วันที่ 14 สิงหาคม 2567 นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่...) พ.ศ... โดยมีข้อสังเกตว่าคดีศาลภาษีอากรที่เกี่ยวข้องกับในคดีอาญา ในปัจจุบันยังมีการแยกฟ้อง ถ้าในกรณีผู้กระทําความผิดภาษีอากรและมีคดีอาญาพ่วงมาด้วย ก็จะมีการฟ้องที่ศาลจังหวัด แต่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อให้เกิดความสะดวกและให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ถูกฟ้อง โดยกล่าวอ้างว่าผู้พิพากษามีความชํานัญญการพิเศษ ซึ่งก็คือมีความเชี่ยวชาญพิเศษในเรื่องของคดีภาษีอากร เพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรมในคดีในกรณีที่มีความจําเป็นฟ้องที่จังหวัดทั่วประเทศก็ให้มารวมศูนย์ที่ศาลภาษีอากรกลาง
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า สำหรับข้อสังเกตในวันนี้ สถิติคดีที่เกิดขึ้นในกรณีการฟ้องในคดีอาญาในศาลจังหวัด เวลาจะรวมเข้ามาหรือมีคดีเข้ามาใหม่ ซึ่งมีบทเฉพาะกาลในมาตรา 9 ว่าในกรณีคดีค้างอยู่ ให้ศาลจังหวัดดําเนินการพิจารณาจนเสร็จสิ้นขบวนความ แต่ในกรณีถ้ามีคดีอาญา ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากกรมศุลกากร กรมสรรพากร หรือกรมสรรพสามิต ก็เป็นห่วงว่าจํานวนผู้พิพากษาในศาลภาษีอากรกลางจะมีเพียงพอหรือไม่ และในส่วนของการเดินทางระหว่างผู้ถูกฟ้องคดีในทั่วประเทศ จะไหลเข้ามาในศาลภาษีอากรกลางในกรุงเทพมหานคร จะมีความสะดวกหรือมีความลําบากอย่างไรบ้าง เรามีการเตรียมการในเรื่องของการเพิ่มจํานวนผู้พิพากษาและการบริการอย่างไร แม้วันนี้เรามีการพิจารณาผ่านออนไลน์ในกรณีการสืบพยาน แต่ยังห่วงเรื่องงบประมาณ บุคลากรของผู้พิพากษา ซึ่งถือว่ามีความจำเป็น
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวอีกว่า เห็นด้วยในกรณีทําเรื่องให้เสร็จเร็วขึ้น และมีผู้พิพากษาที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ ซึ่งศาลในระบบของประเทศไทยนั้นมีหลายแบบ ซึ่งกรณีนี้มีศาลท่องเที่ยวด้วย เวลาคดีเกิดจากนักท่องเที่ยวก็มีการสืบพยานและให้นักท่องเที่ยวกลับไปประเทศก่อนได้ แล้วค่อยมาพิจารณาในส่วนของคดีต่อ หรือกรณีศาลอื่นๆ ก็เช่นกัน จึงอยากเรียนท่านประธานว่าถ้าในกรณีคดีไม่ถึงที่สุด ถ้าคู่ความหรือจําเลยต้องการที่จะโอนคดีเข้ามาสู่ศาลภาษีอากรกลางที่กรุงเทพมหานคร โดยอ้างเหตุผลว่าผู้พิพากษาไม่มีความชํานัญการพิเศษ เพราะฉะนั้่นในระหว่างที่คดียังไม่ถึงที่สุด คู่ความในตัวจําเลยจะอ้างในการโอนสํานวนมาที่ศาลภาษีอากรกรกลางพิเศษได้หรือไม่ และหลักเกณฑ์ในการโอนจะเป็นอย่างไร และการใช้ดุลพินิจของผู้พิพากษาแต่ละศาลอาจจะไม่เหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ขอฝากคณะกรรมาธิการ และคนที่จะไปแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย สุดท้ายเห็นด้วยว่ายังมีความจําเป็นในการรวมคดีอาญาในปัจจุบันมาสู่ศาลภาษีอากรเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าเสียหาย จึงขอสนับสนุนร่างนี้

14 สิงหาคม 2567 เวลา 14:53
"สฤษฏ์พงษ์" หนุนร่างจัดตั้งศาลภาษีอากร ห่วงผู้พิพากษาชำนัญการ มีไม่เพียงพอ
