21 สิงหาคม 2567 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคําสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตย พ.ศ. .... ซึ่งบุคคลที่นําเสนอ คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมคณะ สส.พรรคภูมิใจไทยทั้งหมด โดยนายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า การอภิปรายสนับสนุนร่างฉบับนี้มีเหตุผลหลายประการ นอกจากนี้ยังมีเอกสารแนบไม่ว่าจะเป็นประกาศเป็นคําสั่งทั้งหมด 71 คําสั่ง 71 ประกาศที่มีปัญหา เพราะฉะนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอร่างฉบับนี้เกี่ยวกับเรื่องการเงิน
รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้บอกไว้ชัดเจน ถ้าเป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการเงินต้องให้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบ ซึ่งอยู่ในมาตรา 134 เพราะฉะนั้นขั้นตอนต่อไปก็คือเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขอความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนที่นายกฯ จะลงนาม 1)คณะกรรมการกฤษฎีกา 2)สํานักงานศาลยุติธรรม 3)กระทรวงกลาโหม 4)กระทรวงการคลัง และ 5)สํานักงบประมาณ กระบวนการทั้งหมดได้ผ่านขั้นตอนไปอย่างดี สุดท้ายนายกฯ ลงนามในพ.ร.บ. ฉบับนี้ ภาพรวมคือยกเลิกคําสั่งคสช. แต่ไปแยกเป็น 3 ส่วน คือ 1) ประกาศคณะคสช. 2) คําสั่งคณะคสช. 3) คําสั่งหัวหน้าคสช.
นายณัฏฐ์ชนน ยังอภิปรายเพิ่มเติมว่า คสช. เกิดขึ้นเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 จากการรัฐประหาร เพราะฉะนั้นคสช. ได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 2550 ใช้อํานาจรัฏฐาธิปัตย์ เป็นการฉีกรัฐธรรมนูญปี 2550 ศูนย์ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว หลังจากปฏิวัติในปีนั้นก็ร่างรัฐธรรมนูญมาหนึ่งฉบับ เรียกว่ารัฐธรรมนูญปี 2557 (ชั่วคราว) หลังปฏิวัติ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีมาตราหนึ่งที่เป็นมาตราที่ทุกคนจําได้ คือ มาตรา 44 ซึ่งมีอํานาจให้กับคณะคสช. หัวหน้าคสช. สามารถออกเป็นพ.ร.บ. ออกเป็นประกาศเทียบเท่ากับกฎหมายที่สภาแห่งนี้ออก เพราะฉะนั้นการแก้ก็ต้องใช้สภาแก้ เมื่อคสช.หมดอํานาจ รัฎฐาธิปัตย์หมดอํานาจ แต่ประกาศคําสั่งยังไม่หมดตามคณะใหม่ อย่างไรก็ดีขอสนับสนุนว่าร่างพ.ร.บ. ของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะสส.ภูมิใจไทย มีสาระสําคัญดังต่อไปนี้ 1.ให้ยกเลิกประกาศ 2.ยกเลิกคําสั่ง 3.ยกเลิกคําสั่งหัวหน้า ซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตย
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า 3 ประเด็นที่เป็นกฎหมายที่พรรคภูมิใจไทยเสนอ ข้อที่ 1 ให้จําหน่ายคดีที่จําเลยทําความผิด หมายถึงให้ยกคดีไปที่จําเลยทําความผิด ตามประกาศคสช. ตามคําสั่งคณะคสช. และคําสั่งหัวหน้าคสช. ทั้ง 3 ส่วน ให้จําหน่ายคดีให้กับจําเลยที่ทําความผิด บัญชีแนบท้ายทั้งหมดมีทั้งหมด 71 รายการ จําเลยที่กระทําความผิดที่พิพากษาตามประกาศและคําสั่งดังกล่าวที่กําลังถูกยกเลิก ให้ไม่มีความผิด
