วันที่ 29 ส.ค. 2567 ในการประชุมร่วมรัฐสภา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วน และความร่วมมือรอบด้านระหว่างสหภาพยุโรปและรัฐสมาชิกฝ่ายหนึ่งกับราชอาณาจักรไทยอีกฝ่ายหนึ่ง ว่า ร่างฉบับนี้หลายคนบอกเป็นร่างจริง แต่หลายคนบอกเป็นร่างหลอก เพราะร่างฉบับนี้ยังไม่สมบูรณ์แม้จะมีการลงนามในกรอบข้อตกลงแล้ว แต่ยังขาดขั้นตอนการอนุมัติจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ข้อตกลง PCA ฉบับนี้มีอายุ 20 ปีแล้ว กว่าจะเข้าสู่การพิจารณาแต่ละครั้งมีอุปสรรคมากมาย ทั้งการรัฐประหาร และความไม่เป็นประชาธิปไตยทำให้ไม่มีการลงนาม วันนี้ขอพูด 3 ข้อคือ 1.ปฏิญญาร่วมว่าด้วยข้อที่ 23 ความร่วมมือทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ประเด็นนี้สําคัญ เพราะเป็นเรื่องการลงปฏิญญาเขียนว่า ประเทศแห่งราชอาณาจักรไทยจะดําเนินการทุกวิถีทางที่สอดคล้องกับกฎหมายของตน เพื่อรับประกันว่าบุคคลจะไม่ต้องโทษประหารชีวิต และหากตัดสินให้บุคคลผู้นั้นได้รับโทษประหารชีวิต รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยจะถวายคําแนะนําเพื่อขอพระราชทาน จะเห็นได้ว่ากรอบเขียนไว้อีกแบบหนึ่ง แต่มีการลงปฏิญญาไว้เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่จะอภิปรายวันนี้ก็คือ วิธีการแก้กฎหมายเป็นเรื่องที่สําคัญ วันที่ 26 มีนาคม 2567 มีอดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ อดีตประธานาธิบดีมองโกเลีย เดินทางมาพบคณะกรรมาธิการกฎหมายมาพบกรรมาธิการระหว่างประเทศเพื่อต้านการประหารชีวิต ทั้ง 2 คนตั้งคําถามว่าประเทศไทยเมื่อไรที่จะยกเลิกโทษประหาร เพราะประเทศไทยไม่มีความตั้งใจที่จะยกเลิก ตนในฐานะสมาชิกบอกว่าไม่ใช่เราไม่ได้ตั้งใจ แต่เป็นกระบวนการกฎหมาย วันนี้กรอบที่ได้เขียนไว้ ได้ลงปฏิญญาแล้วโทษประหารจะทําอย่างไร เมื่อเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอีกว่า ข้อที่ 2 เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรอบที่ไปเซ็นไว้กระทบกับชาวสวนยาง สวนปาล์ม สวนทุเรียน กระทบกับเกษตรกรอีกหลายสาขาอาชีพ เพราะไม่มีการลงในรายละเอียด โดยเฉพาะกรมยุโรปเคยลงไปดูในพื้นที่หรอไม่ เคยรู้หรือไม่ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกจะกระทบกับชาวสวนยางอย่างไร หรือกระทบกับการนําเข้าปาล์มไปยังยุโรป หรือต่างประเทศอย่างไร นี่คือคําถาม
ส่วนข้อที่ 3 ปฏิญญาร่วมว่าด้วยข้อที่ 45 เกี่ยวโยงกับการเกษตร ปศุสัตว์ การประมงและการพัฒนาชนบท สินค้าเกษตร กรอบที่เขียนไว้ไม่ได้ลงในรายละเอียด แต่สิ่งที่จะเกิดกับเกษตรกรและรัฐบาลในอนาคต เป็นสิ่งที่ท่านต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นวันนี้ปศุสัตว์ที่ส่งออกและประมงที่เจ๊งไป ใครจะรับผิดชอบ สุดท้ายข้อสังเกตของสมาชิกล้วนเป็นประโยชน์กับรัฐบาลและประเทศชาติ สิ่งที่อยากเห็นจากกรอบ PCA โดยเฉพาะในยุโรป 27 ประเทศก็คือความร่วมมือในระยะยาวเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่มีความยุติธรรมทุกฝ่าย ตนเห็นด้วยกับกรอบนี้ แต่ขอให้นึกถึงพี่น้องประชาชนอีกหลายคนที่ไม่มีสิทธิ์มาพูดในสภาแห่งนี้

29 สิงหาคม 2567 เวลา 14:26
"ณัฏฐ์ชนน" เห็นด้วย PCA ห่วงกระทบ เกษตรกร ขัดแย้งโทษประหาร
