โดยนายภราดร กล่าวชี้แจงว่า ในส่วนของอนุฯ ที่ตนเองรับผิดชอบเชื่อว่าทางสมาชิกเห็นด้วยทั้งหมดในเรื่องของการกระจายอํานาจ เรารู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และมีการพูดกันมานานเรื่องของการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น โดยตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 35% ของรายได้ ควรที่จะกระจายกลับไปสู่ท้องถิ่น แต่วันนี้ตัวเลขอยู่เพียงไม่ถึง 30% เท่านั้น อย่างที่ท่านจาตุรนต์ ได้นําเสนอ 29% กว่าๆ เท่านั้นเอง มากไปกว่านั้น 29% ยังเป็นภารกิจที่ซ่อนเร้น เป็นภารกิจของรัฐบาล เช่น เรื่องนมโรงเรียน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เรื่องของผู้พิการ หรือเรื่องที่เป็นภารกิจของรัฐบาลก็เอามาแฝงไว้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่จ่ายเงินเท่านั้น สรุปแล้ว 29% ท้องถิ่นได้บริหารจัดการเองจริงๆ เชื่อว่าไม่ถึง 15% นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น แล้วคิดว่าทุกภาคส่วนจําเป็นที่จะต้องมาร่วมมือกัน และก็ดําเนินการเรื่องการกระจายอํานาจให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ร่วมกันอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ดี ในส่วนของอนุกรรมาธิการที่ตนเองได้รับผิดชอบดูแลพร้อมกับอนุกรรมาธิการอีก 9 ท่านด้วยกัน เรากําหนดแนวทางตั้งแต่แรก เพราะรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ที่ท่านจาตุรนต์ ได้กรุณาหยิบยกขึ้นมาเมื่อสักครู่ แล้วเราก็พยายามคุยกันในอนุฯ จากการพิจารณายอดรวมเป็นแสนล้าน ตัดเพียงแค่ 64 ล้านบาท ซึ่งน้อยมาก และอนุฯ ไม่เคยถามกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า ทําไมเอาเงินก้อนนี้ไปทําถนน ทําไมไม่เอาไปทําสะพาน เพราะอนุฯ ไม่รู้ว่า ในแต่ละท้องถิ่นเขามีความต้องการแบบไหน เขาขออะไรมา อนุฯ ก็มีหน้าที่เพียงพิจารณาตามที่เขาขอ และไม่ตัดโครงการแม้แต่โครงการเดียวที่เป็นความต้องการของท้องถิ่น ส่วนยอด 64 ล้านบาท ที่ตัดออกมา เป็นยอดที่อนุฯ พิจารณาดูจากราคามาตรฐาน ตัวอย่างเช่น โครงการห้องเรียนอัจฉริยะ ซึ่งมีเกณฑ์กําหนดว่าห้องเรียนอัจฉริยะหนึ่งห้องอยู่ที่ 500,000 บาท ท้องถิ่นก็ขอมาที่ 500,000 บาท แต่ว่าไอเทมข้างในไม่เหมือนกัน ไอเทมของสพฐ. มี 27 รายการ ราคารวม 500,000 บาท แต่บางท้องถิ่นเสนอมา 15 ไอเทมด้วยรายการที่เหมือนกัน อนุฯ ก็บอกว่าท่านเอาเกณฑ์ของสพฐ. เป็นหลักเพื่อให้มีหลักอิงในการที่ให้เขาไปตั้งราคามาตรฐานให้ถูกต้องตามราคาคุรุภัณฑ์ ส่วนรายการอื่น เช่น รายการถนน เราก็ไปดูว่าตารางเมตรเขาคํานวณราคามาเกินกว่าราคาที่ควรจะเป็นหรือไม่ เช่นบางท้องถิ่นคํานวณราคามาต่อตารางเมตร 2,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งราคาคอนกรีตจริงๆ อยู่ที่ประมาณ 700 บาท อนุฯ ก็ท้วงติงตรงนี้ บางท้องถิ่นตอบได้ ว่านอกจากเขาจะทําถนนอย่างเดียว เขามีท่อระบายน้ำด้วย ทางอนุฯ ไม่ได้ตัดลดงบประมาณของเขา เพราะฉะนั้นจึงเรียนกับท่านจาตุรนต์ ว่า เราเห็นตรงกัน แล้วก็เข้าใจในเจตนารมณ์ที่ชัดเจน เชื่อว่าเราก็เห็นไปในทิศทางเดียวกัน และในอนาคตจําเป็นที่จะต้องมาหาแนวทางร่วมกันในการที่จะกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่นให้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป ทั้งนี้ กรรมาธิการเสียงข้างมากยืนยันในมติเสียงข้างมาก นายภราดร กล่าวในท้ายที่สุด

5 กันยายน 2567 เวลา 21:59
“ภราดร” แจง กมธ.งบประมาณ ยืนยันในมติเสียงข้างมาก ไม่ได้ตัดลดงบ 68
