วันที่ 4 กันยายน 2567 นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้อภิปรายมาตรา 20 ว่า ประเด็นแรก เรื่องของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งได้มีการพูดคุยกันตั้งแต่ปีที่แล้วในเรื่องรถผลิตน้ำดื่มขนาด 2,000 ลิตร สภาแห่งนี้ได้อนุมัติงบประมาณไป 900 ล้านบาท อนุมัติซื้อรถผลิตน้ำดื่ม 120 คัน หลังจากที่ได้อนุมัติงบประมาณไปเรียบร้อยแล้ว แต่ขณะนี้จะสิ้นปีงบประมาณแล้วทําไมยังไม่ได้รถ หรือยังไม่ได้ของ ยังดําเนินการไม่เสร็จ เกรงว่าจะไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ทัน หรือไม่ จึงได้มีการสอบถามไปทางสํานักงบประมาณแล้ว ทราบว่า ขณะนี้ได้ผู้ชนะการประกวดราคาแล้ว และอยู่ในขั้นตอนของการกําลังจะลงนามสัญญาด้วยกัน ซึ่งเหตุที่ล่าช้า เนื่องจากว่างบประมาณเมื่อปี 67 สภาฯ มีการพิจารณาล่าช้า กว่าจะแล้วเสร็จก็เดือนเมษายน กว่าจะได้ใช้จริง เดือนพฤษภาคม เดือนนี้เดือนสิงหาคม กันยายน ซึ่งเพิ่งจะผ่านมา 3-4 เดือน ก็ถือว่ากระบวนการรวดเร็วพอสมควร ขณะนี้ได้ผู้ชนะการประกวดราคาแล้ว และกําลังอยู่ในขั้นตอนการลงนามสัญญา ส่วนในปี 68 ท่านเสนอว่าควรจะตัดงบประมาณเสียที่มีผูกพันต่อมาอีก 80 คัน ที่ 600 ล้านบาท ท่านเสนอว่าเมื่อยังไม่เห็นสินค้าในปี 67 ว่ามีคุณภาพดีมากน้อยเพียงใดก็ชะลอออกไปก่อน
.
สส.ภราดร อภิปรายต่ออีกว่า ด้วยการวางแผนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ต่อประชากร 3 แสนคน จะใช้รถผลิตน้ำหนึ่งคัน ถ้าหากว่าปี 68 ไม่ได้จัดสรรงบประมาณให้ ก็ทําให้รถอีก 80 คัน ไม่ได้มีการจัดสรรให้จังหวัดต่างๆ ก็ทําให้จังหวัดต่างๆ ที่ไม่ได้รับจัดสรรอาจจะได้รับผลกระทบบ้างไม่มากก็น้อย เพราะฉะนั้นกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นว่า ควรที่จะจัดสรรให้กับ ปภ. ส่วนราคาที่ตั้งไว้ 7,500,000 บาท ท่านบอกว่ามีผู้ประกอบการรายอื่นที่สามารถเสนอราคาที่ถูกกว่าด้วยราคา 3 ล้านกว่าบาท ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้างใช้วิธีการ e-bidding เพราะฉะนั้นเจ้าที่เสนอราคาที่ต่ำกว่า ก็เข้าสู่กระบวนการ แล้วเสนอราคาที่ต่ำด้วยสเปคที่เท่ากัน ท่านก็ชนะการประมูลประกวดราคาไป ก็ประหยัดเงินงบประมาณให้รัฐ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรถ้าสามารถที่จะดําเนินการได้
.
“ เรื่องความคุ้มค่าหรือไม่ กับการซื้อรถเพิ่มขึ้นอีก 80 คัน ขึ้นอยู่กับการที่นําไปใช้ประโยชน์หรือไม่ ถ้าหน่วยงานนําไปใช้ประโยชน์แน่นอนว่าคุ้มค่ากับเงินภาษีของพี่น้องประชาชน แต่หากว่าจัดซื้อมาแล้วนําไปจอดไว้เฉยๆ แบบนี้ไม่มีใครเห็นด้วยแน่นอน ซึ่งขึ้นอยู่ที่การบริหารจัดการของ ปภ. อีกทั้งทราบว่าได้กระจายไปในทุกจังหวัดแล้ว ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่จังหวัดต่างๆ อยู่ที่ปภ. ของแต่ละจังหวัดว่าจะไปบริหารจัดการให้กับพี่น้องประชาชนแบบไหน ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ช่วยกันติดตาม เรามีเครื่องมือในการที่จะตรวจสอบการทํางานของรัฐบาลอยู่แล้ว ถ้าหากว่าจังหวัดไหนซื้อไปแล้วไม่นำไปบริการประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ เราก็สามารถที่จะตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐมนตรีไปดําเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งเชื่อว่าทางรัฐบาลก็พร้อมที่จะนําของที่จัดซื้อมาไปบริการให้กับพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว “
.