"สฤษฏ์พงษ์" สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากร ฯ แต่ห่วงผู้พิพากษาที่ชำนัญการมีไม่เพียงพอหรือไม่ ชี้รวมคดีอาญาสู่ศาลภาษีอากรมีประโยชน์มากกว่าเสียหาย
วันที่ 14 สิงหาคม 2567 นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่...) พ.ศ... โดยมีข้อสังเกตว่าคดีศาลภาษีอากรที่เกี่ยวข้องกับในคดีอาญา ในปัจจุบันยังมีการแยกฟ้อง ถ้าในกรณีผู้กระทําความผิดภาษีอากรและมีคดีอาญาพ่วงมาด้วย ก็จะมีการฟ้องที่ศาลจังหวัด แต่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อให้เกิดความสะดวกและให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ถูกฟ้อง โดยกล่าวอ้างว่าผู้พิพากษามีความชํานัญญการพิเศษ ซึ่งก็คือมีความเชี่ยวชาญพิเศษในเรื่องของคดีภาษีอากร เพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรมในคดีในกรณีที่มีความจําเป็นฟ้องที่จังหวัดทั่วประเทศก็ให้มารวมศูนย์ที่ศาลภาษีอากรกลาง
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า สำหรับข้อสังเกตในวันนี้ สถิติคดีที่เกิดขึ้นในกรณีการฟ้องในคดีอาญาในศาลจังหวัด เวลาจะรวมเข้ามาหรือมีคดีเข้ามาใหม่ ซึ่งมีบทเฉพาะกาลในมาตรา 9 ว่าในกรณีคดีค้างอยู่ ให้ศาลจังหวัดดําเนินการพิจารณาจนเสร็จสิ้นขบวนความ แต่ในกรณีถ้ามีคดีอาญา ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากกรมศุลกากร กรมสรรพากร หรือกรมสรรพสามิต ก็เป็นห่วงว่าจํานวนผู้พิพากษาในศาลภาษีอากรกลางจะมีเพียงพอหรือไม่ และในส่วนของการเดินทางระหว่างผู้ถูกฟ้องคดีในทั่วประเทศ จะไหลเข้ามาในศาลภาษีอากรกลางในกรุงเทพมหานคร จะมีความสะดวกหรือมีความลําบากอย่างไรบ้าง เรามีการเตรียมการในเรื่องของการเพิ่มจํานวนผู้พิพากษาและการบริการอย่างไร แม้วันนี้เรามีการพิจารณาผ่านออนไลน์ในกรณีการสืบพยาน แต่ยังห่วงเรื่องงบประมาณ บุคลากรของผู้พิพากษา ซึ่งถือว่ามีความจำเป็น
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวอีกว่า เห็นด้วยในกรณีทําเรื่องให้เสร็จเร็วขึ้น และมีผู้พิพากษาที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ ซึ่งศาลในระบบของประเทศไทยนั้นมีหลายแบบ ซึ่งกรณีนี้มีศาลท่องเที่ยวด้วย เวลาคดีเกิดจากนักท่องเที่ยวก็มีการสืบพยานและให้นักท่องเที่ยวกลับไปประเทศก่อนได้ แล้วค่อยมาพิจารณาในส่วนของคดีต่อ หรือกรณีศาลอื่นๆ ก็เช่นกัน จึงอยากเรียนท่านประธานว่าถ้าในกรณีคดีไม่ถึงที่สุด ถ้าคู่ความหรือจําเลยต้องการที่จะโอนคดีเข้ามาสู่ศาลภาษีอากรกลางที่กรุงเทพมหานคร โดยอ้างเหตุผลว่าผู้พิพากษาไม่มีความชํานัญการพิเศษ เพราะฉะนั้่นในระหว่างที่คดียังไม่ถึงที่สุด คู่ความในตัวจําเลยจะอ้างในการโอนสํานวนมาที่ศาลภาษีอากรกรกลางพิเศษได้หรือไม่ และหลักเกณฑ์ในการโอนจะเป็นอย่างไร และการใช้ดุลพินิจของผู้พิพากษาแต่ละศาลอาจจะไม่เหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ขอฝากคณะกรรมาธิการ และคนที่จะไปแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย สุดท้ายเห็นด้วยว่ายังมีความจําเป็นในการรวมคดีอาญาในปัจจุบันมาสู่ศาลภาษีอากรเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าเสียหาย จึงขอสนับสนุนร่างนี้