5 กันยายน 2567 นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการ และในฐานะประธานอนุกรรมาธิการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งกรรมาธิการงบประมาณปีนี้ได้แบ่งให้อนุกรรมาธิการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดูในส่วนของเทศบาลเมือง เทศบาลนคร และในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก คือ อบต. ในส่วนของอบจ. เป็นของจังหวัด และกลุ่มจังหวัดไปรับผิดชอบพิจารณา
โดยนายภราดร กล่าวชี้แจงว่า ในส่วนของอนุฯ ที่ตนเองรับผิดชอบเชื่อว่าทางสมาชิกเห็นด้วยทั้งหมดในเรื่องของการกระจายอํานาจ เรารู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และมีการพูดกันมานานเรื่องของการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น โดยตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 35% ของรายได้ ควรที่จะกระจายกลับไปสู่ท้องถิ่น แต่วันนี้ตัวเลขอยู่เพียงไม่ถึง 30% เท่านั้น อย่างที่ท่านจาตุรนต์ ได้นําเสนอ 29% กว่าๆ เท่านั้นเอง มากไปกว่านั้น 29% ยังเป็นภารกิจที่ซ่อนเร้น เป็นภารกิจของรัฐบาล เช่น เรื่องนมโรงเรียน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เรื่องของผู้พิการ หรือเรื่องที่เป็นภารกิจของรัฐบาลก็เอามาแฝงไว้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่จ่ายเงินเท่านั้น สรุปแล้ว 29% ท้องถิ่นได้บริหารจัดการเองจริงๆ เชื่อว่าไม่ถึง 15% นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น แล้วคิดว่าทุกภาคส่วนจําเป็นที่จะต้องมาร่วมมือกัน และก็ดําเนินการเรื่องการกระจายอํานาจให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ร่วมกันอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ดี ในส่วนของอนุกรรมาธิการที่ตนเองได้รับผิดชอบดูแลพร้อมกับอนุกรรมาธิการอีก 9 ท่านด้วยกัน เรากําหนดแนวทางตั้งแต่แรก เพราะรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ที่ท่านจาตุรนต์ ได้กรุณาหยิบยกขึ้นมาเมื่อสักครู่ แล้วเราก็พยายามคุยกันในอนุฯ จากการพิจารณายอดรวมเป็นแสนล้าน ตัดเพียงแค่ 64 ล้านบาท ซึ่งน้อยมาก และอนุฯ ไม่เคยถามกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า ทําไมเอาเงินก้อนนี้ไปทําถนน ทําไมไม่เอาไปทําสะพาน เพราะอนุฯ ไม่รู้ว่า ในแต่ละท้องถิ่นเขามีความต้องการแบบไหน เขาขออะไรมา อนุฯ ก็มีหน้าที่เพียงพิจารณาตามที่เขาขอ และไม่ตัดโครงการแม้แต่โครงการเดียวที่เป็นความต้องการของท้องถิ่น ส่วนยอด 64 ล้านบาท ที่ตัดออกมา เป็นยอดที่อนุฯ พิจารณาดูจากราคามาตรฐาน ตัวอย่างเช่น โครงการห้องเรียนอัจฉริยะ ซึ่งมีเกณฑ์กําหนดว่าห้องเรียนอัจฉริยะหนึ่งห้องอยู่ที่ 500,000 บาท ท้องถิ่นก็ขอมาที่ 500,000 บาท แต่ว่าไอเทมข้างในไม่เหมือนกัน ไอเทมของสพฐ. มี 27 รายการ ราคารวม 500,000 บาท แต่บางท้องถิ่นเสนอมา 15 ไอเทมด้วยรายการที่เหมือนกัน อนุฯ ก็บอกว่าท่านเอาเกณฑ์ของสพฐ. เป็นหลักเพื่อให้มีหลักอิงในการที่ให้เขาไปตั้งราคามาตรฐานให้ถูกต้องตามราคาคุรุภัณฑ์ ส่วนรายการอื่น เช่น รายการถนน เราก็ไปดูว่าตารางเมตรเขาคํานวณราคามาเกินกว่าราคาที่ควรจะเป็นหรือไม่ เช่นบางท้องถิ่นคํานวณราคามาต่อตารางเมตร 2,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งราคาคอนกรีตจริงๆ อยู่ที่ประมาณ 700 บาท อนุฯ ก็ท้วงติงตรงนี้ บางท้องถิ่นตอบได้ ว่านอกจากเขาจะทําถนนอย่างเดียว เขามีท่อระบายน้ำด้วย ทางอนุฯ ไม่ได้ตัดลดงบประมาณของเขา เพราะฉะนั้นจึงเรียนกับท่านจาตุรนต์ ว่า เราเห็นตรงกัน แล้วก็เข้าใจในเจตนารมณ์ที่ชัดเจน เชื่อว่าเราก็เห็นไปในทิศทางเดียวกัน และในอนาคตจําเป็นที่จะต้องมาหาแนวทางร่วมกันในการที่จะกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่นให้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป ทั้งนี้ กรรมาธิการเสียงข้างมากยืนยันในมติเสียงข้างมาก นายภราดร กล่าวในท้ายที่สุด
