกาะพีพีถูกน้ำกัดเซาะพัง ออกแบบให้เหมาะกับสภาพใช้งาน รองรับแรงปะทะคลื่นลม วันที่ 7 สิงหาคม 2567 นายกิตติ กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า วันนี้มีเรื่องเร่งด่วนที่สุด เพิ่งเกิดเหตุคลื่นลมแรงมาก ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่เกาะพีพี ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศ และจังหวัดกระบี่ และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกด้วย โดยคลื่นลมแรงได้ซัดเข้าสู่ชายฝั่งกัดเซาะริมตลิ่งเขื่อนพังเสียหายเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งตนได้หารือในสภามาแล้ว 2 ครั้ง ถึงความจําเป็นที่จะต้องแก้ไขซ่อมแซมเขื่อนนี้ แต่ก็ไม่ได้รับคําตอบ วันนี้ความเสียหายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับนำเสียงสะท้อนของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเปิดให้ฟังอีกด้วย นายกิตติ กล่าวอีกว่า รัฐบาลควรจะให้ความสําคัญกับแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ ก่อนที่ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวจะเสียหายไปมากกว่านี้ จังหวัดกระบี่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเกินกว่า 52,500 ล้านบาทในปี 2566 หลังจากฟื้นฟูจากโควิด 19 ไม่ว่าจะจากธุรกิจภาคการโรงแรม ร้านอาหาร เรือนําเที่ยว ร้านขายสินค้า และกิจกรรมต่างๆ สร้างงานสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน และยังรองรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาปีละกว่า 3.8 ล้านคน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวไทยกว่า 2.1 ล้านคน และนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 1.7 ล้าคน ได้รับคําชื่นชมถึงความสวยงามของธรรมชาติ น้ำทะเลใสสะอาด หาดทรายขาว และปะการังใต้น้ำที่อุดมสมบูรณ์อย่างมาก อย่างไรก็ตามสภาพเขื่อนที่ถูกน้ำกัดเซาะตลิ่งเสียหายอย่างหนักนั้นเป็นหน้าเป็นตาในการต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่เกาะพีพี อาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยวและทําให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในไทยในภาพรวมเสียหายด้วย จึงขอฝากประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นําเรื่องนี้พิจารณาเป็นวาระฉุกเฉินเร่งด่วนที่สุดด้วย และพิจารณาออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานในพื้นที่ และรองรับแรงปะทะของคลื่นลมตามธรรมชาติ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ และภาษีของประชาชนในการแก้ไขปัญหาอีกต่อไป