ภายหลังจากการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี บริหารราชการแผ่นดิน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มีความแน่วแน่ที่จะนำ อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดนกลับมาเป็นของประเทศไทย เนื่องจากโดนประเทศเพื่อนบ้านแอบลักลอบนำแผ่นดินไทยไปอย่างหน้าตาเฉย ด้วยความหวงแหนแผ่นดินเกิด ความรักชาติ ในการแสดงความเป็นผู้นำ จึงตัดสินใจนำแผ่นดินคืนสู่ประเทศไทย
ในเวลา 3 เดือน ได้ปฏิบัติการผลักดันกองกำลังฝ่ายกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามา และสามารถเข้าควบคุมพื้นที่สำคัญได้ดังนี้:
ปราสาทตาควาย (จ.สุรินทร์) : เป็นจุดที่มีการปะทะหนักที่สุดแห่งหนึ่ง กองทัพไทยสามารถยึดคืนพื้นที่และปักหลักควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดแล้ว
พื้นที่รอบปราสาทตาเมือนธม (จ.สุรินทร์) : ไทยสามารถผลักดันกองกำลังกัมพูชาออกไปและควบคุมพื้นที่อธิปไตยคืนได้เกือบ 100%
ปราสาทโดนตวล และเขาสัตตะโสม (จ.ศรีสะเกษ) : มีรายงานการถูกโจมตีด้วยเครื่องยิงจรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชา แต่ทหารไทยยังคงรักษาพื้นที่ไว้ได้ และผลักดันการรุกล้ำในบริเวณใกล้เคียงได้สำเร็จ
พื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร (จ.ศรีสะเกษ) : พื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. มีการปะทะกันด้วยอาวุธหนัก (ปืนใหญ่และเครื่องยิงจรวด) กองทัพไทยสามารถยึดคืนพื้นที่ ควบคุมและสถาปนาอธิปไตยบริเวณภูมะเขือได้ 100% ปิดล้อมและตัดเส้นทางลำเลียงของกัมพูชาที่พยายามส่งกำลัง เสบียง และอาวุธขึ้นไปยังตัวปราสาทพระวิหาร เพื่อป้องกันไม่ให้ใช้พื้นที่มรดกโลกเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร
พื้นที่ช่องอานม้า (จ.อุบลราชธานี) : กองทัพไทยสามารถผลักดันกองกำลังกัมพูชาออกไปและควบคุมพื้นที่อธิปไตยคืนได้ 100% และสามารถควบคุมพื้นที่ที่สำคัญทั้งเนิน 677 และเนิน 500 ได้ทั้งหมด
เนินที่ยึดคืนได้ จุดยุทธศาสตร์สำคัญ
เนิน 350 (จ.สุรินทร์) : เป็นพื้นที่สำคัญที่สุดในการรบครั้งนี้ ตั้งอยู่ห่างจากปราสาทตาควายไปทางทิศตะวันตกประมาณ 300 เมตร กองทัพไทยสามารถยึดคืนได้สำเร็จเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 หลังจากมีการปะทะกันอย่างหนักเพื่อทำลายกระเช้า และเส้นทางส่งกำลังบำรุง ที่ตั้งอาวุธยิงสนับสนุน และบังเกอร์คอนกรีตของฝ่ายกัมพูชา
เนิน 225 (จ.สุรินทร์) : กองทัพภาคที่ 2 สามารถเข้าควบคุมพื้นที่ได้หลังจากการรุกคืบเพื่อผลักดันกองกำลังฝ่ายตรงข้ามที่พยายามใช้พื้นที่นี้เป็นที่ตั้งอาวุธยิงสนับสนุนยิงทำลายกำลังของกองทัพไทยบริเวณพื้นที่เนิน 350 และพื้นที่ปราสาทตาควาย
ภูมะเขือ (จ.ศรีสะเกษ) : พื้นที่สูงใกล้ปราสาทพระวิหาร ซึ่งฝ่ายไทยได้เข้าสถาปนาแนววางกำลังเพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย
ช่องทางชายแดน
กองทัพไทยได้ทำการ "ปิดช่องคานม้า" เพื่อตัดเส้นทางลำเลียงของฝ่ายกัมพูชา
กองทัพไทย ยังสามารถควบคุมพื้นที่รอยต่อชายแดนได้อีกหลายจุด เช่น ช่องสายตะกู, ช่องระยี, ช่องสะงำ, ช่องจอม, โดนตวล, และซำแต
บ้านท่าเส้น (กาสิโนทมอดา) และบ้านหนองรี (จ.ตราด) : กองทัพเรือ (นาวิกโยธิน) ได้เข้าปฏิบัติการ "ตราดปราบปรปักษ์" และยึดคืนผืนแผ่นดินไทยในบริเวณนี้ได้สำเร็จ
บ้านคลองแผง, บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านหนองจาน (จ.สระแก้ว) : กองกำลังบูรพาได้เข้าควบคุมพื้นที่ 3 แนวรบนี้ เพื่อปกป้องอธิปไตยจากการรุกล้ำ
จากนโยบาย ของรัฐบาล ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในระยะเวลา 3 เดือน ปรากฏชัดเจนว่า ประเทศไทย กองทัพไทย สามารถ “ปักธง ยึดคืน” กลับมาได้แล้ว 99% และทหารไทยยังคงปักหลักตรึงกำลังอยู่ในทุกพื้นที่ที่ยึดคืนมาได้