"ณัฏฐ์ชนน" เห็นด้วย PCA ห่วงข้อตกลงกระทบเกษตรกร ขัดแย้งโทษประหารชีวิตในไทย ชี้ อยากเห็นความร่วมมือระยะยาวที่ยุติธรรมกับทุกฝ่าย
วันที่ 29 ส.ค. 2567 ในการประชุมร่วมรัฐสภา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วน และความร่วมมือรอบด้านระหว่างสหภาพยุโรปและรัฐสมาชิกฝ่ายหนึ่งกับราชอาณาจักรไทยอีกฝ่ายหนึ่ง ว่า ร่างฉบับนี้หลายคนบอกเป็นร่างจริง แต่หลายคนบอกเป็นร่างหลอก เพราะร่างฉบับนี้ยังไม่สมบูรณ์แม้จะมีการลงนามในกรอบข้อตกลงแล้ว แต่ยังขาดขั้นตอนการอนุมัติจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ข้อตกลง PCA ฉบับนี้มีอายุ 20 ปีแล้ว กว่าจะเข้าสู่การพิจารณาแต่ละครั้งมีอุปสรรคมากมาย ทั้งการรัฐประหาร และความไม่เป็นประชาธิปไตยทำให้ไม่มีการลงนาม วันนี้ขอพูด 3 ข้อคือ 1.ปฏิญญาร่วมว่าด้วยข้อที่ 23 ความร่วมมือทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ประเด็นนี้สําคัญ เพราะเป็นเรื่องการลงปฏิญญาเขียนว่า ประเทศแห่งราชอาณาจักรไทยจะดําเนินการทุกวิถีทางที่สอดคล้องกับกฎหมายของตน เพื่อรับประกันว่าบุคคลจะไม่ต้องโทษประหารชีวิต และหากตัดสินให้บุคคลผู้นั้นได้รับโทษประหารชีวิต รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยจะถวายคําแนะนําเพื่อขอพระราชทาน จะเห็นได้ว่ากรอบเขียนไว้อีกแบบหนึ่ง แต่มีการลงปฏิญญาไว้เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่จะอภิปรายวันนี้ก็คือ วิธีการแก้กฎหมายเป็นเรื่องที่สําคัญ วันที่ 26 มีนาคม 2567 มีอดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ อดีตประธานาธิบดีมองโกเลีย เดินทางมาพบคณะกรรมาธิการกฎหมายมาพบกรรมาธิการระหว่างประเทศเพื่อต้านการประหารชีวิต ทั้ง 2 คนตั้งคําถามว่าประเทศไทยเมื่อไรที่จะยกเลิกโทษประหาร เพราะประเทศไทยไม่มีความตั้งใจที่จะยกเลิก ตนในฐานะสมาชิกบอกว่าไม่ใช่เราไม่ได้ตั้งใจ แต่เป็นกระบวนการกฎหมาย วันนี้กรอบที่ได้เขียนไว้ ได้ลงปฏิญญาแล้วโทษประหารจะทําอย่างไร เมื่อเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอีกว่า ข้อที่ 2 เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรอบที่ไปเซ็นไว้กระทบกับชาวสวนยาง สวนปาล์ม สวนทุเรียน กระทบกับเกษตรกรอีกหลายสาขาอาชีพ เพราะไม่มีการลงในรายละเอียด โดยเฉพาะกรมยุโรปเคยลงไปดูในพื้นที่หรอไม่ เคยรู้หรือไม่ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกจะกระทบกับชาวสวนยางอย่างไร หรือกระทบกับการนําเข้าปาล์มไปยังยุโรป หรือต่างประเทศอย่างไร นี่คือคําถาม
ส่วนข้อที่ 3 ปฏิญญาร่วมว่าด้วยข้อที่ 45 เกี่ยวโยงกับการเกษตร ปศุสัตว์ การประมงและการพัฒนาชนบท สินค้าเกษตร กรอบที่เขียนไว้ไม่ได้ลงในรายละเอียด แต่สิ่งที่จะเกิดกับเกษตรกรและรัฐบาลในอนาคต เป็นสิ่งที่ท่านต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นวันนี้ปศุสัตว์ที่ส่งออกและประมงที่เจ๊งไป ใครจะรับผิดชอบ สุดท้ายข้อสังเกตของสมาชิกล้วนเป็นประโยชน์กับรัฐบาลและประเทศชาติ สิ่งที่อยากเห็นจากกรอบ PCA โดยเฉพาะในยุโรป 27 ประเทศก็คือความร่วมมือในระยะยาวเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่มีความยุติธรรมทุกฝ่าย ตนเห็นด้วยกับกรอบนี้ แต่ขอให้นึกถึงพี่น้องประชาชนอีกหลายคนที่ไม่มีสิทธิ์มาพูดในสภาแห่งนี้
