วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องอําเภอเดชอุดม เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 เวลาประมาณ 15.45 น. มีคนร้ายเข้ามาในหอผู้ป่วยอาคาร 3 ชั้น 3 โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม โยนถุงบรรจุน้ำมันลงพื้นทําให้เกิดระเบิดเพลิงไหม้อย่างรวดเร็ว และถือปืนขู่คนที่ถือถังดับเพลิง หลังจากก่อเหตุคนร้ายได้หลบหนีไป และขับรถชนคนอีกหลายคน ก่อนที่จะถูกจับตัวได้ จากเหตุการณ์นี้ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะเรื่องของการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและญาติได้ทั้งหมด ทําให้ไม่มีผู้เสียชีวิต และผู้ป่วยอาการหนักได้ถูกนําตัวส่งโรงพยาบาลข้างเคียง รวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคนที่ได้ช่วยกัน โดยการนําของผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพี่น้องประชาชนทุกคน
นางสาวตวงทิพย์ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบกับผู้ป่วยเป็นวงกว้าง และสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการจํานวนมากอาจสูงถึงหลาย 10 ล้านบาท ซึ่งยังต้องรอผู้เชี่ยวชาญมาประเมิน และที่สําคัญส่งผลกระทบต่อจิตใจ และความรู้สึกของบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย ญาติพี่น้อง รวมถึงพี่น้องชาวอําเภอเดช อุดมทุกคน
"ดิฉันขอประณามการกระทําของคนร้าย และขอให้เจ้าหน้า ที่ตํารวจดําเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป และขอเรียนประธานฝากไปยังรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งดูแล จัดสรรงบประมาณเพื่อมาทดแทนเครื่องมือแพทย์ที่เสียหาย และเรื่องการซ่อมแซมอาคารให้พร้อมใช้งานได้อย่างเร่งด่วน เนื่องจากโรงพยาบาลเดชอุดม เป็นโรงพยาบาลขนาด 350 เตียง เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานีโซน 4 ดูแลประชากรในเขตพื้นที่อําเภอเดชอุดม อําเภอน้ำยืน น้ำขุ่น นาจะหลวย บุณฑริก และทุ่งศรีอุดม ประชากรรวมกว่า 450,000 คน" สส.ตวงทิพย์ กล่าว
สส.อุบลราชธานี กล่าวอีกว่า สุดท้ายดิฉันขอเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงเพื่อกระจายข่าวสําหรับท่านที่สนใจร่วมบริจาคให้โรงพยาบาล สามารถบริจาคได้ที่บัญชี ธนาคารออมสินเลขที่ 020284924089 ชื่อบัญชีโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม บัญชีเดียวเท่านั้น เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่มาแอบอ้าง

5 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 11:08
"สส.ตวงทิพย์" หารือ เร่งจัดงบฟื้นฟู รพ.เดชอุดม ถูกคนร้ายวางเพลิง เสียหายหนัก
"สส.ตวงทิพย์" เรียกร้องรัฐบาล และ ก.สาธารณสุข เร่งจัดงบประมาณฟื้นฟู รพ.สมเด็จพระยุพราชเดชอุดม พร้อมจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ทดแทน หลังถูกคนร้ายวางเพลิงเสียหายหลายสิบล้านบาท
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องอําเภอเดชอุดม เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 เวลาประมาณ 15.45 น. มีคนร้ายเข้ามาในหอผู้ป่วยอาคาร 3 ชั้น 3 โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม โยนถุงบรรจุน้ำมันลงพื้นทําให้เกิดระเบิดเพลิงไหม้อย่างรวดเร็ว และถือปืนขู่คนที่ถือถังดับเพลิง หลังจากก่อเหตุคนร้ายได้หลบหนีไป และขับรถชนคนอีกหลายคน ก่อนที่จะถูกจับตัวได้ จากเหตุการณ์นี้ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะเรื่องของการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและญาติได้ทั้งหมด ทําให้ไม่มีผู้เสียชีวิต และผู้ป่วยอาการหนักได้ถูกนําตัวส่งโรงพยาบาลข้างเคียง รวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคนที่ได้ช่วยกัน โดยการนําของผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพี่น้องประชาชนทุกคน
นางสาวตวงทิพย์ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบกับผู้ป่วยเป็นวงกว้าง และสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการจํานวนมากอาจสูงถึงหลาย 10 ล้านบาท ซึ่งยังต้องรอผู้เชี่ยวชาญมาประเมิน และที่สําคัญส่งผลกระทบต่อจิตใจ และความรู้สึกของบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย ญาติพี่น้อง รวมถึงพี่น้องชาวอําเภอเดช อุดมทุกคน
"ดิฉันขอประณามการกระทําของคนร้าย และขอให้เจ้าหน้า ที่ตํารวจดําเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป และขอเรียนประธานฝากไปยังรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งดูแล จัดสรรงบประมาณเพื่อมาทดแทนเครื่องมือแพทย์ที่เสียหาย และเรื่องการซ่อมแซมอาคารให้พร้อมใช้งานได้อย่างเร่งด่วน เนื่องจากโรงพยาบาลเดชอุดม เป็นโรงพยาบาลขนาด 350 เตียง เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานีโซน 4 ดูแลประชากรในเขตพื้นที่อําเภอเดชอุดม อําเภอน้ำยืน น้ำขุ่น นาจะหลวย บุณฑริก และทุ่งศรีอุดม ประชากรรวมกว่า 450,000 คน" สส.ตวงทิพย์ กล่าว
สส.อุบลราชธานี กล่าวอีกว่า สุดท้ายดิฉันขอเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงเพื่อกระจายข่าวสําหรับท่านที่สนใจร่วมบริจาคให้โรงพยาบาล สามารถบริจาคได้ที่บัญชี ธนาคารออมสินเลขที่ 020284924089 ชื่อบัญชีโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม บัญชีเดียวเท่านั้น เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่มาแอบอ้าง
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องอําเภอเดชอุดม เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 เวลาประมาณ 15.45 น. มีคนร้ายเข้ามาในหอผู้ป่วยอาคาร 3 ชั้น 3 โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม โยนถุงบรรจุน้ำมันลงพื้นทําให้เกิดระเบิดเพลิงไหม้อย่างรวดเร็ว และถือปืนขู่คนที่ถือถังดับเพลิง หลังจากก่อเหตุคนร้ายได้หลบหนีไป และขับรถชนคนอีกหลายคน ก่อนที่จะถูกจับตัวได้ จากเหตุการณ์นี้ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะเรื่องของการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและญาติได้ทั้งหมด ทําให้ไม่มีผู้เสียชีวิต และผู้ป่วยอาการหนักได้ถูกนําตัวส่งโรงพยาบาลข้างเคียง รวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคนที่ได้ช่วยกัน โดยการนําของผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพี่น้องประชาชนทุกคน
นางสาวตวงทิพย์ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบกับผู้ป่วยเป็นวงกว้าง และสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการจํานวนมากอาจสูงถึงหลาย 10 ล้านบาท ซึ่งยังต้องรอผู้เชี่ยวชาญมาประเมิน และที่สําคัญส่งผลกระทบต่อจิตใจ และความรู้สึกของบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย ญาติพี่น้อง รวมถึงพี่น้องชาวอําเภอเดช อุดมทุกคน
"ดิฉันขอประณามการกระทําของคนร้าย และขอให้เจ้าหน้า ที่ตํารวจดําเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป และขอเรียนประธานฝากไปยังรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งดูแล จัดสรรงบประมาณเพื่อมาทดแทนเครื่องมือแพทย์ที่เสียหาย และเรื่องการซ่อมแซมอาคารให้พร้อมใช้งานได้อย่างเร่งด่วน เนื่องจากโรงพยาบาลเดชอุดม เป็นโรงพยาบาลขนาด 350 เตียง เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานีโซน 4 ดูแลประชากรในเขตพื้นที่อําเภอเดชอุดม อําเภอน้ำยืน น้ำขุ่น นาจะหลวย บุณฑริก และทุ่งศรีอุดม ประชากรรวมกว่า 450,000 คน" สส.ตวงทิพย์ กล่าว
สส.อุบลราชธานี กล่าวอีกว่า สุดท้ายดิฉันขอเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงเพื่อกระจายข่าวสําหรับท่านที่สนใจร่วมบริจาคให้โรงพยาบาล สามารถบริจาคได้ที่บัญชี ธนาคารออมสินเลขที่ 020284924089 ชื่อบัญชีโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม บัญชีเดียวเท่านั้น เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่มาแอบอ้าง