เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2567 นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหายางพารา ที่จังหวัดบึงกาฬปลูกยางพาราเป็นอันดับ 1 ของภาคอีสาน เนื้อที่เกือบ 900,000 ไร่ และเคยหารือเรื่องนี้ไปเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2566 ตอนนั้นราคายางก้อนถ้วยอยู่ประมาณ 18-20 บาท แต่ปัจจุบันราคาปรับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 30-33 บาท ประชาชนชาวสวนยางมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และฝากมาขอบคุณรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่พี่น้องก็ยังมีความกังวลอยู่ 2 ประการ คือ 1.กลัวว่าราคายางพาราจะปรับลงลดลงอีกเพราะตอนนี้รายได้อยู่ในเกณฑ์คงที่แล้ว ถ้าราคายางพาราประบลง อาจกระทบต่อรายจ่าย ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือ เป็นต้น และอาจจะส่งผลตามมาทําให้เกษตรกรต้องไปกู้มีดอกเบี้ย และเกิดเป็นหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น ทําให้เป็นปัญหาระยะยาว กระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรโดยตรง จึงอยากให้รัฐบาลสร้างความมั่นใจ โดยการทำให้ราคายางก้อนไม่ต่ำกว่า 35 บาท หรือถ้าเพิ่มเป็น 40-50 บาท ก็จะเป็นเรื่องที่ดีสําหรับพี่น้องชาวสวนยางมาก
2. เรื่องราคาปุ๋ย จากข้อมูล ราคาปุ๋ยปัจจุบันสูงมากอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,400 บาท เมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วราคาปุ๋ยอยู่ที่ 500-700 บาทเท่านั้น ซึ่งปุ๋ยถือว่าเป็นต้นทุนที่สําคัญในการทําการเกษตรของเกษตรกร ถ้าสามารถลดราคาปุ๋ยลงได้จะทําให้เกษตรกร สามารถสร้างผลกําไรที่มากขึ้นได้เช่นกัน ถ้าหากรัฐบาลสามารถควบคุมราคาปุ๋ยให้อยู่ 800-900 บาท จะเป็นเรื่องที่ดี และจะช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศได้อย่างมาก อยากฝากไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ ช่วยแก้ไขปัญหา เพื่อปากท้อง และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนคนบึงกาฬด้วย

8 สิงหาคม 2567 เวลา 12:06
"สส.สยาม" จี้แก้ราคายางตกต่ำ ปุ๋ยราคาแพง
"สส.สยาม" หารือสภาฯ ชาวสวนยางร้องปุ๋ยราคาแพง พร้อมจี้รัฐเร่งแก้ราคายางไม่ให้ต่ำกว่า 35 บาท
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2567 นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหายางพารา ที่จังหวัดบึงกาฬปลูกยางพาราเป็นอันดับ 1 ของภาคอีสาน เนื้อที่เกือบ 900,000 ไร่ และเคยหารือเรื่องนี้ไปเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2566 ตอนนั้นราคายางก้อนถ้วยอยู่ประมาณ 18-20 บาท แต่ปัจจุบันราคาปรับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 30-33 บาท ประชาชนชาวสวนยางมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และฝากมาขอบคุณรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่พี่น้องก็ยังมีความกังวลอยู่ 2 ประการ คือ 1.กลัวว่าราคายางพาราจะปรับลงลดลงอีกเพราะตอนนี้รายได้อยู่ในเกณฑ์คงที่แล้ว ถ้าราคายางพาราประบลง อาจกระทบต่อรายจ่าย ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือ เป็นต้น และอาจจะส่งผลตามมาทําให้เกษตรกรต้องไปกู้มีดอกเบี้ย และเกิดเป็นหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น ทําให้เป็นปัญหาระยะยาว กระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรโดยตรง จึงอยากให้รัฐบาลสร้างความมั่นใจ โดยการทำให้ราคายางก้อนไม่ต่ำกว่า 35 บาท หรือถ้าเพิ่มเป็น 40-50 บาท ก็จะเป็นเรื่องที่ดีสําหรับพี่น้องชาวสวนยางมาก
2. เรื่องราคาปุ๋ย จากข้อมูล ราคาปุ๋ยปัจจุบันสูงมากอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,400 บาท เมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วราคาปุ๋ยอยู่ที่ 500-700 บาทเท่านั้น ซึ่งปุ๋ยถือว่าเป็นต้นทุนที่สําคัญในการทําการเกษตรของเกษตรกร ถ้าสามารถลดราคาปุ๋ยลงได้จะทําให้เกษตรกร สามารถสร้างผลกําไรที่มากขึ้นได้เช่นกัน ถ้าหากรัฐบาลสามารถควบคุมราคาปุ๋ยให้อยู่ 800-900 บาท จะเป็นเรื่องที่ดี และจะช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศได้อย่างมาก อยากฝากไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ ช่วยแก้ไขปัญหา เพื่อปากท้อง และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนคนบึงกาฬด้วย
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2567 นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหายางพารา ที่จังหวัดบึงกาฬปลูกยางพาราเป็นอันดับ 1 ของภาคอีสาน เนื้อที่เกือบ 900,000 ไร่ และเคยหารือเรื่องนี้ไปเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2566 ตอนนั้นราคายางก้อนถ้วยอยู่ประมาณ 18-20 บาท แต่ปัจจุบันราคาปรับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 30-33 บาท ประชาชนชาวสวนยางมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และฝากมาขอบคุณรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่พี่น้องก็ยังมีความกังวลอยู่ 2 ประการ คือ 1.กลัวว่าราคายางพาราจะปรับลงลดลงอีกเพราะตอนนี้รายได้อยู่ในเกณฑ์คงที่แล้ว ถ้าราคายางพาราประบลง อาจกระทบต่อรายจ่าย ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือ เป็นต้น และอาจจะส่งผลตามมาทําให้เกษตรกรต้องไปกู้มีดอกเบี้ย และเกิดเป็นหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น ทําให้เป็นปัญหาระยะยาว กระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรโดยตรง จึงอยากให้รัฐบาลสร้างความมั่นใจ โดยการทำให้ราคายางก้อนไม่ต่ำกว่า 35 บาท หรือถ้าเพิ่มเป็น 40-50 บาท ก็จะเป็นเรื่องที่ดีสําหรับพี่น้องชาวสวนยางมาก
2. เรื่องราคาปุ๋ย จากข้อมูล ราคาปุ๋ยปัจจุบันสูงมากอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,400 บาท เมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วราคาปุ๋ยอยู่ที่ 500-700 บาทเท่านั้น ซึ่งปุ๋ยถือว่าเป็นต้นทุนที่สําคัญในการทําการเกษตรของเกษตรกร ถ้าสามารถลดราคาปุ๋ยลงได้จะทําให้เกษตรกร สามารถสร้างผลกําไรที่มากขึ้นได้เช่นกัน ถ้าหากรัฐบาลสามารถควบคุมราคาปุ๋ยให้อยู่ 800-900 บาท จะเป็นเรื่องที่ดี และจะช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศได้อย่างมาก อยากฝากไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ ช่วยแก้ไขปัญหา เพื่อปากท้อง และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนคนบึงกาฬด้วย