วันที่ 4 กันยายน 2567 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 วาระสอง นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายมาตรา 14 งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ได้ตั้งงบประมาณไว้สูงถึง 56,000 กว่าล้านบาท โดยขอปรับลดไว้ 2% เหตุผลที่อยากจะอภิปรายไปยังคณะกรรมาธิการเพื่อให้ตอบคําถาม ซึ่งถ้าหากชี้แจงและตอบคําถามได้ก็ไม่ติดใจ เพราะรู้ว่างบประมาณของกระทรวงเกษตรฯ ไม่ว่าจะตั้งเป็น 50,000 กว่าล้านบาท ที่ปีนี้ขยับขึ้นมา และปีต่อๆ ไปจะตั้ง 50,000 - 60,000 ล้านบาทก็ตาม ทุกอย่างนำไปเพื่อแก้ไขปัญหาและดูแลพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศ จึงทวงถามในประเด็นที่ยังกังวล และได้ยินเสียงสะท้อนจากเพื่อนสมาชิกทั้งประเทศที่อยากจะเห็นโครงการสนับสนุนและช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต รวมถึงการเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ และยกระดับการทําการเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวนา
นายกรวีร์ กล่าวว่า รัฐบาลชุดที่ผ่านมามีนโยบายหลักที่จะผลักดันโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง เพื่่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต ซึ่งสมาชิกทั้งหมดเห็นตรงกันว่าจําเป็นที่ต้องช่วยเหลือ แต่วิธีการและนโยบายที่อาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่เมื่อเข้าไปดูในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่เห็นโครงการช่วยเหลือลดต้นทุนของพี่น้องเกษตรกรตั้งไว้ จึงรู้สึกเป็นห่วง ถึงแม้กําลังอยู่ในช่วงตั้งรัฐบาลใหม่ ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนนายก เปลี่ยนคณะรัฐมนตรีหรือไม่ก็ตาม แต่นโยบายที่จะไปช่วยเหลือเกษตรกรจําเป็นที่ต้องคงอยู่ แต่หาไม่เจอ และถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเรื่องของปุ๋ยคนละครึ่ง ไปเป็นนโยบายอื่นๆ จะได้มีแหล่งเงินหรือมีเงินงบประมาณที่จะเอามาใช้แก้ไขปัญหา หรือลดต้นทุนให้กับเกษตรกร คําถามแรกอยากถามไปถึงคณะกรรมาธิการว่าได้มีการพูดคุยและจัดเตรียมงบประมาณตรงนี้เอาไว้ตรงส่วนไหนของกระทรวงเกษตรหรือเอาไปไว้อยู่ในส่วนอื่นของงบประมาณ
นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่สอง ในปีนี้กรมชลประทานได้รับการจัดสรรงบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องของชลประทานทั้งประเทศเมื่อดูในเล่มงบประมาณที่ได้ตั้งงบประมาณเอาไว้ 19,000 ล้านบาท จะมาแก้ไขปัญหาระบบน้ำ ทั้งป้องกันน้ำท่วม ทั้งช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้มีน้ำในการทำเกษตรกรรมเป็นเรื่องที่สําคัญ และต้องขอบคุณกรรมาธิการที่ได้พิจารณา จาก 19,000 ล้านบาท ปรับลดไปเพียง 57 ล้านบาท เพราถ้ามีการปรับลดลดมากเท่าไหร่ผลงานที่จะเอามาแก้ไขปัญหาเรื่องระบบน้ำของประเทศก็จะได้น้อยลง อยากถามไปยังกรรมาธิการว่า ได้สอบถามไปยังหน่วยงานหรือไม่ว่ามีแผน มีวิธีการอย่างไรที่จะมาแก้ไขปัญหา ป้องกันเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง อย่างยั่งยืนให้กับพี่ประชาชนคนไทย เพราะการที่ได้รับงบประมาณไปเกือบ 20,000 ล้านบาท ซึ่งอาจมากกว่าบางกระทรวง สิ่งที่พี่น้องประชาชนคนไทยและสมาชิกทั้งสภาอยากจะเห็นคือ ไม่อยากที่จะให้เจอปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เดือนนี้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเจอกับปัญหาน้ำท่วม อีกไม่กี่เดือนเชื่อว่าจะเจอกับปัญหาภัยแล้งอีก และมันเกิดแบบนี้วนเวียนซ้ำซากทุกปี

4 กันยายน 2567 เวลา 15:11
"กรวีร์" ถามไร้งบช่วยเกษตกรลดต้นทุนการผลิต ขอแผนแก้น้ำท่วม-ภัยแล้ง
