"สฤษดิ์" อภิปรายงบ 68 ขอปรับลด 0.5% หนุน Anywhere Anytime

"สฤษดิ์" อภิปรายงบ 68 ขอปรับลด 0.5% หนุน Anywhere Anytime

“สฤษดิ์” อภิปรายงบ 68 ก.ศึกษาฯ หนุน เรียน anywhere anytime ห่วง ด้านการใช้งบฯ ควรเข้มงวด ขอปรับลด 0.5% วันที่ 4 กันยายน 2567 นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ 2568 จํานวน 3.752 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 มาตราที่ 24 ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ที่เป็นงบประมาณ 347,568 ล้านบาท ขอปรับลด 0.5% โดยก่อนการอภิปราย นายสฤษดิ์ ได้กล่าวขอบคุณ พลตํารวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้ให้ความสําคัญต่อครูโรงเรียนเอกชนในการเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 ในการเพิ่มปรับอัตราเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นเงินอุดหนุนรายบุคคลเพื่อสมทบเป็นเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชน ทั้งสังกัดสช. และสังกัดอาชีวศึกษา จาก 15,000 บาท เป็น 18,150 บาท ใน 2 ปี เริ่มจากเดือนพฤษภาคม 2567 . นายสฤษดิ์ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ ถือว่าเป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณในระดับที่ 3 เป็นกระทรวงที่มีความสําคัญในการจะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะปัจจุบันนี้โครงสร้างของสังคมเปลี่ยนไป เป็นสังคมผู้สูงอายุถึง 20% จํานวนประชากร 13 ล้านคน ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป อีกทั้งขณะนี้เรามีเด็กเกิดจํานวนลดน้อยลงทุกปี ซึ่งใน 5 ปีที่ผ่านมา มีประชากรลดลงถึง 500,000 คน ถ้าหากรัฐบาลไม่มีการกําหนดนโยบายอะไรเลย เชื่อว่าโรงเรียนขนาดเล็ก 15,000 โรง คงจะล่มสลายหายไปอีกภายใน 20 ปีข้างหน้า สาเหตุที่เกิดขึ้นก็เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาค่าใช้จ่าย ปัญหาครัวเรือนต่างๆ ซึ่งไม่ใช่เป็นปัญหาแค่ประเทศไทย แต่ปัญหาระดับโลกก็เกิดภัยคุกคาม ไม่ว่าทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาเศรษฐกิจ สงคราม และยังเรื่องดิสรัปชั่นของเทคโนโลยีอีกด้วย ความก้าวหน้าในเรื่องของเทคโนโลยี เรื่องของไคลเมท เชนจ์ ดังนั้นรูปแบบของการศึกษาต้องเปลี่ยนไป . สส.สฤษดิ์ กล่าวเพิ่มอีกว่า ขณะนี้ประเทศสิงคโปร์มีการกําหนดนโยบาย เรื่องสกิลฟิวเจอร์ในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ มีการวางแผนครอบครัวการมีบุตร 3 คน ดังนั้นประเทศไทยก็ควรมีเรื่องการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ใหม่ๆ ที่เพิ่งตั้งขึ้น เรามุ่งเน้นให้มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ โดยไม่จํากัดว่าจะต้องอยู่ในห้องเรียนเท่านั้น ต้องส่งเสริมให้มีการสอนในหลายหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์ ออฟไลน์ หรือว่ามีการสอนในการเพิ่มทักษะต่างๆ อย่างไรก็ดี ในปีนี้คณะรัฐมนตรี และคณะทีมงานยังคงเป็นชุดเดิม ซึ่งจะเป็นการสานต่อเพื่อจะมีการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาให้เจริญเติบโตต่อไป ด้านพื้นฐานอาชีพก็เช่นเดียวกัน เรื่องของ anywhere anytime ที่ทุกคนเห็นความสําคัญ เพียงแต่อาจจะมีความห่วงใยในด้านการใช้งบประมาณ ในการจะดําเนินการต่างๆ อย่างเข้มงวด การที่เป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ที่นําเสนอเรื่องความสําคัญของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ anywhere anytime จะเป็นการแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องขนาดเล็ก ขาดแคลนครู ขาดงบประมาณ ไม่ต้องยุบโรงเรียนเล็กๆ และไม่ต้องมีการควบรวม ลดภาระของคุณครู เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน และผู้เรียนเองก็สามารถจะกลับมาทบทวนได้ ดังนั้นจึงถือว่าการที่จะใช้ระบบ anywhere anytime โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเป็นความคุ้มค่าให้ประโยชน์แก่สังคม ประชาชน ที่จะลดค่าใช้จ่ายให้กับกระบวนการในการทํางาน อีกทั้งในเรื่องของงบประมาณแผ่นดินก็เช่นเดียวกัน จากงบประมาณ 96% เป็นงบประมาณที่ใช้ในรายจ่ายประจํา เป็นงบประมาณในการที่จะลงทุนเพียง 4% เท่านั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ ใช้จ่ายงบประมาณที่เกิดขึ้นให้เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ แม้จะเป็นงบประมาณที่จํากัด สส.สฤษดิ์ กล่าวทิ้งท้าย