โดยนายภราดร กล่าวชี้แจงว่า ในส่วนของอนุฯ ที่ตนเองรับผิดชอบเชื่อว่าทางสมาชิกเห็นด้วยทั้งหมดในเรื่องของการกระจายอํานาจ เรารู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และมีการพูดกันมานานเรื่องของการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น โดยตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 35% ของรายได้ ควรที่จะกระจายกลับไปสู่ท้องถิ่น แต่วันนี้ตัวเลขอยู่เพียงไม่ถึง 30% เท่านั้น อย่างที่ท่านจาตุรนต์ ได้นําเสนอ 29% กว่าๆ เท่านั้นเอง มากไปกว่านั้น 29% ยังเป็นภารกิจที่ซ่อนเร้น เป็นภารกิจของรัฐบาล เช่น เรื่องนมโรงเรียน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เรื่องของผู้พิการ หรือเรื่องที่เป็นภารกิจของรัฐบาลก็เอามาแฝงไว้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่จ่ายเงินเท่านั้น สรุปแล้ว 29% ท้องถิ่นได้บริหารจัดการเองจริงๆ เชื่อว่าไม่ถึง 15% นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น แล้วคิดว่าทุกภาคส่วนจําเป็นที่จะต้องมาร่วมมือกัน และก็ดําเนินการเรื่องการกระจายอํานาจให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ร่วมกันอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ดี ในส่วนของอนุกรรมาธิการที่ตนเองได้รับผิดชอบดูแลพร้อมกับอนุกรรมาธิการอีก 9 ท่านด้วยกัน เรากําหนดแนวทางตั้งแต่แรก เพราะรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ที่ท่านจาตุรนต์ ได้กรุณาหยิบยกขึ้นมาเมื่อสักครู่ แล้วเราก็พยายามคุยกันในอนุฯ จากการพิจารณายอดรวมเป็นแสนล้าน ตัดเพียงแค่ 64 ล้านบาท ซึ่งน้อยมาก และอนุฯ ไม่เคยถามกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า ทําไมเอาเงินก้อนนี้ไปทําถนน ทําไมไม่เอาไปทําสะพาน เพราะอนุฯ ไม่รู้ว่า ในแต่ละท้องถิ่นเขามีความต้องการแบบไหน เขาขออะไรมา อนุฯ ก็มีหน้าที่เพียงพิจารณาตามที่เขาขอ และไม่ตัดโครงการแม้แต่โครงการเดียวที่เป็นความต้องการของท้องถิ่น ส่วนยอด 64 ล้านบาท ที่ตัดออกมา เป็นยอดที่อนุฯ พิจารณาดูจากราคามาตรฐาน ตัวอย่างเช่น โครงการห้องเรียนอัจฉริยะ ซึ่งมีเกณฑ์กําหนดว่าห้องเรียนอัจฉริยะหนึ่งห้องอยู่ที่ 500,000 บาท ท้องถิ่นก็ขอมาที่ 500,000 บาท แต่ว่าไอเทมข้างในไม่เหมือนกัน ไอเทมของสพฐ. มี 27 รายการ ราคารวม 500,000 บาท แต่บางท้องถิ่นเสนอมา 15 ไอเทมด้วยรายการที่เหมือนกัน อนุฯ ก็บอกว่าท่านเอาเกณฑ์ของสพฐ. เป็นหลักเพื่อให้มีหลักอิงในการที่ให้เขาไปตั้งราคามาตรฐานให้ถูกต้องตามราคาคุรุภัณฑ์ ส่วนรายการอื่น เช่น รายการถนน เราก็ไปดูว่าตารางเมตรเขาคํานวณราคามาเกินกว่าราคาที่ควรจะเป็นหรือไม่ เช่นบางท้องถิ่นคํานวณราคามาต่อตารางเมตร 2,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งราคาคอนกรีตจริงๆ อยู่ที่ประมาณ 700 บาท อนุฯ ก็ท้วงติงตรงนี้ บางท้องถิ่นตอบได้ ว่านอกจากเขาจะทําถนนอย่างเดียว เขามีท่อระบายน้ำด้วย ทางอนุฯ ไม่ได้ตัดลดงบประมาณของเขา เพราะฉะนั้นจึงเรียนกับท่านจาตุรนต์ ว่า เราเห็นตรงกัน แล้วก็เข้าใจในเจตนารมณ์ที่ชัดเจน เชื่อว่าเราก็เห็นไปในทิศทางเดียวกัน และในอนาคตจําเป็นที่จะต้องมาหาแนวทางร่วมกันในการที่จะกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่นให้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป ทั้งนี้ กรรมาธิการเสียงข้างมากยืนยันในมติเสียงข้างมาก นายภราดร กล่าวในท้ายที่สุด