วันที่ 14 สิงหาคม 2567 นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่...) พ.ศ... โดยมีข้อสังเกตว่าคดีศาลภาษีอากรที่เกี่ยวข้องกับในคดีอาญา ในปัจจุบันยังมีการแยกฟ้อง ถ้าในกรณีผู้กระทําความผิดภาษีอากรและมีคดีอาญาพ่วงมาด้วย ก็จะมีการฟ้องที่ศาลจังหวัด แต่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อให้เกิดความสะดวกและให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ถูกฟ้อง โดยกล่าวอ้างว่าผู้พิพากษามีความชํานัญญการพิเศษ ซึ่งก็คือมีความเชี่ยวชาญพิเศษในเรื่องของคดีภาษีอากร เพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรมในคดีในกรณีที่มีความจําเป็นฟ้องที่จังหวัดทั่วประเทศก็ให้มารวมศูนย์ที่ศาลภาษีอากรกลาง
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า สำหรับข้อสังเกตในวันนี้ สถิติคดีที่เกิดขึ้นในกรณีการฟ้องในคดีอาญาในศาลจังหวัด เวลาจะรวมเข้ามาหรือมีคดีเข้ามาใหม่ ซึ่งมีบทเฉพาะกาลในมาตรา 9 ว่าในกรณีคดีค้างอยู่ ให้ศาลจังหวัดดําเนินการพิจารณาจนเสร็จสิ้นขบวนความ แต่ในกรณีถ้ามีคดีอาญา ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากกรมศุลกากร กรมสรรพากร หรือกรมสรรพสามิต ก็เป็นห่วงว่าจํานวนผู้พิพากษาในศาลภาษีอากรกลางจะมีเพียงพอหรือไม่ และในส่วนของการเดินทางระหว่างผู้ถูกฟ้องคดีในทั่วประเทศ จะไหลเข้ามาในศาลภาษีอากรกลางในกรุงเทพมหานคร จะมีความสะดวกหรือมีความลําบากอย่างไรบ้าง เรามีการเตรียมการในเรื่องของการเพิ่มจํานวนผู้พิพากษาและการบริการอย่างไร แม้วันนี้เรามีการพิจารณาผ่านออนไลน์ในกรณีการสืบพยาน แต่ยังห่วงเรื่องงบประมาณ บุคลากรของผู้พิพากษา ซึ่งถือว่ามีความจำเป็น
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวอีกว่า เห็นด้วยในกรณีทําเรื่องให้เสร็จเร็วขึ้น และมีผู้พิพากษาที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ ซึ่งศาลในระบบของประเทศไทยนั้นมีหลายแบบ ซึ่งกรณีนี้มีศาลท่องเที่ยวด้วย เวลาคดีเกิดจากนักท่องเที่ยวก็มีการสืบพยานและให้นักท่องเที่ยวกลับไปประเทศก่อนได้ แล้วค่อยมาพิจารณาในส่วนของคดีต่อ หรือกรณีศาลอื่นๆ ก็เช่นกัน จึงอยากเรียนท่านประธานว่าถ้าในกรณีคดีไม่ถึงที่สุด ถ้าคู่ความหรือจําเลยต้องการที่จะโอนคดีเข้ามาสู่ศาลภาษีอากรกลางที่กรุงเทพมหานคร โดยอ้างเหตุผลว่าผู้พิพากษาไม่มีความชํานัญการพิเศษ เพราะฉะนั้่นในระหว่างที่คดียังไม่ถึงที่สุด คู่ความในตัวจําเลยจะอ้างในการโอนสํานวนมาที่ศาลภาษีอากรกรกลางพิเศษได้หรือไม่ และหลักเกณฑ์ในการโอนจะเป็นอย่างไร และการใช้ดุลพินิจของผู้พิพากษาแต่ละศาลอาจจะไม่เหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ขอฝากคณะกรรมาธิการ และคนที่จะไปแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย สุดท้ายเห็นด้วยว่ายังมีความจําเป็นในการรวมคดีอาญาในปัจจุบันมาสู่ศาลภาษีอากรเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าเสียหาย จึงขอสนับสนุนร่างนี้