ในช่วงที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ปลายปี 2566 เป็นต้นมา นโยบายด้านยาเสพติดถูกยกระดับเป็น "วาระแห่งชาติ" โดยใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทย (ฝ่ายปกครอง) ผนึกกำลังกับตำรวจและหน่วยงานความมั่นคง ภายใต้สโลแกน "ทำทันที"

1. ปฏิบัติการ "เปิดปฏิบัติการปราบนักค้า-บำบัดผู้เสพ" สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทั่วประเทศ สวมบทบาท "แม่ทัพปราบยาเสพติด" ในพื้นที่ โดยมีผลงานชัดเจนดังนี้

  • มีการจับกุมยาบ้าล็อตมหึมาอย่างต่อเนื่อง ครั้งละหลายล้านเม็ด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นทางผ่านสำคัญ

  • เน้นการกวาดล้าง "ผู้ค้ารายย่อย" ในชุมชน โดยใช้ข้อมูลจากชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และ อสม. เพื่อทำลายวงจรการขายในระดับเส้นเลือดฝอย

  • มาตรการ "จัดระเบียบสังคม" โดยใช้อำนาจของกรมการปกครองเข้าตรวจค้นสถานบริการและแหล่งมั่วสุมอย่างเข้มงวด

  • ตรวจปัสสาวะ 100%: ในปฏิบัติการจัดระเบียบสังคม หากพบสถานประกอบการใดปล่อยปละละเลยให้มีการใช้ยาเสพติด จะมีการสั่งปิด 5 ปีทันที

  • สกัดกั้นตามแนวชายแดน: เสริมกำลังฝ่ายปกครองร่วมกับทหารพรานและตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดและแรงงานเถื่อน

  • เปลี่ยน "ผู้เสพ" เป็น "ผู้ป่วย" (บำบัดรักษา) ในด้านการจัดการผู้เสพ นายอนุทิน มุ่งเน้นการนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด ด้วย ศูนย์บำบัดทุกอำเภอ  มุ่งเน้นการสร้างสถานบำบัดที่เข้าถึงง่าย เพื่อลดจำนวนผู้เสพและลดปัญหาอาชญากรรมในชุมชน คัดกรองเข้มข้น: ใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการกดดันและจูงใจให้ผู้เสพสมัครใจเข้ารับการบำบัด

  • การปราบปราม "ปืนและอิทธิพล" ที่โยงยาเสพติด นายอนุทิน ได้ดำเนินนโยบาย "ห้ามพกปืน-งดออกใบอนุญาตใหม่" (ชั่วคราวในช่วงวิกฤต) เพื่อลดความรุนแรงที่เกิดจากขบวนการค้ายาเสพติดและผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น

  • สถิติ การจับยาเสพติด ช่วงปี2567 – 2568มียอดรวมการจับกุมได้มากกว่า “หลายร้อยล้านเม็ด” และยึดทรัพย์: มีการขยายผลยึดทรัพย์สินจากขบวนการค้ายาเสพติดมูลค่า “หลายพันล้านบาท” เพื่อตัดวงจรเงินหมุนเวียน