20 กุมภาพันธ์ 2568 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ตอบกระทู้ของนายปิยชาติ รุจิพรวศิน สส.พรรคประชาชน จ.นครราชสีมา เรื่องปัญหาน้ำท่วม โดย รมช.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า ในเขต ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ราบลุ่ม มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ เป็นพื้นที่รับน้ำ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีบึงทับช้าง มีเนื้อที่อยู่ 50 ไร่ ที่มาของน้ำส่วนใหญ่คือมาจากน้ำฝน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่มีลำน้ำ ลำราง เวลาหน้าฝนเกิดน้ำเยอะขึ้นมา อีกทั้งปัจจุบันมีบ้านจัดสรรเกิดขึ้นจำนวนมาก เป็นการกีดขวางทางน้ำ ทำให้น้ำที่ท่วมขังระบายได้ช้า ประกอบกับต้องไหลผ่านตัดไปที่ถนนเลี่ยงเมือง และถนนดังกล่าวเป็นถนนที่กีดขวางทางน้ำพอดี ขณะเดียวกันทางนายก อบต. ผู้นำท้องถิ่น หรือชาวบ้านเอง กล่าวว่า ท่อน้ำที่วางมีระดับที่สูง เมื่อเวลาน้ำไหลผ่านถนนหรือผ่านท่อจึงทำให้ไหลช้า เพราะฉะนั้น น้ำที่อยู่ในช่วงบ้านบึงทับช้าง หรือบริเวณดังกล่าว ก็เลยเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง ตรงนี้ก็คือผลกระทบของพี่น้องประชาชน
.
รมช.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นปัญหานี้จะเกิดขึ้นเฉพาะหน้าฝน ถ้ายังแก้ไม่ทันทางท้องถิ่นเองก็ต้องไปบูรณาการร่วมกัน อาจจะต้องมีการเข้าไปตั้งเครื่องสูบน้ำ ช่วยเร่งการระบายน้ำให้ไหลลงเร็วที่สุด เมื่อไหลลงสู่อีกฝั่งเพื่อไปยังอีกฝั่ง แล้วอีกฝั่งจะไปอย่างไร ในเขตพื้นที่ของเทศบาลจอหอ ซึ่งพื้นที่น้ำทั้งหมดจะมีการไหลลงต่อเนื่องไปยังคลองบริบูรณ์ ซึ่งเหมืองหรือรำลาง ยังไม่เรียบร้อย ยังไม่ได้มีการทำให้เป็นแบบยั่งยืน ถ้าทำได้สำเร็จมวลน้ำทั้งหมดก็จะไหลลงสู่แม่น้ำมูล โดยวิธีการแก้ปัญหาถ้าจะแก้แบบยั่งยืนก็ต้องเป็นแนวนี้ แต่ว่าในเบื้องต้นได้ทราบว่า อบต.จอหอ บริเวณบ้านวนาสิริ ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างถนนจาก อบจ.นครราชสีมา ดำเนินการยกระดับ คือยกถนนให้สูงขึ้นเพื่อไม่ให้น้ำท่วมถนน ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมของประชาชน ขณะนี้อยู่ในกระบวนการในการหาผู้รับจ้าง ซึ่งงบประมาณได้ให้ไปแล้ว สำหรับบริเวณหมู่บ้านไอยรา หมู่บ้านอยู่สบาย ซึ่งกำลังก่อสร้างถนนยกระดับอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ทาง อปท. ได้มีการดำเนินการกันแล้ว สำหรับหมู่บ้านเดอะเซ้นส์ หมู่บ้านโฮมบูติก และตลาดได้มีการขุดลอกร่องระบายน้ำแล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆ ได้ทราบข้อมูลแล้ว และได้เรียนประสานงานไปถึงกรมทางหลวงแล้ว บอกว่าถนนที่จะมีการยกระดับ หรือทําอะไรก็ต้องดูตําแหน่งของทางน้ำไปด้วย ปัญหามันเกิดไม่ใช่ที่นี่ที่เดียว ซึ่งบางทีกรมทางหลวงเวลาไปทําระบบระบายน้ำ ท่อที่วางมันไม่อยู่ในตําแหน่งที่ระบายน้ำได้ อันนี้ก็เป็นปัญหาของการทําให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำไหลช้าทําให้น้ำท่วมในบริเวณที่ชุมชนอยู่ อันนี้ก็เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา
“ แนวทางต่อไป คือ จะต้องให้อปท. ทั้งหลายต้องมามาบูรณาการกัน เพราะว่าพื้นที่ของน้ำมันไหลผ่าน หลาย อปท. ต้องทําระบบการป้องกันน้ำท่วมร่วมกัน ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง สังกัดอยู่ในกระทรวงมหาดไทย มีโครงการอย่างนี้อยู่แล้ว แต่ว่าการจะดําเนินการทําอะไรหรือไม่อย่างไร ต้องมาจากความต้องการของท้องถิ่น เพราะทุกโครงการเมื่อได้ทําแล้ว เราต้องยกกลับไปให้ท้องถิ่นในการดูแล “ นายทรงศักดิ์ กล่าว
.
