วันที่ 25 ตุลาคม 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคภูมิใจไทย อภิปราย ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาผลกระทบกรณีการขาดอายุความคดีตากใบ ว่า
ต้องขอขอบคุณพรรคภูมิใจไทยที่เข้าใจตนซึ่งเป็น สส.ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพรรคภูมิใจไทยก็ห่วงใยในเรื่องนี้ สำหรับเหตุการณ์ตากใบ ตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่เกือบจะโดนชักจูง หรือโดนชักชวนไปในเหตุการณ์ตากใบในครั้งนั้นด้วย และเข้าใจดีว่าเหตุการณ์ตากใบในวันนั้น ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เนื่องจากหลายคนที่ไปก็ไม่รู้ว่าการที่เข้าไปจะโดนอะไรแบบนี้ด้วย ฉะนั้นเข้าใจดีว่าผู้สูญเสียหลายท่านก็เป็นผู้บริสุทธิ์ และกระบวนการยุติธรรมก็ควรจะมีให้เขาได้สามารถที่จะพูด และจะบอกให้ประชาชนทั้งประเทศได้รู้ว่าเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ใช่เหตุการณ์ของคนที่ทำความรุนแรง หรือจะก่อให้เกิดความรุนแรง เพราะตนเองและคนในพื้นที่ทราบดีว่าคนที่เข้าไปชุมนุมก็โดนชักชวน ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ และส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตในวันนั้นก็เป็นผู้บริสุทธิ์ด้วย ในวันนี้สังเกตได้ว่าในคดีตากใบที่กำลังจะหมดอายุความในวันนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความรุนแรงเกิดขึ้นมากมายจากความไม่เข้าใจหลายฝ่าย ซึ่งอยากจะทำอย่างไรให้พื้นที่ของเรามีความสงบสุข สันติสุขที่สุด และพยายามตั้งคณะกรรมาธิการในหลายกรรมาธิการเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ เพื่อสร้างความยุติธรรมให้กับคนในพื้นที่ แต่หลายอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวัง
สส.ซาการียา อภิปรายต่อว่า ผมขอนำคําของภรรยาผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ตากใบมาสั้นๆ คดีความจะหมดอายุความแล้วเราต้องจับมือกัน เราต้องกล้า อยากรู้ว่ายังมีมั๊ยความยุติธรรมสําหรับชาวบ้านอย่างเราจะสู้ได้มั๊ยจนวินาทีสุดท้าย เราไม่อยากให้ดูว่าเราเป็นคนผิด คนอื่นมองว่าเราผิดไปที่ชุมนุม อยากล้างสิ่งนี้ด้วยความยุติธรรมในครั้งนี้ นี่คือคําของภรรยาผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ตากใบพูด เขาไม่ได้ฟ้องร้องเพื่อที่จะเอาอะไร แต่ฟ้องเพื่อที่จะให้ตัวเองหรือคนที่ไปชุมนุมได้เกิดความบริสุทธิ์ใจว่าคนที่ไปเป็นผู้บริสุทธิ์
"อยากฝากให้ผู้ต้องหาเข้ามาในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ทราบในสิ่งที่ตัวเองได้ทำไปในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมานั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าเข้าไปอยู่ในกระบวนการของศาลแล้ว ศาลจะว่าอย่างไรก็ว่าไปตามกระบวนการ ดังนั้นตนเองเป็นคนในพื้นที่เข้าใจดีว่าการทำงานในพื้นที่ 20 ปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการยุติธรรมอะไรก็แล้วแต่ เกิดขึ้นยากมากใน 3 จังหวัด คนอื่นๆ ยังมองว่าคนใน 3 จังหวัดยังแยกกัน หลายอย่างดูแล้วหดหู่ใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำท่วม คนอื่นได้เยียวยา แต่คนใน 3 จังหวัดไม่ได้รับเงินเยียวยา 5,000 หรือ 9,000 บาท นี่คือสิ่งสะท้อนมาจากชาวบ้านว่าทำไมรัฐบาลหรือคนของรัฐบาลทำไม่เหมือนกัน นี่คือประเด็นที่เขามีความรู้สึก" สส.ซาการียา กล่าวทิ้งท้าย

25 ตุลาคม 2567 เวลา 15:23
"ซาการียา" ตากใบ ไม่มีใครอยากให้เกิด ควรเข้ากระบวนการ ยุติธรรม หดหู่ใจ 3 จชต. ยุติธรรมเกิดยาก