ข้อที่ 2 พระราชบัญญัติฉบับนี้ให้พลเรือนถูกดําเนินคดีกับศาลทหาร เพราะฉะนั้นศาลทหารตัดสินถึงที่สุดแล้ว ให้พลเรือนสามารถยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลยุติธรรมที่มีเขตอํานาจภายใน 30 วัน
ข้อที่ 3 ให้พลเรือนที่คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลทหารให้โอนคดีไปยังศาลยุติธรรม ในกระบวนการที่พิจารณาคดียังไม่จบ อยู่ในศาลทหาร เราสามารถโอนคดีให้กับศาลพลเรือนก็คือ ศาลยุติธรรมได้ เพราะฉะนั้นกระบวนการพิจารณาคดีภายใต้ศาลทหารที่ดําเนินการไปแล้วก็ไม่ได้เสียหาย เว้นแต่จําเลยจะร้องขอให้ศาลยุติธรรมเริ่มกระบวนการพิจารณาใหม่ทั้งหมด ซึ่งอันนี้อยู่ในร่างมาตราที่ 6
“ สรุปประโยชน์ที่ประชาชน และสังคมจะได้รับจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย ประชาชนจะได้รับสิทธิ์ และเสรีภาพของประชาชน ได้รับการรับรองคุ้มครองตามหลักการประกันสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2560 “
นอกจากนี้ นายณัฏฐ์ชนน ยังได้กล่าวย้ำว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นประโยชน์ต่อคู่ความในการพิสูจน์ความผิดในการจับกุม ในการควบคุมการพิจารณาพยานหลักฐาน จึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย

21 สิงหาคม 2567 เวลา 17:36
“ณัฏฐ์ชนน” หนุน ร่างพ.ร.บ.ยกเลิก ประกาศ และคำสั่ง คสช.
“ณัฏฐ์ชนน” หนุน ร่างพ.ร.บ.ยกเลิก ประกาศ และคำสั่ง คสช. ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และ สส.พรรคภูมิใจไทย ยัน ปปช.จะได้รับสิทธิ์และเสรีภาพ รับรองคุ้มครองตามหลักการประกันสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของ รธน. 60
21 สิงหาคม 2567 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคําสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตย พ.ศ. .... ซึ่งบุคคลที่นําเสนอ คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมคณะ สส.พรรคภูมิใจไทยทั้งหมด โดยนายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า การอภิปรายสนับสนุนร่างฉบับนี้มีเหตุผลหลายประการ นอกจากนี้ยังมีเอกสารแนบไม่ว่าจะเป็นประกาศเป็นคําสั่งทั้งหมด 71 คําสั่ง 71 ประกาศที่มีปัญหา เพราะฉะนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอร่างฉบับนี้เกี่ยวกับเรื่องการเงิน
รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้บอกไว้ชัดเจน ถ้าเป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการเงินต้องให้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบ ซึ่งอยู่ในมาตรา 134 เพราะฉะนั้นขั้นตอนต่อไปก็คือเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขอความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนที่นายกฯ จะลงนาม 1)คณะกรรมการกฤษฎีกา 2)สํานักงานศาลยุติธรรม 3)กระทรวงกลาโหม 4)กระทรวงการคลัง และ 5)สํานักงบประมาณ กระบวนการทั้งหมดได้ผ่านขั้นตอนไปอย่างดี สุดท้ายนายกฯ ลงนามในพ.ร.บ. ฉบับนี้ ภาพรวมคือยกเลิกคําสั่งคสช. แต่ไปแยกเป็น 3 ส่วน คือ 1) ประกาศคณะคสช. 2) คําสั่งคณะคสช. 3) คําสั่งหัวหน้าคสช.