อย่างไรก็ตาม มท.2 กล่าวด้วยว่า จะให้กรมโยธาธิการและผังเมืองลงไปทําโครงการโดยไม่มีคําขอคําร้อง หรือจากการประชาคมจากพี่น้องในชุมชน กระทรวงมหาดไทยทําไม่ได้ เพราะว่าทําเสร็จแล้วจะต้องยกกลับไปให้ท้องถิ่นในการดูแลต่อไป งบประมาณทั้งหลายที่ดูตัวเลขที่ท่านสส.ได้พูดถึงประมาณ 400-500 ล้านบาท ความจริงงบประมาณที่เราทําในเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในแต่ละจังหวัดงบประมาณก็อยู่ประมาณนี้ ซึ่งสามารถทําได้ แต่ว่าต้องมีการขอมา ให้กับกรมโยธาธิการและผังเมือง อาจจะต้องผ่านจังหวัด ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ผ่านของโยธาธิการฯ ของจังหวัด แล้วก็ผ่านมาที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งตรงนี้รับทราบ และจะติดตามดูให้ เพราะว่าเมืองโคราชขยายตัวเร็ว และเรื่องปัญหาของน้ำเป็นปัญหาที่สำคัญ
.
นายทรงศักดิ์ กล่าวถึงประเด็นที่ 2 เรื่องน้ำ เส้นทางคมนาคม ถนนที่อยู่ในหมู่บ้าน ในภาคอีสาน ทุกจังหวัดน่าเห็นใจผู้บริหารองค์กรท้องถิ่น ทั้งนี้ได้มีการเชิญนายกอบต. มาคุยแล้วว่า ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตรงไหนที่เป็นปัญหาสูงสุดก็ให้ทำก่อน ส่วนเรื่องขอเงินอุดหนุนเมื่อก่อนต้องขอมาที่กระทรวงมหาดไทย แต่ปัจจุบันสามารถที่จะขอตรงไปยังสำนักงบประมาณได้ อย่างไรก็ดี เมื่อท้องถิ่นจัดลําดับความสําคัญมาแล้ว ขอให้ให้ตามเรียงลําดับด้วยเพื่อในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน
.
ในส่วนของบ้านลำเชียงไกร หมู่ที่ 9 ได้รับการแก้ไขปัญหาโดยกรมชลประทาน อันนี้คือเรื่องปัญหาของน้ำ มีการขุดลอกและมีการทําประตูปิด-เปิด บริเวณห้วยลําเชียงไกร ซึ่งทางกรมโยธาฯ ได้มีการดำเนินการไปแล้ว และกรมทางหลวงก็ได้มีการทำบล็อกคอนเวิร์ส ท่อรอดให้น้ำไหลระบายมากยิ่งขึ้น
.
