"ลัทธชัย" อภิปรายงบ 68 ยัน ไม่ให้มีการ ปรับลดงบ ก.ศึกษาฯ

"ลัทธชัย" อภิปรายงบ 68 ยัน ไม่ให้มีการ ปรับลดงบ ก.ศึกษาฯ

“ลัทธชัย” อภิปรายงบ 68 ม.24 ก.ศึกษาฯ ด้านการสร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ยัน ไม่ให้มีการปรับลดงบ ให้คงไว้ตามวาระแรก หวั่นจะกระทบต่อพันธกิจสําคัญของกระทรวง วันที่ 4 กันยายน 2567 นายลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ 2568 วาระที่ 2 มาตรา 24 เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่กํากับ ว่า เมื่อย้อนกลับไปดูงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการที่ได้รับการจัดสรรย้อนหลังไปประมาณ 2-3 ปีงบประมาณ ในปีงบประมาณ 2564 กระทรวงศึกษาธิการได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นจํานวนเงิน 356,449 ล้านบาท แต่หลังจากนั้นปีงบประมาณ 2565 ก็ได้ถูกปรับลดลงถึง 7.30% และอีก 0.82% ในปีงบประมาณถัดมา แต่หลังจากนั้นกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น 0.24% ในปีงบประมาณ 2567 และเพิ่มขึ้นอีก 3.63% ในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่ให้ความสําคัญในการพัฒนาการศึกษาของเยาวชนไทย . สส.ลัทธชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณได้ปรับลดงบประมาณลง 100 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก แต่งบประมาณที่ถูกปรับลดลงนั้น ควรดูในรายละเอียด ทั้งนี้ได้มีการหยิบยกหนึ่งพันธกิจที่สําคัญของกระทรวงศึกษาธิการ คือการสร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จะมีอยู่ 3 โครงการ ที่ถูกปรับลด และเห็นว่าจะส่งผลกระทบต่อพันธกิจสําคัญของกระทรวง คือ โครงการที่ 1) ส่งเสริมและพัฒนาศึกษาเอกชน ภายใต้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม จังหวัดชายแดนใต้อย่างยั่งยืน จากงบประมาณที่ตั้งไว้ 2,112,400 บาท ถูกปรับลดไปเกือบครึ่งหนึ่ง เหลือ 1,008,500 บาท โครงการที่ 2) แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพการศึกษา และการเรียนรู้ สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ สํานักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ งบประมาณที่ตั้งไว้ 229,950,400 บาท ถูกปรับลดลง 15 ล้านบาท โครงการที่ 3) แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ของสํานักงานกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งส่วนมากเป็นเรื่องของการก่อสร้างอาคารในพื้นที่ต่างๆ งบประมาณที่ตั้งไว้ 2,345,608,500 บาท ถูกปรับลดลงไป 39 ล้านบาทเศษ . ซึ่งทั้ง 3 โครงการที่ถูกปรับลดจะส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการกระจายความเท่าเทียมทางด้านการศึกษา และจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะความพยายามในการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษา และการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ “ ดังนั้นเพื่อให้กระทรวงศึกษาธิการสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเสนอไม่ให้มีการปรับลด ตามคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ และให้คงไว้ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอมาในวาระแรก และขอฝากไปยังหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณว่า ขอให้ใช้จ่ายงบประมาณอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้พี่น้องคนไทยทุกคนได้รับประโยชน์สูงสุดจากงบประมาณปี 2568 “ นายลัทธชัย กล่าวท้ายที่สุด .