"กรวีร์" ตั้งคำถามงบฯ ช่วยเหลือเกษตกร จัดสรรไว้ตรงส่วนไหน ชี้เป็นโครงการสำคัญ ช่วยลดต้นทุนการผลิต พร้อมถามหาแผนแก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้งอย่างยั่งยืน
วันที่ 4 กันยายน 2567 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 วาระสอง นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายมาตรา 14 งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ได้ตั้งงบประมาณไว้สูงถึง 56,000 กว่าล้านบาท โดยขอปรับลดไว้ 2% เหตุผลที่อยากจะอภิปรายไปยังคณะกรรมาธิการเพื่อให้ตอบคําถาม ซึ่งถ้าหากชี้แจงและตอบคําถามได้ก็ไม่ติดใจ เพราะรู้ว่างบประมาณของกระทรวงเกษตรฯ ไม่ว่าจะตั้งเป็น 50,000 กว่าล้านบาท ที่ปีนี้ขยับขึ้นมา และปีต่อๆ ไปจะตั้ง 50,000 - 60,000 ล้านบาทก็ตาม ทุกอย่างนำไปเพื่อแก้ไขปัญหาและดูแลพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศ จึงทวงถามในประเด็นที่ยังกังวล และได้ยินเสียงสะท้อนจากเพื่อนสมาชิกทั้งประเทศที่อยากจะเห็นโครงการสนับสนุนและช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต รวมถึงการเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ และยกระดับการทําการเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวนา
นายกรวีร์ กล่าวว่า รัฐบาลชุดที่ผ่านมามีนโยบายหลักที่จะผลักดันโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง เพื่่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต ซึ่งสมาชิกทั้งหมดเห็นตรงกันว่าจําเป็นที่ต้องช่วยเหลือ แต่วิธีการและนโยบายที่อาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่เมื่อเข้าไปดูในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่เห็นโครงการช่วยเหลือลดต้นทุนของพี่น้องเกษตรกรตั้งไว้ จึงรู้สึกเป็นห่วง ถึงแม้กําลังอยู่ในช่วงตั้งรัฐบาลใหม่ ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนนายก เปลี่ยนคณะรัฐมนตรีหรือไม่ก็ตาม แต่นโยบายที่จะไปช่วยเหลือเกษตรกรจําเป็นที่ต้องคงอยู่ แต่หาไม่เจอ และถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเรื่องของปุ๋ยคนละครึ่ง ไปเป็นนโยบายอื่นๆ จะได้มีแหล่งเงินหรือมีเงินงบประมาณที่จะเอามาใช้แก้ไขปัญหา หรือลดต้นทุนให้กับเกษตรกร คําถามแรกอยากถามไปถึงคณะกรรมาธิการว่าได้มีการพูดคุยและจัดเตรียมงบประมาณตรงนี้เอาไว้ตรงส่วนไหนของกระทรวงเกษตรหรือเอาไปไว้อยู่ในส่วนอื่นของงบประมาณ
นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่สอง ในปีนี้กรมชลประทานได้รับการจัดสรรงบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องของชลประทานทั้งประเทศเมื่อดูในเล่มงบประมาณที่ได้ตั้งงบประมาณเอาไว้ 19,000 ล้านบาท จะมาแก้ไขปัญหาระบบน้ำ ทั้งป้องกันน้ำท่วม ทั้งช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้มีน้ำในการทำเกษตรกรรมเป็นเรื่องที่สําคัญ และต้องขอบคุณกรรมาธิการที่ได้พิจารณา จาก 19,000 ล้านบาท ปรับลดไปเพียง 57 ล้านบาท เพราถ้ามีการปรับลดลดมากเท่าไหร่ผลงานที่จะเอามาแก้ไขปัญหาเรื่องระบบน้ำของประเทศก็จะได้น้อยลง อยากถามไปยังกรรมาธิการว่า ได้สอบถามไปยังหน่วยงานหรือไม่ว่ามีแผน มีวิธีการอย่างไรที่จะมาแก้ไขปัญหา ป้องกันเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง อย่างยั่งยืนให้กับพี่ประชาชนคนไทย เพราะการที่ได้รับงบประมาณไปเกือบ 20,000 ล้านบาท ซึ่งอาจมากกว่าบางกระทรวง สิ่งที่พี่น้องประชาชนคนไทยและสมาชิกทั้งสภาอยากจะเห็นคือ ไม่อยากที่จะให้เจอปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เดือนนี้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเจอกับปัญหาน้ำท่วม อีกไม่กี่เดือนเชื่อว่าจะเจอกับปัญหาภัยแล้งอีก และมันเกิดแบบนี้วนเวียนซ้ำซากทุกปี