หมู่ที่ 10 ใน ซอย 5 สืบเนื่องมาจากการประปาส่วนภูมิภาคได้ดําเนินการขยายเขต แล้วก็วางท่อประปามีการขุดถมดิน ทําให้ดินอุดตันท่อระบายน้ำ มีน้ำอยู่ระบายไม่ได้เลยเกิดการท่วมขัง ปัจจุบันนี้เทศบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่เทศบาลตําบลดำเนินการขุดรอกดินที่อุดตันท่อระบายน้ำ แล้วก็ดําเนินการก่อสร้างรางระบายน้ำเพิ่มเติม เมื่อดําเนินการแล้วเสร็จก็จะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ในส่วนของซอย 6 เนื่องจากถนนดังกล่าวเป็นพื้นที่ต่ำ น้ำท่วมขัง เทศบาลตําบลโคกสูง ดําเนินการขอรับการสนุนงบประมาณ ความจริงอันนี้เดือดร้อน เมื่อปีที่แล้วขออันดับหนึ่งในการที่จะขอเงินอุดหนุนมา เพราะว่างบประมาณของท้องถิ่นมีไม่พอ ซึ่งได้มีการขอตรงไปยังสํานักงบประมาณเป็นวงเงินทั้งสิ้น 3,680,000 กว่าบาท เพื่อแก้ปัญหา อันนี้ขอในปี 69 ซึ่งได้รับไปแล้วว่าเดี๋ยวจะประสานงานให้
.
ส่วนบ้านระงม หมู่ที่ 4 เทศบาลตําบลโคกสูง ได้บรรจุโครงการก่อสร้างรางระบายน้ำ โดยแผนพัฒนาท้องถิ่นรัฐบาลตําบลโคกสูง ซึ่งคาดหมายใช้จ่ายขาดเงินสะสมของเทศบาลเอง ก็จะรีบดําเนินการให้เกิดความรวดเร็วขึ้น บ้านหัวสระ หมู่ที่ 5 พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ติดต่อกันระหว่างทับซ้อนระหว่างตําบลจอหอ ตําบลโคกสูง ของ อบต.จอหอ และเทศบาลตําบลโคกสูง อันนี้ต้องร่วมกันบูรณาการแก้ไขร่วมกัน แต่ทราบว่าที่ อบต.จอหอ ตั้งงบประมาณในการทําท่อระบายน้ำพร้อมบ่อพัก ซึ่งมีการทําแผนไว้แล้ว แผนดังกล่าวนี้ก็จะมาจรดอยู่ที่ ถนนสุรนารายณ์ หมายเลข 205 มาเชื่อมต่อ อันนี้ก็เป็นเรื่องของการทําเรื่องของระบบระบายน้ำ อย่างไรก็ตามต้องเห็นใจท้องถิ่นว่างบประมาณที่มีก็มีจํากัด ทั้งนี้ก็ต้องพยายามช่วยกันผลักดันเวลาพิจารณางบประมาณของของท้องถิ่นที่เข้ามาสู่การพิจารณางบประมาณ ต้องขอฝากท่านสมาชิกช่วยผลักดันอีกแรงหนึ่งด้วย นายทรงศักดิ์ กล่าว
.
นอกจากนี้ นายทรงศักดิ์ ได้กล่าวอีกว่า ทราบว่าทาง อปท. ไม่ว่าจะเป็น อบจ. หรือว่าเทศบาลตําบลหัวทะเล ดําเนินการร่วมกันแล้วและได้รับการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้งบประมาณในการทําเรื่องถนน เรื่องของไฟฟ้า 11.4 ล้าน แล้วก็เรื่องงบประมาณที่มาจากกองทุนส่งเสริมพลังงานด้วยอีก 9.5 ล้าน ทางเทศบาลตําบลหัวทะเลเอง มีการตั้งงบประมาณทําเรื่องโคมไฟ 2 ล้านเศษ ก็ทําเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ว่าปัญหาที่ไฟฟ้าไม่ติด เนื่องมาจากมีขโมยแอบไปขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าที่แปลงไฟลงมา และไปขายต่อร้านขายของเก่า ต่อไปนี้กรมทางหลวง หรือหน่วยงานราชการ เรื่องสเปคของอุปกรณ์ต่างๆ ต้องมีตราด้วย และแจ้งทางร้านขายของเก่าด้วยว่า ห้ามรับซื้อหากมีตราของหน่วยงานอาจจะทำให้มีข้อหารับซื้อของโจร นายทรงศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
.

