"อาสพลธ์" หนุนพ.ร.บ.วว.ช่วยวิจัย พัฒนาภาคการเกษตรเพิ่มมูลค่า ลดต้นทุน

"อาสพลธ์" หนุนพ.ร.บ.วว.ช่วยวิจัย พัฒนาภาคการเกษตรเพิ่มมูลค่า ลดต้นทุน

"อาสพลธ์" สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.วว. ชี้มีส่วนสำคัญช่วยการวิจัยและพัฒนาภาคการเกษตร เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ว่า ในมาตรา 3 ที่มีการแก้ไขโดยเพิ่มถ้อยคําที่มีความสําคัญคือคําว่า ทางเศรษฐกิจ เข้ามา ตนมีเหตุผลในการอภิปรายในมาตรา 3 เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการว่างงานที่ต่ำมาก ข้อมูลจาก research tradingeconomic ปี 2017 ระบุว่าประเทศไทยมีอัตราว่างงานเพียงแค่ 1.3% ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่อาจจะทําให้เราคิดว่าเศรษฐกิจของเรามีความเข้มแข็ง แต่ขอตั้งข้อสังเกตด้วยอัตราการว่างงานที่ต่ำขนาดนี้ ค่าแรงควรจะเพิ่มมากกว่านี้ แต่คําตอบที่ชัดเจนอยู่ที่ว่าทําไมอัตราการว่างงานต่ำก็เพราะว่าสัดส่วนแรงงานส่วนใหญ่ 40 กว่าเปอร์เซ็นต์อยู่ในภาคการเกษตร แต่กลับสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเพียงแค่ 10% ของจีดีพี จึงเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงปัญหาความยากจนที่ฝังลึกในภาคการเกษตรของเรา แรงงานจํานวนมากทํางานหนัก แต่ได้รับผลตอบแทนน้อยซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทําให้ความยากจนยังคงอยู่ในภาคการเกษตร นายอาสพลธ์ กล่าวว่า หากมองย้อนไปที่สัดส่วนจีดีพีตั้งแต่ปี 2012 - 2022 จะพบว่าภาคการเกษตรมีสัดส่วนเพียงแค่ 8 - 11% ของจีดีพี ในขณะที่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ภาคบริการและอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนที่สูงกว่าอย่างชัดเจน บ่งบอกว่าภาคการเกษตรเป็นภาคที่ใช้แรงงานมากที่สุด แต่สร้างรายได้น้อยที่สุดและประสิทธิภาพต่ำ จากสถานการณ์นี้ ขอย้ำว่าสถาบันวิจัยและพัฒนามีบทบาทสําคัญ โดยสามารถวิจัยและพัฒนาในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นสิ่งที่จําเป็นอย่างยิ่งเพราะการวิจัยจะช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรได้ ต้องเกิดขึ้นผ่านการขับเคลื่อนโดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหัวใจสําคัญในการสร้างนวัตกรรมที่จะช่วยให้ภาคเกษตรของเรายืนอยู่บนเวทีโลกได้ ยกตัวอย่าง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีพื้นที่ภูเขามากถึง 64% แทบไม่มีพื้นที่ทางการเกษตร แต่กลับมีบริษัทเนสท์เล่ ซึ่งผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในโลกทําสําเร็จ โดยการนําเข้าวัตถุดิบต่างๆ จากทั่วโลกมาแปรรูปผ่านนวัตกรรม จนกระทั่งเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูงส่งออกไปทั่วโลก "ผมเชื่อว่าประเทศไทยของเรา สามารถนําแนวทางนี้มาเพื่อยกระดับภาคการเกษตรของเราได้เช่นเดียวกัน โดยการใช้วิจัยและนวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ในโอกาสนี้ผมขอชื่นชมท่านศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอว. ที่ได้ทํางานอย่างเข้มแข็ง รวมทั้งได้ปรับปรุงโครงสร้างของกระทรวงอว.ให้มีบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจนและเน้นการใช้งานวิจัยเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ผลงานของท่านรัฐมนตรีศุภมาสช่วยเสริมสร้างศักยภาพของเศรษฐกิจไทยในระดับที่น่าประทับใจ สุดท้ายขอยืนยันว่าผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ทั้งในวาระ 2 วาระ 3 และข้อสังเกต ขอฝากความหวังทั้งผมและพี่น้องประชาชนคนไทยไว้กับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยในการสร้างงานวิจัยที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในภาคการเกษตรและภาคธุรกิจไทยต่อไป" สส.อาสพลธ์ กล่าว