วันที่ 4 กันยายน 2567 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 วาระสอง นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายมาตรา 14 งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ได้ตั้งงบประมาณไว้สูงถึง 56,000 กว่าล้านบาท โดยขอปรับลดไว้ 2% เหตุผลที่อยากจะอภิปรายไปยังคณะกรรมาธิการเพื่อให้ตอบคําถาม ซึ่งถ้าหากชี้แจงและตอบคําถามได้ก็ไม่ติดใจ เพราะรู้ว่างบประมาณของกระทรวงเกษตรฯ ไม่ว่าจะตั้งเป็น 50,000 กว่าล้านบาท ที่ปีนี้ขยับขึ้นมา และปีต่อๆ ไปจะตั้ง 50,000 - 60,000 ล้านบาทก็ตาม ทุกอย่างนำไปเพื่อแก้ไขปัญหาและดูแลพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศ จึงทวงถามในประเด็นที่ยังกังวล และได้ยินเสียงสะท้อนจากเพื่อนสมาชิกทั้งประเทศที่อยากจะเห็นโครงการสนับสนุนและช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต รวมถึงการเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ และยกระดับการทําการเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวนา
นายกรวีร์ กล่าวว่า รัฐบาลชุดที่ผ่านมามีนโยบายหลักที่จะผลักดันโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง เพื่่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต ซึ่งสมาชิกทั้งหมดเห็นตรงกันว่าจําเป็นที่ต้องช่วยเหลือ แต่วิธีการและนโยบายที่อาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่เมื่อเข้าไปดูในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่เห็นโครงการช่วยเหลือลดต้นทุนของพี่น้องเกษตรกรตั้งไว้ จึงรู้สึกเป็นห่วง ถึงแม้กําลังอยู่ในช่วงตั้งรัฐบาลใหม่ ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนนายก เปลี่ยนคณะรัฐมนตรีหรือไม่ก็ตาม แต่นโยบายที่จะไปช่วยเหลือเกษตรกรจําเป็นที่ต้องคงอยู่ แต่หาไม่เจอ และถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเรื่องของปุ๋ยคนละครึ่ง ไปเป็นนโยบายอื่นๆ จะได้มีแหล่งเงินหรือมีเงินงบประมาณที่จะเอามาใช้แก้ไขปัญหา หรือลดต้นทุนให้กับเกษตรกร คําถามแรกอยากถามไปถึงคณะกรรมาธิการว่าได้มีการพูดคุยและจัดเตรียมงบประมาณตรงนี้เอาไว้ตรงส่วนไหนของกระทรวงเกษตรหรือเอาไปไว้อยู่ในส่วนอื่นของงบประมาณ
นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่สอง ในปีนี้กรมชลประทานได้รับการจัดสรรงบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องของชลประทานทั้งประเทศเมื่อดูในเล่มงบประมาณที่ได้ตั้งงบประมาณเอาไว้ 19,000 ล้านบาท จะมาแก้ไขปัญหาระบบน้ำ ทั้งป้องกันน้ำท่วม ทั้งช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้มีน้ำในการทำเกษตรกรรมเป็นเรื่องที่สําคัญ และต้องขอบคุณกรรมาธิการที่ได้พิจารณา จาก 19,000 ล้านบาท ปรับลดไปเพียง 57 ล้านบาท เพราถ้ามีการปรับลดลดมากเท่าไหร่ผลงานที่จะเอามาแก้ไขปัญหาเรื่องระบบน้ำของประเทศก็จะได้น้อยลง อยากถามไปยังกรรมาธิการว่า ได้สอบถามไปยังหน่วยงานหรือไม่ว่ามีแผน มีวิธีการอย่างไรที่จะมาแก้ไขปัญหา ป้องกันเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง อย่างยั่งยืนให้กับพี่ประชาชนคนไทย เพราะการที่ได้รับงบประมาณไปเกือบ 20,000 ล้านบาท ซึ่งอาจมากกว่าบางกระทรวง สิ่งที่พี่น้องประชาชนคนไทยและสมาชิกทั้งสภาอยากจะเห็นคือ ไม่อยากที่จะให้เจอปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เดือนนี้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเจอกับปัญหาน้ำท่วม อีกไม่กี่เดือนเชื่อว่าจะเจอกับปัญหาภัยแล้งอีก และมันเกิดแบบนี้วนเวียนซ้ำซากทุกปี