20 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 20:20
"ทรงศักดิ์" แนะแก้ ปัญหาน้ำท่วมโคราช อปท. ต้องบูรณาการ ทำระบบป้องกันน้ำท่วมร่วมกัน
“ทรงศักดิ์” แนะการแก้ปัญหาน้ำท่วมในโคราช และพื้นที่ใกล้เคียง อปท. ต้องมาบูรณาการร่วมกัน วอน ทล.และหน่วยงานราชการ ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ต้องมีตราสัญลักษณ์ มิเช่นนั้นร้านขายของเก่าอาจมีข้อหารับซื้อของโจร
20 กุมภาพันธ์ 2568 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ตอบกระทู้ของนายปิยชาติ รุจิพรวศิน สส.พรรคประชาชน จ.นครราชสีมา เรื่องปัญหาน้ำท่วม โดย รมช.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า ในเขต ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ราบลุ่ม มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ เป็นพื้นที่รับน้ำ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีบึงทับช้าง มีเนื้อที่อยู่ 50 ไร่ ที่มาของน้ำส่วนใหญ่คือมาจากน้ำฝน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่มีลำน้ำ ลำราง เวลาหน้าฝนเกิดน้ำเยอะขึ้นมา อีกทั้งปัจจุบันมีบ้านจัดสรรเกิดขึ้นจำนวนมาก เป็นการกีดขวางทางน้ำ ทำให้น้ำที่ท่วมขังระบายได้ช้า ประกอบกับต้องไหลผ่านตัดไปที่ถนนเลี่ยงเมือง และถนนดังกล่าวเป็นถนนที่กีดขวางทางน้ำพอดี ขณะเดียวกันทางนายก อบต. ผู้นำท้องถิ่น หรือชาวบ้านเอง กล่าวว่า ท่อน้ำที่วางมีระดับที่สูง เมื่อเวลาน้ำไหลผ่านถนนหรือผ่านท่อจึงทำให้ไหลช้า เพราะฉะนั้น น้ำที่อยู่ในช่วงบ้านบึงทับช้าง หรือบริเวณดังกล่าว ก็เลยเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง ตรงนี้ก็คือผลกระทบของพี่น้องประชาชน
.
รมช.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นปัญหานี้จะเกิดขึ้นเฉพาะหน้าฝน ถ้ายังแก้ไม่ทันทางท้องถิ่นเองก็ต้องไปบูรณาการร่วมกัน อาจจะต้องมีการเข้าไปตั้งเครื่องสูบน้ำ ช่วยเร่งการระบายน้ำให้ไหลลงเร็วที่สุด เมื่อไหลลงสู่อีกฝั่งเพื่อไปยังอีกฝั่ง แล้วอีกฝั่งจะไปอย่างไร ในเขตพื้นที่ของเทศบาลจอหอ ซึ่งพื้นที่น้ำทั้งหมดจะมีการไหลลงต่อเนื่องไปยังคลองบริบูรณ์ ซึ่งเหมืองหรือรำลาง ยังไม่เรียบร้อย ยังไม่ได้มีการทำให้เป็นแบบยั่งยืน ถ้าทำได้สำเร็จมวลน้ำทั้งหมดก็จะไหลลงสู่แม่น้ำมูล โดยวิธีการแก้ปัญหาถ้าจะแก้แบบยั่งยืนก็ต้องเป็นแนวนี้ แต่ว่าในเบื้องต้นได้ทราบว่า อบต.จอหอ บริเวณบ้านวนาสิริ ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างถนนจาก อบจ.นครราชสีมา ดำเนินการยกระดับ คือยกถนนให้สูงขึ้นเพื่อไม่ให้น้ำท่วมถนน ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมของประชาชน ขณะนี้อยู่ในกระบวนการในการหาผู้รับจ้าง ซึ่งงบประมาณได้ให้ไปแล้ว สำหรับบริเวณหมู่บ้านไอยรา หมู่บ้านอยู่สบาย ซึ่งกำลังก่อสร้างถนนยกระดับอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ทาง อปท. ได้มีการดำเนินการกันแล้ว สำหรับหมู่บ้านเดอะเซ้นส์ หมู่บ้านโฮมบูติก และตลาดได้มีการขุดลอกร่องระบายน้ำแล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆ ได้ทราบข้อมูลแล้ว และได้เรียนประสานงานไปถึงกรมทางหลวงแล้ว บอกว่าถนนที่จะมีการยกระดับ หรือทําอะไรก็ต้องดูตําแหน่งของทางน้ำไปด้วย ปัญหามันเกิดไม่ใช่ที่นี่ที่เดียว ซึ่งบางทีกรมทางหลวงเวลาไปทําระบบระบายน้ำ ท่อที่วางมันไม่อยู่ในตําแหน่งที่ระบายน้ำได้ อันนี้ก็เป็นปัญหาของการทําให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำไหลช้าทําให้น้ำท่วมในบริเวณที่ชุมชนอยู่ อันนี้ก็เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา
“ แนวทางต่อไป คือ จะต้องให้อปท. ทั้งหลายต้องมามาบูรณาการกัน เพราะว่าพื้นที่ของน้ำมันไหลผ่าน หลาย อปท. ต้องทําระบบการป้องกันน้ำท่วมร่วมกัน ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง สังกัดอยู่ในกระทรวงมหาดไทย มีโครงการอย่างนี้อยู่แล้ว แต่ว่าการจะดําเนินการทําอะไรหรือไม่อย่างไร ต้องมาจากความต้องการของท้องถิ่น เพราะทุกโครงการเมื่อได้ทําแล้ว เราต้องยกกลับไปให้ท้องถิ่นในการดูแล “ นายทรงศักดิ์ กล่าว
.