ขณะที่ประเด็นของกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ได้เห็นถึงปัญหาว่าโครงการที่ทางท้องถิ่นต่างๆ ได้เสนอเข้ามาให้กรมปกครองส่วนท้องถิ่นได้พิจารณาโครงการ ส่วนใหญ่ในหมวดของพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจะเป็นเรื่องของถนน งานไฟนวัตกรรม หรืองานไฟโซล่าเซลล์ จึงอยากให้มองถึงปัญหาที่ลึกกว่านั้นว่า ที่เขาเสนอมาเป็นโครงการแบบนี้เพราะอะไร เราได้สอบถามไปทางท้องถิ่นต่างๆ ทั้งเทศบาลเมือง เทศบาลขนาดใหญ่ เทศบาลนคร เทศบาลตําบล หรือ อบต.เอง ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นก็คือเรื่องของ บุคลากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของช่าง มีปัญหามากในท้องถิ่นขนาดเล็ก โดยเฉพาะอบต. และเทศบาลตําบล และเมื่อไม่มีบุคลากร ก็ไม่สามารถที่จะออกแบบอะไรที่สลับซับซ้อนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม หรือพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีคุณภาพมากขึ้น บางท้องถิ่นก็ไม่สามารถที่จะทําได้ เมื่อบุคลากรไม่พร้อม การออกแบบไม่พร้อม ก็ไม่สามารถที่จะขอการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมได้ และไม่สามารถที่จะขอจากสํานักงบประมาณได้เช่นกัน
.
นอกจากนี้ นายภราดร ยังได้กล่าวถึงปัญหาหลักใหญ่ คือ เรื่องของบุคลากร ซึ่งกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตไปแล้ว และได้นําเสนอต่อทางกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น ในเรื่องของบุคลากร ให้พยายามที่จะเพิ่มบุคลากรให้กับท้องถิ่นที่ขาดแคลนให้ครบถ้วน ส่วนในเรื่องที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ในเรื่องของบัญชีนวัตกรรมเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2558 วิธีการอนุมัติผลิตภัณฑ์อะไรก็แล้วแต่ที่ขึ้นบัญชีนวัตกรรม ขั้นตอนจะต้องให้ทางกระทรวงอว.โดยสวทช. เป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพในเบื้องต้น เมื่อตรวจสอบคุณภาพ คุณสมบัติได้แล้ว ครบถ้วน ก็ส่งไปให้สํานักงบประมาณตรวจสอบในเรื่องของราคา สํานักงบประมาณก็จะไปกําหนด หรือต่อรองกับบริษัทห้างร้านที่ขอขึ้นบัญชีนวัตกรรม เมื่อตกลงราคากันได้แล้ว สํานักงบประมาณถึงจะขึ้นบัญชี ขึ้นผลิตภัณฑ์นั้นเป็นบัญชีนวัตกรรมของสํานักงบประมาณ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนําผลิตภัณฑ์ในบัญชีนวัตกรรมไปใช้ได้เพราะฉะนั้นการขึ้นบัญชีนวัตกรรม ก็เป็นไปในขั้นตอนแบบนี้ และหน่วยงานของรัฐก็สามารถที่จะเอาผลิตภัณฑ์ในบัญชีนวัตกรรมไปจัดตั้งขอคําของบประมาณ สามารถที่จะทําได้ก็ถูกต้องตามระเบียบทั่วไป นายภราดร กล่าวทิ้งท้าย

4 กันยายน 2567 เวลา 23:06
"ภราดร" ตอบงบปภ. ซื้อรถน้ำดื่ม เพิ่ม 80คัน เหมาะสม ช่วยเหลือปชช.
“ภราดร” ตอบ งบปภ. ซื้อรถน้ำดื่มเพิ่มเติม 80คัน เหมาะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
วันที่ 4 กันยายน 2567 นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้อภิปรายมาตรา 20 ว่า ประเด็นแรก เรื่องของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งได้มีการพูดคุยกันตั้งแต่ปีที่แล้วในเรื่องรถผลิตน้ำดื่มขนาด 2,000 ลิตร สภาแห่งนี้ได้อนุมัติงบประมาณไป 900 ล้านบาท อนุมัติซื้อรถผลิตน้ำดื่ม 120 คัน หลังจากที่ได้อนุมัติงบประมาณไปเรียบร้อยแล้ว แต่ขณะนี้จะสิ้นปีงบประมาณแล้วทําไมยังไม่ได้รถ หรือยังไม่ได้ของ ยังดําเนินการไม่เสร็จ เกรงว่าจะไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ทัน หรือไม่ จึงได้มีการสอบถามไปทางสํานักงบประมาณแล้ว ทราบว่า ขณะนี้ได้ผู้ชนะการประกวดราคาแล้ว และอยู่ในขั้นตอนของการกําลังจะลงนามสัญญาด้วยกัน ซึ่งเหตุที่ล่าช้า เนื่องจากว่างบประมาณเมื่อปี 67 สภาฯ มีการพิจารณาล่าช้า กว่าจะแล้วเสร็จก็เดือนเมษายน กว่าจะได้ใช้จริง เดือนพฤษภาคม เดือนนี้เดือนสิงหาคม กันยายน ซึ่งเพิ่งจะผ่านมา 3-4 เดือน ก็ถือว่ากระบวนการรวดเร็วพอสมควร ขณะนี้ได้ผู้ชนะการประกวดราคาแล้ว และกําลังอยู่ในขั้นตอนการลงนามสัญญา ส่วนในปี 68 ท่านเสนอว่าควรจะตัดงบประมาณเสียที่มีผูกพันต่อมาอีก 80 คัน ที่ 600 ล้านบาท ท่านเสนอว่าเมื่อยังไม่เห็นสินค้าในปี 67 ว่ามีคุณภาพดีมากน้อยเพียงใดก็ชะลอออกไปก่อน
.
สส.ภราดร อภิปรายต่ออีกว่า ด้วยการวางแผนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ต่อประชากร 3 แสนคน จะใช้รถผลิตน้ำหนึ่งคัน ถ้าหากว่าปี 68 ไม่ได้จัดสรรงบประมาณให้ ก็ทําให้รถอีก 80 คัน ไม่ได้มีการจัดสรรให้จังหวัดต่างๆ ก็ทําให้จังหวัดต่างๆ ที่ไม่ได้รับจัดสรรอาจจะได้รับผลกระทบบ้างไม่มากก็น้อย เพราะฉะนั้นกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นว่า ควรที่จะจัดสรรให้กับ ปภ. ส่วนราคาที่ตั้งไว้ 7,500,000 บาท ท่านบอกว่ามีผู้ประกอบการรายอื่นที่สามารถเสนอราคาที่ถูกกว่าด้วยราคา 3 ล้านกว่าบาท ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้างใช้วิธีการ e-bidding เพราะฉะนั้นเจ้าที่เสนอราคาที่ต่ำกว่า ก็เข้าสู่กระบวนการ แล้วเสนอราคาที่ต่ำด้วยสเปคที่เท่ากัน ท่านก็ชนะการประมูลประกวดราคาไป ก็ประหยัดเงินงบประมาณให้รัฐ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรถ้าสามารถที่จะดําเนินการได้
.