นายณัฏฐ์ชนน ยังอภิปรายเพิ่มเติมว่า คสช. เกิดขึ้นเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 จากการรัฐประหาร เพราะฉะนั้นคสช. ได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 2550 ใช้อํานาจรัฏฐาธิปัตย์ เป็นการฉีกรัฐธรรมนูญปี 2550 ศูนย์ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว หลังจากปฏิวัติในปีนั้นก็ร่างรัฐธรรมนูญมาหนึ่งฉบับ เรียกว่ารัฐธรรมนูญปี 2557 (ชั่วคราว) หลังปฏิวัติ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีมาตราหนึ่งที่เป็นมาตราที่ทุกคนจําได้ คือ มาตรา 44 ซึ่งมีอํานาจให้กับคณะคสช. หัวหน้าคสช. สามารถออกเป็นพ.ร.บ. ออกเป็นประกาศเทียบเท่ากับกฎหมายที่สภาแห่งนี้ออก เพราะฉะนั้นการแก้ก็ต้องใช้สภาแก้ เมื่อคสช.หมดอํานาจ รัฎฐาธิปัตย์หมดอํานาจ แต่ประกาศคําสั่งยังไม่หมดตามคณะใหม่ อย่างไรก็ดีขอสนับสนุนว่าร่างพ.ร.บ. ของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะสส.ภูมิใจไทย มีสาระสําคัญดังต่อไปนี้ 1.ให้ยกเลิกประกาศ 2.ยกเลิกคําสั่ง 3.ยกเลิกคําสั่งหัวหน้า ซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตย
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า 3 ประเด็นที่เป็นกฎหมายที่พรรคภูมิใจไทยเสนอ ข้อที่ 1 ให้จําหน่ายคดีที่จําเลยทําความผิด หมายถึงให้ยกคดีไปที่จําเลยทําความผิด ตามประกาศคสช. ตามคําสั่งคณะคสช. และคําสั่งหัวหน้าคสช. ทั้ง 3 ส่วน ให้จําหน่ายคดีให้กับจําเลยที่ทําความผิด บัญชีแนบท้ายทั้งหมดมีทั้งหมด 71 รายการ จําเลยที่กระทําความผิดที่พิพากษาตามประกาศและคําสั่งดังกล่าวที่กําลังถูกยกเลิก ให้ไม่มีความผิด
ข้อที่ 2 พระราชบัญญัติฉบับนี้ให้พลเรือนถูกดําเนินคดีกับศาลทหาร เพราะฉะนั้นศาลทหารตัดสินถึงที่สุดแล้ว ให้พลเรือนสามารถยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลยุติธรรมที่มีเขตอํานาจภายใน 30 วัน
ข้อที่ 3 ให้พลเรือนที่คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลทหารให้โอนคดีไปยังศาลยุติธรรม ในกระบวนการที่พิจารณาคดียังไม่จบ อยู่ในศาลทหาร เราสามารถโอนคดีให้กับศาลพลเรือนก็คือ ศาลยุติธรรมได้ เพราะฉะนั้นกระบวนการพิจารณาคดีภายใต้ศาลทหารที่ดําเนินการไปแล้วก็ไม่ได้เสียหาย เว้นแต่จําเลยจะร้องขอให้ศาลยุติธรรมเริ่มกระบวนการพิจารณาใหม่ทั้งหมด ซึ่งอันนี้อยู่ในร่างมาตราที่ 6
“ สรุปประโยชน์ที่ประชาชน และสังคมจะได้รับจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย ประชาชนจะได้รับสิทธิ์ และเสรีภาพของประชาชน ได้รับการรับรองคุ้มครองตามหลักการประกันสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2560 “
นอกจากนี้ นายณัฏฐ์ชนน ยังได้กล่าวย้ำว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นประโยชน์ต่อคู่ความในการพิสูจน์ความผิดในการจับกุม ในการควบคุมการพิจารณาพยานหลักฐาน จึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย
21 สิงหาคม 2567 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคําสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตย พ.ศ. .... ซึ่งบุคคลที่นําเสนอ คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมคณะ สส.พรรคภูมิใจไทยทั้งหมด โดยนายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า การอภิปรายสนับสนุนร่างฉบับนี้มีเหตุผลหลายประการ นอกจากนี้ยังมีเอกสารแนบไม่ว่าจะเป็นประกาศเป็นคําสั่งทั้งหมด 71 คําสั่ง 71 ประกาศที่มีปัญหา เพราะฉะนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอร่างฉบับนี้เกี่ยวกับเรื่องการเงิน
รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้บอกไว้ชัดเจน ถ้าเป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการเงินต้องให้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบ ซึ่งอยู่ในมาตรา 134 เพราะฉะนั้นขั้นตอนต่อไปก็คือเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขอความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนที่นายกฯ จะลงนาม 1)คณะกรรมการกฤษฎีกา 2)สํานักงานศาลยุติธรรม 3)กระทรวงกลาโหม 4)กระทรวงการคลัง และ 5)สํานักงบประมาณ กระบวนการทั้งหมดได้ผ่านขั้นตอนไปอย่างดี สุดท้ายนายกฯ ลงนามในพ.ร.บ. ฉบับนี้ ภาพรวมคือยกเลิกคําสั่งคสช. แต่ไปแยกเป็น 3 ส่วน คือ 1) ประกาศคณะคสช. 2) คําสั่งคณะคสช. 3) คําสั่งหัวหน้าคสช.