"ซาการียา" มอง เหตุการณ์ตากใบไม่มีใครอยากให้เกิด ชี้ ควรเปิดโอกาสให้ผู้สูญเสียเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เล่าเหตุการณ์วันนั้นไม่ใช่ความรุนแรง หดหู่ใจ ความยุติธรรมเกิดขึ้นยากใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

วันที่ 25 ตุลาคม 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคภูมิใจไทย อภิปราย ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาผลกระทบกรณีการขาดอายุความคดีตากใบ ว่า
ต้องขอขอบคุณพรรคภูมิใจไทยที่เข้าใจตนซึ่งเป็น สส.ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพรรคภูมิใจไทยก็ห่วงใยในเรื่องนี้ สำหรับเหตุการณ์ตากใบ ตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่เกือบจะโดนชักจูง หรือโดนชักชวนไปในเหตุการณ์ตากใบในครั้งนั้นด้วย และเข้าใจดีว่าเหตุการณ์ตากใบในวันนั้น ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เนื่องจากหลายคนที่ไปก็ไม่รู้ว่าการที่เข้าไปจะโดนอะไรแบบนี้ด้วย ฉะนั้นเข้าใจดีว่าผู้สูญเสียหลายท่านก็เป็นผู้บริสุทธิ์ และกระบวนการยุติธรรมก็ควรจะมีให้เขาได้สามารถที่จะพูด และจะบอกให้ประชาชนทั้งประเทศได้รู้ว่าเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ใช่เหตุการณ์ของคนที่ทำความรุนแรง หรือจะก่อให้เกิดความรุนแรง เพราะตนเองและคนในพื้นที่ทราบดีว่าคนที่เข้าไปชุมนุมก็โดนชักชวน ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ และส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตในวันนั้นก็เป็นผู้บริสุทธิ์ด้วย ในวันนี้สังเกตได้ว่าในคดีตากใบที่กำลังจะหมดอายุความในวันนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความรุนแรงเกิดขึ้นมากมายจากความไม่เข้าใจหลายฝ่าย ซึ่งอยากจะทำอย่างไรให้พื้นที่ของเรามีความสงบสุข สันติสุขที่สุด และพยายามตั้งคณะกรรมาธิการในหลายกรรมาธิการเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ เพื่อสร้างความยุติธรรมให้กับคนในพื้นที่ แต่หลายอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวัง
สส.ซาการียา อภิปรายต่อว่า ผมขอนำคําของภรรยาผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ตากใบมาสั้นๆ คดีความจะหมดอายุความแล้วเราต้องจับมือกัน เราต้องกล้า อยากรู้ว่ายังมีมั๊ยความยุติธรรมสําหรับชาวบ้านอย่างเราจะสู้ได้มั๊ยจนวินาทีสุดท้าย เราไม่อยากให้ดูว่าเราเป็นคนผิด คนอื่นมองว่าเราผิดไปที่ชุมนุม อยากล้างสิ่งนี้ด้วยความยุติธรรมในครั้งนี้ นี่คือคําของภรรยาผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ตากใบพูด เขาไม่ได้ฟ้องร้องเพื่อที่จะเอาอะไร แต่ฟ้องเพื่อที่จะให้ตัวเองหรือคนที่ไปชุมนุมได้เกิดความบริสุทธิ์ใจว่าคนที่ไปเป็นผู้บริสุทธิ์
"อยากฝากให้ผู้ต้องหาเข้ามาในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ทราบในสิ่งที่ตัวเองได้ทำไปในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมานั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าเข้าไปอยู่ในกระบวนการของศาลแล้ว ศาลจะว่าอย่างไรก็ว่าไปตามกระบวนการ ดังนั้นตนเองเป็นคนในพื้นที่เข้าใจดีว่าการทำงานในพื้นที่ 20 ปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการยุติธรรมอะไรก็แล้วแต่ เกิดขึ้นยากมากใน 3 จังหวัด คนอื่นๆ ยังมองว่าคนใน 3 จังหวัดยังแยกกัน หลายอย่างดูแล้วหดหู่ใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำท่วม คนอื่นได้เยียวยา แต่คนใน 3 จังหวัดไม่ได้รับเงินเยียวยา 5,000 หรือ 9,000 บาท นี่คือสิ่งสะท้อนมาจากชาวบ้านว่าทำไมรัฐบาลหรือคนของรัฐบาลทำไม่เหมือนกัน นี่คือประเด็นที่เขามีความรู้สึก" สส.ซาการียา กล่าวทิ้งท้าย