วันที่ 29 ส.ค. 2567 ในการประชุมร่วมรัฐสภา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วน และความร่วมมือรอบด้านระหว่างสหภาพยุโรปและรัฐสมาชิกฝ่ายหนึ่งกับราชอาณาจักรไทยอีกฝ่ายหนึ่ง ว่า ร่างฉบับนี้หลายคนบอกเป็นร่างจริง แต่หลายคนบอกเป็นร่างหลอก เพราะร่างฉบับนี้ยังไม่สมบูรณ์แม้จะมีการลงนามในกรอบข้อตกลงแล้ว แต่ยังขาดขั้นตอนการอนุมัติจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ข้อตกลง PCA ฉบับนี้มีอายุ 20 ปีแล้ว กว่าจะเข้าสู่การพิจารณาแต่ละครั้งมีอุปสรรคมากมาย ทั้งการรัฐประหาร และความไม่เป็นประชาธิปไตยทำให้ไม่มีการลงนาม วันนี้ขอพูด 3 ข้อคือ 1.ปฏิญญาร่วมว่าด้วยข้อที่ 23 ความร่วมมือทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ประเด็นนี้สําคัญ เพราะเป็นเรื่องการลงปฏิญญาเขียนว่า ประเทศแห่งราชอาณาจักรไทยจะดําเนินการทุกวิถีทางที่สอดคล้องกับกฎหมายของตน เพื่อรับประกันว่าบุคคลจะไม่ต้องโทษประหารชีวิต และหากตัดสินให้บุคคลผู้นั้นได้รับโทษประหารชีวิต รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยจะถวายคําแนะนําเพื่อขอพระราชทาน จะเห็นได้ว่ากรอบเขียนไว้อีกแบบหนึ่ง แต่มีการลงปฏิญญาไว้เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่จะอภิปรายวันนี้ก็คือ วิธีการแก้กฎหมายเป็นเรื่องที่สําคัญ วันที่ 26 มีนาคม 2567 มีอดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ อดีตประธานาธิบดีมองโกเลีย เดินทางมาพบคณะกรรมาธิการกฎหมายมาพบกรรมาธิการระหว่างประเทศเพื่อต้านการประหารชีวิต ทั้ง 2 คนตั้งคําถามว่าประเทศไทยเมื่อไรที่จะยกเลิกโทษประหาร เพราะประเทศไทยไม่มีความตั้งใจที่จะยกเลิก ตนในฐานะสมาชิกบอกว่าไม่ใช่เราไม่ได้ตั้งใจ แต่เป็นกระบวนการกฎหมาย วันนี้กรอบที่ได้เขียนไว้ ได้ลงปฏิญญาแล้วโทษประหารจะทําอย่างไร เมื่อเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอีกว่า ข้อที่ 2 เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรอบที่ไปเซ็นไว้กระทบกับชาวสวนยาง สวนปาล์ม สวนทุเรียน กระทบกับเกษตรกรอีกหลายสาขาอาชีพ เพราะไม่มีการลงในรายละเอียด โดยเฉพาะกรมยุโรปเคยลงไปดูในพื้นที่หรอไม่ เคยรู้หรือไม่ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกจะกระทบกับชาวสวนยางอย่างไร หรือกระทบกับการนําเข้าปาล์มไปยังยุโรป หรือต่างประเทศอย่างไร นี่คือคําถาม
ส่วนข้อที่ 3 ปฏิญญาร่วมว่าด้วยข้อที่ 45 เกี่ยวโยงกับการเกษตร ปศุสัตว์ การประมงและการพัฒนาชนบท สินค้าเกษตร กรอบที่เขียนไว้ไม่ได้ลงในรายละเอียด แต่สิ่งที่จะเกิดกับเกษตรกรและรัฐบาลในอนาคต เป็นสิ่งที่ท่านต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นวันนี้ปศุสัตว์ที่ส่งออกและประมงที่เจ๊งไป ใครจะรับผิดชอบ สุดท้ายข้อสังเกตของสมาชิกล้วนเป็นประโยชน์กับรัฐบาลและประเทศชาติ สิ่งที่อยากเห็นจากกรอบ PCA โดยเฉพาะในยุโรป 27 ประเทศก็คือความร่วมมือในระยะยาวเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่มีความยุติธรรมทุกฝ่าย ตนเห็นด้วยกับกรอบนี้ แต่ขอให้นึกถึงพี่น้องประชาชนอีกหลายคนที่ไม่มีสิทธิ์มาพูดในสภาแห่งนี้