นายณัฏฐ์ชนน ยังอภิปรายเพิ่มเติมว่า คสช. เกิดขึ้นเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 จากการรัฐประหาร เพราะฉะนั้นคสช. ได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 2550 ใช้อํานาจรัฏฐาธิปัตย์ เป็นการฉีกรัฐธรรมนูญปี 2550 ศูนย์ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว หลังจากปฏิวัติในปีนั้นก็ร่างรัฐธรรมนูญมาหนึ่งฉบับ เรียกว่ารัฐธรรมนูญปี 2557 (ชั่วคราว) หลังปฏิวัติ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีมาตราหนึ่งที่เป็นมาตราที่ทุกคนจําได้ คือ มาตรา 44 ซึ่งมีอํานาจให้กับคณะคสช. หัวหน้าคสช. สามารถออกเป็นพ.ร.บ. ออกเป็นประกาศเทียบเท่ากับกฎหมายที่สภาแห่งนี้ออก เพราะฉะนั้นการแก้ก็ต้องใช้สภาแก้ เมื่อคสช.หมดอํานาจ รัฎฐาธิปัตย์หมดอํานาจ แต่ประกาศคําสั่งยังไม่หมดตามคณะใหม่ อย่างไรก็ดีขอสนับสนุนว่าร่างพ.ร.บ. ของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะสส.ภูมิใจไทย มีสาระสําคัญดังต่อไปนี้ 1.ให้ยกเลิกประกาศ 2.ยกเลิกคําสั่ง 3.ยกเลิกคําสั่งหัวหน้า ซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตย
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า 3 ประเด็นที่เป็นกฎหมายที่พรรคภูมิใจไทยเสนอ ข้อที่ 1 ให้จําหน่ายคดีที่จําเลยทําความผิด หมายถึงให้ยกคดีไปที่จําเลยทําความผิด ตามประกาศคสช. ตามคําสั่งคณะคสช. และคําสั่งหัวหน้าคสช. ทั้ง 3 ส่วน ให้จําหน่ายคดีให้กับจําเลยที่ทําความผิด บัญชีแนบท้ายทั้งหมดมีทั้งหมด 71 รายการ จําเลยที่กระทําความผิดที่พิพากษาตามประกาศและคําสั่งดังกล่าวที่กําลังถูกยกเลิก ให้ไม่มีความผิด
ข้อที่ 2 พระราชบัญญัติฉบับนี้ให้พลเรือนถูกดําเนินคดีกับศาลทหาร เพราะฉะนั้นศาลทหารตัดสินถึงที่สุดแล้ว ให้พลเรือนสามารถยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลยุติธรรมที่มีเขตอํานาจภายใน 30 วัน
ข้อที่ 3 ให้พลเรือนที่คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลทหารให้โอนคดีไปยังศาลยุติธรรม ในกระบวนการที่พิจารณาคดียังไม่จบ อยู่ในศาลทหาร เราสามารถโอนคดีให้กับศาลพลเรือนก็คือ ศาลยุติธรรมได้ เพราะฉะนั้นกระบวนการพิจารณาคดีภายใต้ศาลทหารที่ดําเนินการไปแล้วก็ไม่ได้เสียหาย เว้นแต่จําเลยจะร้องขอให้ศาลยุติธรรมเริ่มกระบวนการพิจารณาใหม่ทั้งหมด ซึ่งอันนี้อยู่ในร่างมาตราที่ 6
“ สรุปประโยชน์ที่ประชาชน และสังคมจะได้รับจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย ประชาชนจะได้รับสิทธิ์ และเสรีภาพของประชาชน ได้รับการรับรองคุ้มครองตามหลักการประกันสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2560 “
นอกจากนี้ นายณัฏฐ์ชนน ยังได้กล่าวย้ำว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นประโยชน์ต่อคู่ความในการพิสูจน์ความผิดในการจับกุม ในการควบคุมการพิจารณาพยานหลักฐาน จึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย