วันที่ 4 กันยายน 2567 นายสยาม เพ็งทอง ผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2568 วาระ 2ของกระทรวงแรงงาน ว่า ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา หน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมประชุมเพื่อปรับในการใช้งบประมาณให้คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับการนําเสนองบย้อนหลังของกระทรวงแรงงานตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่ามีเพียงปีเดียว ที่กระทรวงแรงงานถูกปรับลดงบลง คือปี 2565 ถูกปรับลงถึง 28.69% และหลังจากนั้น งบก็ถูกปรับขึ้นมาโดยตลอด โดยปี 66 ปรับขึ้น 9.30% ปี 67 ปรับขึ้น 14.40% และปี 68 ปรับขึ้น 9.28% ซึ่งแนวโน้มการปรับขึ้นนี้สอดคล้องกับความก้าวหน้าของกิจการแรงงานในประเทศไทยที่จะพัฒนาแรงงานให้เป็นแรงงานทักษะสูง ผ่านนโยบาย Upskill – Reskill ให้กับแรงงานไทย รวมไปถึงการส่งออกแรงงานไทยไปต่างประเทศที่มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่ง
.
สส.สยาม กล่าวอีกว่า เมื่อดูจากแนวโน้มของงบประมาณที่ตั้งไว้ก็สมเหตุสมผล แต่อย่างไรก็ดี คณะกรรมาธิการงบประมาณได้ขอปรับลด ประมาณ 23 ล้าน คิดเป็น 0.035% ของงบประมาณที่ตั้งไว้ ซึ่งถือว่าเป็นจํานวนที่เล็กน้อยเมื่อเทียบกับงบประมาณทั้งหมดสมควรที่จะได้พิจารณาในรายละเอียดต่อไป หากเปรียบเทียบกับพันธกิจของกระทรวงแรงงานแล้ว โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมความร่วมมือ ด้านแรงงานระหว่างประเทศ และด้านความมั่นคง การส่งเสริม และพัฒนาองค์กร ให้เป็นองค์กรประสิทธิภาพสูง พร้อมรับและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาระบบให้บริการด้านแรงงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ค่อนข้างเป็นห่วงหากจะมีการปรับลดบางโครงการที่สอดคล้องกับพันธกิจของกระทรวงแรงงาน ดังต่อไปนี้ 1) โครงการพัฒนาฐานข้อมูลแรงงานอัจฉริยะและบูรณาการข้อมูลแรงงาน หน่วยปฏิบัติกลางของสํานักงานปลัดกระทรวงแรงงาน แขวงดินแดน กรุงเทพฯ 1 โครงการ งบประมาณ 80 ล้าน ถูกปรับลด 2 ล้านบาท คิดเป็น 2.48% 2) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อแรงงานไทยไปต่างประเทศ ของกรมจัดหางาน แขวงดินแดน กรุงเทพฯ 1 ระบบ งบประมาณ 34 ล้านบาท ถูกปรับลดถึง 4 ล้านบาท คิดเป็น 11.46% มีความเห็นว่าการปรับลดงบประมาณในโครงการดังกล่าวซึ่งเป็นโครงการที่สอดคล้องต่อภารกิจของกระทรวงแรงงาน อาจส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลด้านแรงงาน จึงอยากขอเสนอให้คงไว้ตามงบประมาณตามเดิม ตามที่หน่วยงานขอมา
.