“ เรื่องความคุ้มค่าหรือไม่ กับการซื้อรถเพิ่มขึ้นอีก 80 คัน ขึ้นอยู่กับการที่นําไปใช้ประโยชน์หรือไม่ ถ้าหน่วยงานนําไปใช้ประโยชน์แน่นอนว่าคุ้มค่ากับเงินภาษีของพี่น้องประชาชน แต่หากว่าจัดซื้อมาแล้วนําไปจอดไว้เฉยๆ แบบนี้ไม่มีใครเห็นด้วยแน่นอน ซึ่งขึ้นอยู่ที่การบริหารจัดการของ ปภ. อีกทั้งทราบว่าได้กระจายไปในทุกจังหวัดแล้ว ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่จังหวัดต่างๆ อยู่ที่ปภ. ของแต่ละจังหวัดว่าจะไปบริหารจัดการให้กับพี่น้องประชาชนแบบไหน ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ช่วยกันติดตาม เรามีเครื่องมือในการที่จะตรวจสอบการทํางานของรัฐบาลอยู่แล้ว ถ้าหากว่าจังหวัดไหนซื้อไปแล้วไม่นำไปบริการประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ เราก็สามารถที่จะตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐมนตรีไปดําเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งเชื่อว่าทางรัฐบาลก็พร้อมที่จะนําของที่จัดซื้อมาไปบริการให้กับพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว “
.
ขณะที่ประเด็นของกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ได้เห็นถึงปัญหาว่าโครงการที่ทางท้องถิ่นต่างๆ ได้เสนอเข้ามาให้กรมปกครองส่วนท้องถิ่นได้พิจารณาโครงการ ส่วนใหญ่ในหมวดของพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจะเป็นเรื่องของถนน งานไฟนวัตกรรม หรืองานไฟโซล่าเซลล์ จึงอยากให้มองถึงปัญหาที่ลึกกว่านั้นว่า ที่เขาเสนอมาเป็นโครงการแบบนี้เพราะอะไร เราได้สอบถามไปทางท้องถิ่นต่างๆ ทั้งเทศบาลเมือง เทศบาลขนาดใหญ่ เทศบาลนคร เทศบาลตําบล หรือ อบต.เอง ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นก็คือเรื่องของ บุคลากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของช่าง มีปัญหามากในท้องถิ่นขนาดเล็ก โดยเฉพาะอบต. และเทศบาลตําบล และเมื่อไม่มีบุคลากร ก็ไม่สามารถที่จะออกแบบอะไรที่สลับซับซ้อนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม หรือพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีคุณภาพมากขึ้น บางท้องถิ่นก็ไม่สามารถที่จะทําได้ เมื่อบุคลากรไม่พร้อม การออกแบบไม่พร้อม ก็ไม่สามารถที่จะขอการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมได้ และไม่สามารถที่จะขอจากสํานักงบประมาณได้เช่นกัน
.
นอกจากนี้ นายภราดร ยังได้กล่าวถึงปัญหาหลักใหญ่ คือ เรื่องของบุคลากร ซึ่งกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตไปแล้ว และได้นําเสนอต่อทางกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น ในเรื่องของบุคลากร ให้พยายามที่จะเพิ่มบุคลากรให้กับท้องถิ่นที่ขาดแคลนให้ครบถ้วน ส่วนในเรื่องที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ในเรื่องของบัญชีนวัตกรรมเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2558 วิธีการอนุมัติผลิตภัณฑ์อะไรก็แล้วแต่ที่ขึ้นบัญชีนวัตกรรม ขั้นตอนจะต้องให้ทางกระทรวงอว.