27 สิงหาคม 2567 เวลา 10:30
อาเซียนรับรอง ถ้อยแถลงร่วมบุรีรัมย์
รมว.เพิ่มพูน กล่าวถ้อยแถลงรัฐมนตรีอาเซียน มุ่งมั่นปรับปรุงคุณภาพชีวิต เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมรับรองถ้อยแถลงร่วมบุรีรัมย์ ผลักดันการศึกษาในภูมิภาค ตอบโจทย์ความท้าทายยุคดิจิทัล

ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาของอาเซียน ครั้งที่ 13 เมื่อวานนี้ (25 สิงหาคม 2567) โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจากประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา อินโดนีเซีย สปป. ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สิงคโปร์ และไทย ร่วมประชุมด้วย นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากติมอร์-เลสเต เข้าร่วมสังเกตการณ์ และผู้แทนพันธมิตรความร่วมมือด้านการศึกษาของอาเซียน เข้าร่วมการประชุมกว่า 100 คน
พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และประธานการประชุม กล่าวตอนหนึ่งว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการรับฟังความคิดเห็นจากรัฐมนตรีด้านการศึกษาในอาเซียน เพื่อพลิกโฉมการศึกษาในยุคดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาให้สอดรับกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าทางดิจิทัลอาจนำมาซึ่งความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่อาเซียนต้องพิจารณา เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้ทุกคนอย่างเท่าเทียม

"เราจำเป็นต้องพัฒนาทักษะผู้เรียนให้สอดรับกับการทำงานในยุคดิจิทัล ทั้งการคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา และการใช้เทคโนโลยี พร้อมส่งเสริมการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ" รมว.ศธ.กล่าว
ที่ประชุมฯ ยังได้รับทราบการรายงานการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของอาเซียน ครั้งที่ 18 และครั้งที่ 19 ดังนี้
- เวียดนาม ได้รายงานความก้าวหน้าแผนงานการศึกษาของอาเซียน ปี ค.ศ. 2021-2025 เพื่อพัฒนาการศึกษาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- อินโดนีเซีย มีการประชุมเชิงนโยบายด้านการดูแล และการศึกษาปฐมวัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การประชุมอาเซียนด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษา เป็นต้น
- ประเทศไทย รายงานความก้าวหน้าแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาของอาเซียน ปี ค.ศ. 2021-2025 ซึ่งก้าวหน้าไปกว่า 90 เปอร์เซ็น ภายใต้โครงการสำคัญรวม 114 โครงการ เช่น การประชุม ASEAN -TVET การประชุมอาเซียนระดับอุดมศึกษา ตลอดจนการเผยแพร่เรื่องราวความสำเร็จของ TVET หลักสูตรการเป็นผู้นำทางการศึกษา เป็นต้น

อีกวาระที่สำคัญในการประชุมครั้งนี้ คือ รมว.ศธ. ได้กล่าวถ้อยแถลงของรัฐมนตรีด้านการศึกษาของอาเซียน ที่มุ่งเน้นสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน 2025 เพื่อการพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ด้วยการปรับปรุงคุณภาพชีวิตผ่านกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในบริบทของโลกใหม่และความมุ่งมั่นของประเทศไทย ในการพลิกโฉมการศึกษาเข้าสู่ยุคดิจิทัล รัฐบาลไทยได้กำหนดนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” เพื่อยกระดับประเทศไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัลและเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ทั้งนี้ ประเทศไทย เน้นย้ำถึงความสำคัญของนักเรียนตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีในการศึกษาให้ครอบคลุมทั้งการบริหารจัดการ การจัดการเรียนการสอน สนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการศึกษาให้แก่ครูและนักเรียน เพื่อลดภาระของครูและนักเรียน
ในส่วนของความร่วมมือในอาเซียน ประเทศไทยเน้นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกและประเทศคู่เจรจา เพื่อพัฒนาครูและเยาวชน และร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนในการพลิกโฉมการศึกษาเข้าสู่ยุคดิจิทัล

นอกจากนี้ ยังได้รับรองเอกสารผลลัพธ์จากการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาของอาเซียน ครั้งที่ 13 และรับรองถ้อยแถลงร่วมบุรีรัมย์ (Joint Statement of the 13th ASEAN Education Ministers Meeting) ตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน 2025 ที่มุ่งส่งเสริมการศึกษาในภูมิภาคให้ตอบสนองต่อความท้าทายในระดับโลก และตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินการตามปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ตกหล่น และปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของระบบการศึกษา
"เราให้ความสำคัญกับการทำให้ภูมิภาคอาเซียนกลายเป็นพื้นที่ที่มีพลวัต และส่งเสริมการเติบโตในทุกด้าน ด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้มีความรู้ ทักษะ และความสามารถด้านดิจิทัลที่จำเป็นในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว" รมว.ศธ.กล่าวในช่วงปิดประชุม