วันที่ 25 ตุลาคม 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคภูมิใจไทย อภิปราย ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาผลกระทบกรณีการขาดอายุความคดีตากใบ ว่า
ต้องขอขอบคุณพรรคภูมิใจไทยที่เข้าใจตนซึ่งเป็น สส.ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพรรคภูมิใจไทยก็ห่วงใยในเรื่องนี้ สำหรับเหตุการณ์ตากใบ ตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่เกือบจะโดนชักจูง หรือโดนชักชวนไปในเหตุการณ์ตากใบในครั้งนั้นด้วย และเข้าใจดีว่าเหตุการณ์ตากใบในวันนั้น ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เนื่องจากหลายคนที่ไปก็ไม่รู้ว่าการที่เข้าไปจะโดนอะไรแบบนี้ด้วย ฉะนั้นเข้าใจดีว่าผู้สูญเสียหลายท่านก็เป็นผู้บริสุทธิ์ และกระบวนการยุติธรรมก็ควรจะมีให้เขาได้สามารถที่จะพูด และจะบอกให้ประชาชนทั้งประเทศได้รู้ว่าเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ใช่เหตุการณ์ของคนที่ทำความรุนแรง หรือจะก่อให้เกิดความรุนแรง เพราะตนเองและคนในพื้นที่ทราบดีว่าคนที่เข้าไปชุมนุมก็โดนชักชวน ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ และส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตในวันนั้นก็เป็นผู้บริสุทธิ์ด้วย ในวันนี้สังเกตได้ว่าในคดีตากใบที่กำลังจะหมดอายุความในวันนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความรุนแรงเกิดขึ้นมากมายจากความไม่เข้าใจหลายฝ่าย ซึ่งอยากจะทำอย่างไรให้พื้นที่ของเรามีความสงบสุข สันติสุขที่สุด และพยายามตั้งคณะกรรมาธิการในหลายกรรมาธิการเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ เพื่อสร้างความยุติธรรมให้กับคนในพื้นที่ แต่หลายอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวัง
สส.ซาการียา อภิปรายต่อว่า ผมขอนำคําของภรรยาผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ตากใบมาสั้นๆ คดีความจะหมดอายุความแล้วเราต้องจับมือกัน เราต้องกล้า อยากรู้ว่ายังมีมั๊ยความยุติธรรมสําหรับชาวบ้านอย่างเราจะสู้ได้มั๊ยจนวินาทีสุดท้าย เราไม่อยากให้ดูว่าเราเป็นคนผิด คนอื่นมองว่าเราผิดไปที่ชุมนุม อยากล้างสิ่งนี้ด้วยความยุติธรรมในครั้งนี้ นี่คือคําของภรรยาผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ตากใบพูด เขาไม่ได้ฟ้องร้องเพื่อที่จะเอาอะไร แต่ฟ้องเพื่อที่จะให้ตัวเองหรือคนที่ไปชุมนุมได้เกิดความบริสุทธิ์ใจว่าคนที่ไปเป็นผู้บริสุทธิ์
"อยากฝากให้ผู้ต้องหาเข้ามาในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ทราบในสิ่งที่ตัวเองได้ทำไปในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมานั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าเข้าไปอยู่ในกระบวนการของศาลแล้ว ศาลจะว่าอย่างไรก็ว่าไปตามกระบวนการ ดังนั้นตนเองเป็นคนในพื้นที่เข้าใจดีว่าการทำงานในพื้นที่ 20 ปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการยุติธรรมอะไรก็แล้วแต่ เกิดขึ้นยากมากใน 3 จังหวัด คนอื่นๆ ยังมองว่าคนใน 3 จังหวัดยังแยกกัน หลายอย่างดูแล้วหดหู่ใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำท่วม คนอื่นได้เยียวยา แต่คนใน 3 จังหวัดไม่ได้รับเงินเยียวยา 5,000 หรือ 9,000 บาท นี่คือสิ่งสะท้อนมาจากชาวบ้านว่าทำไมรัฐบาลหรือคนของรัฐบาลทำไม่เหมือนกัน นี่คือประเด็นที่เขามีความรู้สึก" สส.ซาการียา กล่าวทิ้งท้าย