โดยสวทช. เป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพในเบื้องต้น เมื่อตรวจสอบคุณภาพ คุณสมบัติได้แล้ว ครบถ้วน ก็ส่งไปให้สํานักงบประมาณตรวจสอบในเรื่องของราคา สํานักงบประมาณก็จะไปกําหนด หรือต่อรองกับบริษัทห้างร้านที่ขอขึ้นบัญชีนวัตกรรม เมื่อตกลงราคากันได้แล้ว สํานักงบประมาณถึงจะขึ้นบัญชี ขึ้นผลิตภัณฑ์นั้นเป็นบัญชีนวัตกรรมของสํานักงบประมาณ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนําผลิตภัณฑ์ในบัญชีนวัตกรรมไปใช้ได้เพราะฉะนั้นการขึ้นบัญชีนวัตกรรม ก็เป็นไปในขั้นตอนแบบนี้ และหน่วยงานของรัฐก็สามารถที่จะเอาผลิตภัณฑ์ในบัญชีนวัตกรรมไปจัดตั้งขอคําของบประมาณ สามารถที่จะทําได้ก็ถูกต้องตามระเบียบทั่วไป นายภราดร กล่าวทิ้งท้าย
วันที่ 4 กันยายน 2567 นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้อภิปรายมาตรา 20 ว่า ประเด็นแรก เรื่องของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งได้มีการพูดคุยกันตั้งแต่ปีที่แล้วในเรื่องรถผลิตน้ำดื่มขนาด 2,000 ลิตร สภาแห่งนี้ได้อนุมัติงบประมาณไป 900 ล้านบาท อนุมัติซื้อรถผลิตน้ำดื่ม 120 คัน หลังจากที่ได้อนุมัติงบประมาณไปเรียบร้อยแล้ว แต่ขณะนี้จะสิ้นปีงบประมาณแล้วทําไมยังไม่ได้รถ หรือยังไม่ได้ของ ยังดําเนินการไม่เสร็จ เกรงว่าจะไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ทัน หรือไม่ จึงได้มีการสอบถามไปทางสํานักงบประมาณแล้ว ทราบว่า ขณะนี้ได้ผู้ชนะการประกวดราคาแล้ว และอยู่ในขั้นตอนของการกําลังจะลงนามสัญญาด้วยกัน ซึ่งเหตุที่ล่าช้า เนื่องจากว่างบประมาณเมื่อปี 67 สภาฯ มีการพิจารณาล่าช้า กว่าจะแล้วเสร็จก็เดือนเมษายน กว่าจะได้ใช้จริง เดือนพฤษภาคม เดือนนี้เดือนสิงหาคม กันยายน ซึ่งเพิ่งจะผ่านมา 3-4 เดือน ก็ถือว่ากระบวนการรวดเร็วพอสมควร ขณะนี้ได้ผู้ชนะการประกวดราคาแล้ว และกําลังอยู่ในขั้นตอนการลงนามสัญญา ส่วนในปี 68 ท่านเสนอว่าควรจะตัดงบประมาณเสียที่มีผูกพันต่อมาอีก 80 คัน ที่ 600 ล้านบาท ท่านเสนอว่าเมื่อยังไม่เห็นสินค้าในปี 67 ว่ามีคุณภาพดีมากน้อยเพียงใดก็ชะลอออกไปก่อน
.
สส.ภราดร อภิปรายต่ออีกว่า ด้วยการวางแผนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ต่อประชากร 3 แสนคน จะใช้รถผลิตน้ำหนึ่งคัน ถ้าหากว่าปี 68 ไม่ได้จัดสรรงบประมาณให้ ก็ทําให้รถอีก 80 คัน ไม่ได้มีการจัดสรรให้จังหวัดต่างๆ ก็ทําให้จังหวัดต่างๆ ที่ไม่ได้รับจัดสรรอาจจะได้รับผลกระทบบ้างไม่มากก็น้อย เพราะฉะนั้นกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นว่า ควรที่จะจัดสรรให้กับ ปภ. ส่วนราคาที่ตั้งไว้ 7,500,000 บาท ท่านบอกว่ามีผู้ประกอบการรายอื่นที่สามารถเสนอราคาที่ถูกกว่าด้วยราคา 3 ล้านกว่าบาท ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้างใช้วิธีการ e-bidding เพราะฉะนั้นเจ้าที่เสนอราคาที่ต่ำกว่า ก็เข้าสู่กระบวนการ แล้วเสนอราคาที่ต่ำด้วยสเปคที่เท่ากัน ท่านก็ชนะการประมูลประกวดราคาไป ก็ประหยัดเงินงบประมาณให้รัฐ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรถ้าสามารถที่จะดําเนินการได้
.