อย่างไรก็ตาม นายสยาม เห็นด้วยกับการที่กรรมาธิการงบได้ตัดงบประมาณโครงการออกแบบ และพัฒนาเว็บไซต์ ของกรมการจัดหางาน แขวงดินแดน กรุงเทพฯ 1 งาน มูลค่า 12 ล้านบาทออกไป เพราะเนื่องจากปัจจุบันภาคเอกชนมีบริการที่ทันสมัยอยู่แล้ว ทางภาครัฐก็ไม่ควรที่จะไปลงทุนแข่งขันกับภาคเอกชน ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ารายได้หลักของประเทศไทยนั้นคือด้านการท่องเที่ยว และด้านการเกษตรฯ แต่หัวใจสําคัญ คือแรงงาน เช่น จังหวัดบึงกาฬ เกษตรกรปลูกยาง ปลูกข้าว ปลูกปาล์ม ปลูกมัน โดยเฉพาะยางพาราที่ปลูกมากเป็นอันดับหนึ่งของภาคอีสาน เนื้อที่กว่า 900,000 ไร่ ต้องใช้แรงงานที่เกี่ยวกับภาคการเกษตรจํานวนมาก และด้านการท่องเที่ยว หินสามวาฬ อ.บึงกาฬ ภูทอก อ.ศรีวิไล และถ้ำนาคา อ.บึงโขงหลง ก็ต้องมีไกด์ท้องถิ่น มีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยวก็ต้องใช้แรงงานอีกเช่นกัน ดังนั้น เพื่อให้ตอบสนองต่อพันธกิจของกระทรวงแรงงาน และการใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่จะปรับลดงบประมาณลง 12,834,000 บาท สส.สยาม กล่าวทิ้งท้าย

4 กันยายน 2567 เวลา 23:47
"สยาม" อภิปรายงบ 68 เห็นด้วย ปรับลดงบฯ ก.แรงงาน บางส่วน
“สยาม” อภิปรายงบ 68 เห็นด้วยปรับลดงบฯ ของ ก.แรงงาน บางส่วน เพื่อการใช้งบฯ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
วันที่ 4 กันยายน 2567 นายสยาม เพ็งทอง ผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2568 วาระ 2ของกระทรวงแรงงาน ว่า ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา หน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมประชุมเพื่อปรับในการใช้งบประมาณให้คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับการนําเสนองบย้อนหลังของกระทรวงแรงงานตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่ามีเพียงปีเดียว ที่กระทรวงแรงงานถูกปรับลดงบลง คือปี 2565 ถูกปรับลงถึง 28.69% และหลังจากนั้น งบก็ถูกปรับขึ้นมาโดยตลอด โดยปี 66 ปรับขึ้น 9.30% ปี 67 ปรับขึ้น 14.40% และปี 68 ปรับขึ้น 9.28% ซึ่งแนวโน้มการปรับขึ้นนี้สอดคล้องกับความก้าวหน้าของกิจการแรงงานในประเทศไทยที่จะพัฒนาแรงงานให้เป็นแรงงานทักษะสูง ผ่านนโยบาย Upskill – Reskill ให้กับแรงงานไทย รวมไปถึงการส่งออกแรงงานไทยไปต่างประเทศที่มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่ง
.
สส.สยาม กล่าวอีกว่า เมื่อดูจากแนวโน้มของงบประมาณที่ตั้งไว้ก็สมเหตุสมผล แต่อย่างไรก็ดี คณะกรรมาธิการงบประมาณได้ขอปรับลด ประมาณ 23 ล้าน คิดเป็น 0.035% ของงบประมาณที่ตั้งไว้ ซึ่งถือว่าเป็นจํานวนที่เล็กน้อยเมื่อเทียบกับงบประมาณทั้งหมดสมควรที่จะได้พิจารณาในรายละเอียดต่อไป หากเปรียบเทียบกับพันธกิจของกระทรวงแรงงานแล้ว โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมความร่วมมือ ด้านแรงงานระหว่างประเทศ และด้านความมั่นคง การส่งเสริม และพัฒนาองค์กร ให้เป็นองค์กรประสิทธิภาพสูง พร้อมรับและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาระบบให้บริการด้านแรงงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ค่อนข้างเป็นห่วงหากจะมีการปรับลดบางโครงการที่สอดคล้องกับพันธกิจของกระทรวงแรงงาน ดังต่อไปนี้ 1) โครงการพัฒนาฐานข้อมูลแรงงานอัจฉริยะและบูรณาการข้อมูลแรงงาน หน่วยปฏิบัติกลางของสํานักงานปลัดกระทรวงแรงงาน แขวงดินแดน กรุงเทพฯ 1 โครงการ งบประมาณ 80 ล้าน ถูกปรับลด 2 ล้านบาท คิดเป็น 2.48% 2) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อแรงงานไทยไปต่างประเทศ ของกรมจัดหางาน แขวงดินแดน กรุงเทพฯ 1 ระบบ งบประมาณ 34 ล้านบาท ถูกปรับลดถึง 4 ล้านบาท คิดเป็น 11.46% มีความเห็นว่าการปรับลดงบประมาณในโครงการดังกล่าวซึ่งเป็นโครงการที่สอดคล้องต่อภารกิจของกระทรวงแรงงาน อาจส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลด้านแรงงาน จึงอยากขอเสนอให้คงไว้ตามงบประมาณตามเดิม ตามที่หน่วยงานขอมา
.
อย่างไรก็ตาม นายสยาม เห็นด้วยกับการที่กรรมาธิการงบได้ตัดงบประมาณโครงการออกแบบ และพัฒนาเว็บไซต์ ของกรมการจัดหางาน แขวงดินแดน กรุงเทพฯ 1 งาน มูลค่า 12 ล้านบาทออกไป เพราะเนื่องจากปัจจุบันภาคเอกชนมีบริการที่ทันสมัยอยู่แล้ว ทางภาครัฐก็ไม่ควรที่จะไปลงทุนแข่งขันกับภาคเอกชน ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ารายได้หลักของประเทศไทยนั้นคือด้านการท่องเที่ยว และด้านการเกษตรฯ แต่หัวใจสําคัญ คือแรงงาน เช่น จังหวัดบึงกาฬ เกษตรกรปลูกยาง ปลูกข้าว ปลูกปาล์ม ปลูกมัน โดยเฉพาะยางพาราที่ปลูกมากเป็นอันดับหนึ่งของภาคอีสาน เนื้อที่กว่า 900,000 ไร่ ต้องใช้แรงงานที่เกี่ยวกับภาคการเกษตรจํานวนมาก และด้านการท่องเที่ยว หินสามวาฬ อ.บึงกาฬ ภูทอก อ.ศรีวิไล และถ้ำนาคา อ.บึงโขงหลง ก็ต้องมีไกด์ท้องถิ่น มีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยวก็ต้องใช้แรงงานอีกเช่นกัน ดังนั้น เพื่อให้ตอบสนองต่อพันธกิจของกระทรวงแรงงาน และการใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่จะปรับลดงบประมาณลง 12,834,000 บาท สส.สยาม กล่าวทิ้งท้าย
วันที่ 4 กันยายน 2567 นายสยาม เพ็งทอง ผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2568 วาระ 2ของกระทรวงแรงงาน ว่า ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา หน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมประชุมเพื่อปรับในการใช้งบประมาณให้คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับการนําเสนองบย้อนหลังของกระทรวงแรงงานตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่ามีเพียงปีเดียว ที่กระทรวงแรงงานถูกปรับลดงบลง คือปี 2565 ถูกปรับลงถึง 28.69% และหลังจากนั้น งบก็ถูกปรับขึ้นมาโดยตลอด โดยปี 66 ปรับขึ้น 9.30% ปี 67 ปรับขึ้น 14.40% และปี 68 ปรับขึ้น 9.28% ซึ่งแนวโน้มการปรับขึ้นนี้สอดคล้องกับความก้าวหน้าของกิจการแรงงานในประเทศไทยที่จะพัฒนาแรงงานให้เป็นแรงงานทักษะสูง ผ่านนโยบาย Upskill – Reskill ให้กับแรงงานไทย รวมไปถึงการส่งออกแรงงานไทยไปต่างประเทศที่มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่ง
.
