นโยบาย "ฟอกไตฟรี"
ถือเป็นหนึ่งในผลงานที่สร้างชื่อเสียง และได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุดของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (ในขณะนั้น) และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และลดภาระค่าใช้จ่ายที่หนักอึ้งให้กับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทั่วประเทศ
สาระสำคัญของนโยบายที่เป็น "ผลงานชิ้นโบแดง" นโยบาย "ฟอกไตฟรี" จากในอดีต ผู้ถือ "บัตรทอง" หากต้องการฟอกไตด้วยเครื่อง (Hemodialysis) จะต้องจ่ายเงินเองประมาณ 1,500 บาทต่อครั้ง (สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 15,000 - 20,000 บาทต่อเดือน) สิทธิบัตรทองเดิมจะครอบคลุมเฉพาะการล้างไตทางหน้าท้อง (PD) เท่านั้น หากใครอยากฟอกเครื่องต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเอง จนหลายครอบครัวต้องสิ้นเนื้อประดาตัว
จุดเปลี่ยนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รงอนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในสมัยนั้น เห็นความเดือดร้อนของประชาชนที่ป่วยต้องฟอกไต และครอบครัว จึงได้ผลักดันนโยบาย "เลือกวิธีล้างไตได้ฟรี" โดยให้ผู้ป่วยและแพทย์ร่วมกันตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการล้างไตทางหน้าท้อง หรือ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว
ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ ลดภาระค่าใช้จ่าย: ช่วยให้ผู้ป่วย และครอบครัวประหยัดเงินได้ปีละกว่า 200,000 บาทต่อคน เพิ่มคุณภาพชีวิต: ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย ไม่ต้องฝืนล้างไตทางหน้าท้องหากร่างกายไม่พร้อมเพียงเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าฟอกเครื่อง ลดอัตราการเสียชีวิต: ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น และต่อเนื่อง ทำให้ช่วยยืดอายุผู้ป่วยได้นานขึ้น