14 กันยายน 2567 เวลา 18:22
“รมช.สุรศักดิ์” เปิดการประชุมสัมมนา “ผอ.- รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา” ทั่วประเทศ
“รมช.สุรศักดิ์” เปิดการประชุมสัมมนา “ผอ.- รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา” ทั่วประเทศ ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญกับการศึกษาประเทศ ชี้ ทุนมนุษย์ เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาชาติ
เมื่อวันเสาร์ ที่ 14 กันยายน 2567 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ ณ ศูนย์ประชุม NICE สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.นายสุรินทร์ มั่นประสงค์ ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ที่ปรึกษา ผอ.สำนัก ผอ.และรอง ผอ. เขตพื้นที่การศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ในวันนี้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้ตน มาเป็นประธานในพิธีเปิด การประชุมสัมมนา ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และรองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาพบปะกับทุกท่าน ทั้งยังขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นทุกครั้งที่มาเยือน ตามที่ทุกท่านได้รับทราบแล้วว่า ได้มีพระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี ในรัฐบาลของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดย ศธ.มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน เป็นรมว.ศึกษาธิการ และตน เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงเป็นโอกาสอันดียิ่ง ที่พวกเราจะได้สานต่อนโยบายการจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพ จากคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 12 – 13 กันยายน 2567 จะเห็นได้ว่า รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ในงานด้านการศึกษาของประเทศ เพราะ “ทุนมนุษย์ เป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาประเทศ รัฐบาลจะเร่งส่งเสริม ผลักดัน ให้เกิดการพัฒนาคนไทยทุกช่วงวัยอย่างเต็มกำลังและความสามารถ”
“ ทั้ง ในเรื่องการจัดสรรสวัสดิการ ด้านการศึกษา สาธารณสุขและสาธารณูปโภครวมทั้งอุดหนุนค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานของประชาชน, ส่งเสริมการเกิดและเติบโตอย่างมีคุณภาพ ของเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม ,เด็กไทยทุกคน จะต้องเข้าถึงศูนย์ดูแลเด็กปฐมวัยที่มีมาตรฐาน เมื่อเติบโตก็ได้เรียนหนังสือ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล, ส่งเสริมการปลดล็อกศักยภาพ ทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม และความสามารถทางกีฬา ,พัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น ทั้งในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เข้ามาสนับสนุน ตอบโจทย์ศักยภาพของผู้เรียน ลดภาระและลดความเหลื่อมล้ำ ในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ, ส่งเสริมให้เกิดการเรียนสองภาษา โดยใช้ AI เป็นตัวช่วย เน้นการสอนทักษะที่ใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริง เพื่อการสร้างรายได้ (Learn to Earn), ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือ ระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ในการจัดการศึกษาทุกระดับ ,เฟ้นหา และช่วยเหลือเด็กและเยาวชน ที่หลุดจากระบบการศึกษา และ ส่งเสริมการปฏิรูประบบอาชีวศึกษา และอุดมศึกษา เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการแรงงานในอนาคต และรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-LongLearning)” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนโยบายการจัดการศึกษาแล้ว ยังให้ความสำคัญในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยในส่วนของเด็กนักเรียน เราควรมุ่งสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การรับมือกับภัยธรรมชาติ และปัญหา PM 2.5 โดยเฉพาะจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ และนอกจากภัยดังกล่าวแล้ว ขณะนี้ ยังประสบกับอุทกภัยอย่างหนัก ท่าน รมว.ศึกษาธิการ ได้ฝากความห่วงใยมายังพี่น้องชาวภาคเหนือทุกท่าน รวมถึงในจังหวัดอื่น ๆ ที่ได้รับความเดือนร้อนจากอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้ได้ฝากให้สพฐ. เร่งดูแลและให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วนต่อไป อย่างไรก็ตามทุกเรื่องที่กล่าวมานั้นถือเป็นเรือธงที่เราจะต้องร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนา ซึ่งผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และรองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจากทั่วประเทศ ที่มาร่วมงานในวันนี้ถือเป็นกำลังสำคัญในการร่วมกันขับเคลื่อนงานต่อไป ทั้งนี้ขอชื่นชมกับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพราะจะทำให้ผู้บริหารได้มุมมอง แนวคิด วิธีการบริหารงานด้านการศึกษา ที่มีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น สามารถนำไปบูรณาการ และปรับใช้ตามบริบทในเชิงพื้นที่ต่อไป