สส.สยาม กล่าวอีกว่า เมื่อดูจากแนวโน้มของงบประมาณที่ตั้งไว้ก็สมเหตุสมผล แต่อย่างไรก็ดี คณะกรรมาธิการงบประมาณได้ขอปรับลด ประมาณ 23 ล้าน คิดเป็น 0.035% ของงบประมาณที่ตั้งไว้ ซึ่งถือว่าเป็นจํานวนที่เล็กน้อยเมื่อเทียบกับงบประมาณทั้งหมดสมควรที่จะได้พิจารณาในรายละเอียดต่อไป หากเปรียบเทียบกับพันธกิจของกระทรวงแรงงานแล้ว โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมความร่วมมือ ด้านแรงงานระหว่างประเทศ และด้านความมั่นคง การส่งเสริม และพัฒนาองค์กร ให้เป็นองค์กรประสิทธิภาพสูง พร้อมรับและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาระบบให้บริการด้านแรงงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ค่อนข้างเป็นห่วงหากจะมีการปรับลดบางโครงการที่สอดคล้องกับพันธกิจของกระทรวงแรงงาน ดังต่อไปนี้ 1) โครงการพัฒนาฐานข้อมูลแรงงานอัจฉริยะและบูรณาการข้อมูลแรงงาน หน่วยปฏิบัติกลางของสํานักงานปลัดกระทรวงแรงงาน แขวงดินแดน กรุงเทพฯ 1 โครงการ งบประมาณ 80 ล้าน ถูกปรับลด 2 ล้านบาท คิดเป็น 2.48% 2) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อแรงงานไทยไปต่างประเทศ ของกรมจัดหางาน แขวงดินแดน กรุงเทพฯ 1 ระบบ งบประมาณ 34 ล้านบาท ถูกปรับลดถึง 4 ล้านบาท คิดเป็น 11.46% มีความเห็นว่าการปรับลดงบประมาณในโครงการดังกล่าวซึ่งเป็นโครงการที่สอดคล้องต่อภารกิจของกระทรวงแรงงาน อาจส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลด้านแรงงาน จึงอยากขอเสนอให้คงไว้ตามงบประมาณตามเดิม ตามที่หน่วยงานขอมา
.
อย่างไรก็ตาม นายสยาม เห็นด้วยกับการที่กรรมาธิการงบได้ตัดงบประมาณโครงการออกแบบ และพัฒนาเว็บไซต์ ของกรมการจัดหางาน แขวงดินแดน กรุงเทพฯ 1 งาน มูลค่า 12 ล้านบาทออกไป เพราะเนื่องจากปัจจุบันภาคเอกชนมีบริการที่ทันสมัยอยู่แล้ว ทางภาครัฐก็ไม่ควรที่จะไปลงทุนแข่งขันกับภาคเอกชน ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ารายได้หลักของประเทศไทยนั้นคือด้านการท่องเที่ยว และด้านการเกษตรฯ แต่หัวใจสําคัญ คือแรงงาน เช่น จังหวัดบึงกาฬ เกษตรกรปลูกยาง ปลูกข้าว ปลูกปาล์ม ปลูกมัน โดยเฉพาะยางพาราที่ปลูกมากเป็นอันดับหนึ่งของภาคอีสาน เนื้อที่กว่า 900,000 ไร่ ต้องใช้แรงงานที่เกี่ยวกับภาคการเกษตรจํานวนมาก และด้านการท่องเที่ยว หินสามวาฬ อ.บึงกาฬ ภูทอก อ.ศรีวิไล และถ้ำนาคา อ.บึงโขงหลง ก็ต้องมีไกด์ท้องถิ่น มีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยวก็ต้องใช้แรงงานอีกเช่นกัน ดังนั้น เพื่อให้ตอบสนองต่อพันธกิจของกระทรวงแรงงาน และการใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่จะปรับลดงบประมาณลง 12,834,000 บาท สส.สยาม กล่าวทิ้งท้าย