“ เรื่องความคุ้มค่าหรือไม่ กับการซื้อรถเพิ่มขึ้นอีก 80 คัน ขึ้นอยู่กับการที่นําไปใช้ประโยชน์หรือไม่ ถ้าหน่วยงานนําไปใช้ประโยชน์แน่นอนว่าคุ้มค่ากับเงินภาษีของพี่น้องประชาชน แต่หากว่าจัดซื้อมาแล้วนําไปจอดไว้เฉยๆ แบบนี้ไม่มีใครเห็นด้วยแน่นอน ซึ่งขึ้นอยู่ที่การบริหารจัดการของ ปภ. อีกทั้งทราบว่าได้กระจายไปในทุกจังหวัดแล้ว ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่จังหวัดต่างๆ อยู่ที่ปภ. ของแต่ละจังหวัดว่าจะไปบริหารจัดการให้กับพี่น้องประชาชนแบบไหน ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ช่วยกันติดตาม เรามีเครื่องมือในการที่จะตรวจสอบการทํางานของรัฐบาลอยู่แล้ว ถ้าหากว่าจังหวัดไหนซื้อไปแล้วไม่นำไปบริการประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ เราก็สามารถที่จะตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐมนตรีไปดําเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งเชื่อว่าทางรัฐบาลก็พร้อมที่จะนําของที่จัดซื้อมาไปบริการให้กับพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว “
.
ขณะที่ประเด็นของกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ได้เห็นถึงปัญหาว่าโครงการที่ทางท้องถิ่นต่างๆ ได้เสนอเข้ามาให้กรมปกครองส่วนท้องถิ่นได้พิจารณาโครงการ ส่วนใหญ่ในหมวดของพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจะเป็นเรื่องของถนน งานไฟนวัตกรรม หรืองานไฟโซล่าเซลล์ จึงอยากให้มองถึงปัญหาที่ลึกกว่านั้นว่า ที่เขาเสนอมาเป็นโครงการแบบนี้เพราะอะไร เราได้สอบถามไปทางท้องถิ่นต่างๆ ทั้งเทศบาลเมือง เทศบาลขนาดใหญ่ เทศบาลนคร เทศบาลตําบล หรือ อบต.เอง ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นก็คือเรื่องของ บุคลากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของช่าง มีปัญหามากในท้องถิ่นขนาดเล็ก โดยเฉพาะอบต. และเทศบาลตําบล และเมื่อไม่มีบุคลากร ก็ไม่สามารถที่จะออกแบบอะไรที่สลับซับซ้อนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม หรือพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีคุณภาพมากขึ้น บางท้องถิ่นก็ไม่สามารถที่จะทําได้ เมื่อบุคลากรไม่พร้อม การออกแบบไม่พร้อม ก็ไม่สามารถที่จะขอการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมได้ และไม่สามารถที่จะขอจากสํานักงบประมาณได้เช่นกัน
.
นอกจากนี้ นายภราดร ยังได้กล่าวถึงปัญหาหลักใหญ่ คือ เรื่องของบุคลากร ซึ่งกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตไปแล้ว และได้นําเสนอต่อทางกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น ในเรื่องของบุคลากร ให้พยายามที่จะเพิ่มบุคลากรให้กับท้องถิ่นที่ขาดแคลนให้ครบถ้วน ส่วนในเรื่องที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ในเรื่องของบัญชีนวัตกรรมเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2558 วิธีการอนุมัติผลิตภัณฑ์อะไรก็แล้วแต่ที่ขึ้นบัญชีนวัตกรรม ขั้นตอนจะต้องให้ทางกระทรวงอว.โดยสวทช. เป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพในเบื้องต้น เมื่อตรวจสอบคุณภาพ คุณสมบัติได้แล้ว ครบถ้วน ก็ส่งไปให้สํานักงบประมาณตรวจสอบในเรื่องของราคา สํานักงบประมาณก็จะไปกําหนด หรือต่อรองกับบริษัทห้างร้านที่ขอขึ้นบัญชีนวัตกรรม เมื่อตกลงราคากันได้แล้ว สํานักงบประมาณถึงจะขึ้นบัญชี ขึ้นผลิตภัณฑ์นั้นเป็นบัญชีนวัตกรรมของสํานักงบประมาณ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนําผลิตภัณฑ์ในบัญชีนวัตกรรมไปใช้ได้เพราะฉะนั้นการขึ้นบัญชีนวัตกรรม ก็เป็นไปในขั้นตอนแบบนี้ และหน่วยงานของรัฐก็สามารถที่จะเอาผลิตภัณฑ์ในบัญชีนวัตกรรมไปจัดตั้งขอคําของบประมาณ สามารถที่จะทําได้ก็ถูกต้องตามระเบียบทั่วไป นายภราดร กล่าวทิ้งท้าย