สถานการณ์ ความตึงเครียดทางการทูตที่รัฐบาลไทยต้องบริหารจัดการ เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (การเจรจาภาษี) ขณะเดียวกันก็ต้องปกป้องอธิปไตย และความมั่นคงของประเทศ (การระงับปฏิญญากับกัมพูชา) เป็นการที่ไทย "กลับสู่จอเรดาร์โลก" หมายถึง ประเทศไทยกลับมามีความสำคัญ มีบทบาทเชิงรุก และมีการเจรจาหารือกับผู้นำต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง หลังถูกมองว่าบทบาทลดลงไปในช่วงก่อนหน้า

เป็นการเน้นย้ำถึงความสำเร็จทางการทูต และภาพลักษณ์ของประเทศที่กลับมาโดดเด่นบนเวทีโลกภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ควบคู่ไปกับการเจรจา และการกำหนดทิศทางของประเด็นระดับโลก และภูมิภาค


1. การประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) และเอเปค (APEC):
• นายกรัฐมนตรีได้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำเหล่านี้อย่างแข็งขัน และใช้เวทีในการเจรจาทวิภาคีกับผู้นำหลายประเทศ ซึ่งช่วยสร้างความสัมพันธ์ และขยายโอกาสความร่วมมือ
• มีการประกาศความพร้อมของไทยในการเป็น ศูนย์กลางใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ความมั่นคงทางอาหาร, ระบบขนส่งและโลจิสติกส์, เทคโนโลยีสารสนเทศ และ Data Center (ตามข้อมูลที่แถลงหลังการประชุม)
2. การยืนยันนโยบายสำคัญต่อมหาอำนาจ:
• กรณีสำคัญที่ได้รับความสนใจคือการหารือกับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งนายอนุทิน ได้ยืนยันจุดยืนของรัฐบาลไทยในการไม่เปิดให้มีกาสิโนถูกกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้ได้รับการสนับสนุนจากผู้นำจีนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของชาวจีนมายังประเทศไทย เพื่อคลายความกังวลเรื่องการพนันและอาชญากรรมไซเบอร์
• การเจรจาทวิภาคีกับผู้นำหลายประเทศ (อาทิ จีน, สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น) ทำให้เกิดความชัดเจนในการสนับสนุนการลงทุน และการท่องเที่ยวของไทย
3. การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับโลกในอนาคต:
• รัฐบาลได้ชูโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม World Bank – IMF Annual Meetings ในปี 2569 ณ กรุงเทพฯ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก และตอกย้ำสถานะของประเทศ
4. การคลี่คลายปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน:
• มีการกล่าวถึงการใช้กลไกเจรจาทางการทูตที่เหมาะสม เพื่อแก้ไขปัญหาและข้อพิพาทบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็น "ก้าวแรกสู่สันติภาพ และความมั่นคง" อีกครั้ง

การดำเนินนโยบายต่างประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล  ดังที่ปรากฏในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
• ดำเนินนโยบายต่างประเทศในเชิงรุก ที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
• เสริมสร้างความมั่นใจ และสถานะของไทย ในเวทีระหว่างประเทศ
• วางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลาง ในภูมิภาคด้านต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ใช้เวทีระหว่างประเทศเพื่อสร้างโอกาส และนำพาประเทศไทยกลับมาสู่ความสำคัญระดับโลกอย่างมีทิศทางที่ชัดเจน และจับต้องได้ 

เลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าประชาชนให้ความไว้วางใจ เข้าคูหากาพรรคภูมิใจไทย ทั้งระบบเขต และระบบบัญชีรายชื่อ ให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี อีกครั้ง ใน 4 ปีข้างหน้า คนไทย จะยืนเชิดหน้าได้อย่างสง่าผ่าเผย ประเทศไทย จะขึ้นสู่ จอเรดาร์โลก อย่างถาวรต่อไป