อย่างไรก็ตาม มท.2 กล่าวด้วยว่า จะให้กรมโยธาธิการและผังเมืองลงไปทําโครงการโดยไม่มีคําขอคําร้อง หรือจากการประชาคมจากพี่น้องในชุมชน กระทรวงมหาดไทยทําไม่ได้ เพราะว่าทําเสร็จแล้วจะต้องยกกลับไปให้ท้องถิ่นในการดูแลต่อไป งบประมาณทั้งหลายที่ดูตัวเลขที่ท่านสส.ได้พูดถึงประมาณ 400-500 ล้านบาท ความจริงงบประมาณที่เราทําในเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในแต่ละจังหวัดงบประมาณก็อยู่ประมาณนี้ ซึ่งสามารถทําได้ แต่ว่าต้องมีการขอมา ให้กับกรมโยธาธิการและผังเมือง อาจจะต้องผ่านจังหวัด ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ผ่านของโยธาธิการฯ ของจังหวัด แล้วก็ผ่านมาที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งตรงนี้รับทราบ และจะติดตามดูให้ เพราะว่าเมืองโคราชขยายตัวเร็ว และเรื่องปัญหาของน้ำเป็นปัญหาที่สำคัญ
.
นายทรงศักดิ์ กล่าวถึงประเด็นที่ 2 เรื่องน้ำ เส้นทางคมนาคม ถนนที่อยู่ในหมู่บ้าน ในภาคอีสาน ทุกจังหวัดน่าเห็นใจผู้บริหารองค์กรท้องถิ่น ทั้งนี้ได้มีการเชิญนายกอบต. มาคุยแล้วว่า ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตรงไหนที่เป็นปัญหาสูงสุดก็ให้ทำก่อน ส่วนเรื่องขอเงินอุดหนุนเมื่อก่อนต้องขอมาที่กระทรวงมหาดไทย แต่ปัจจุบันสามารถที่จะขอตรงไปยังสำนักงบประมาณได้ อย่างไรก็ดี เมื่อท้องถิ่นจัดลําดับความสําคัญมาแล้ว ขอให้ให้ตามเรียงลําดับด้วยเพื่อในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน
.
ในส่วนของบ้านลำเชียงไกร หมู่ที่ 9 ได้รับการแก้ไขปัญหาโดยกรมชลประทาน อันนี้คือเรื่องปัญหาของน้ำ มีการขุดลอกและมีการทําประตูปิด-เปิด บริเวณห้วยลําเชียงไกร ซึ่งทางกรมโยธาฯ ได้มีการดำเนินการไปแล้ว และกรมทางหลวงก็ได้มีการทำบล็อกคอนเวิร์ส ท่อรอดให้น้ำไหลระบายมากยิ่งขึ้น
.
หมู่ที่ 10 ใน ซอย 5 สืบเนื่องมาจากการประปาส่วนภูมิภาคได้ดําเนินการขยายเขต แล้วก็วางท่อประปามีการขุดถมดิน ทําให้ดินอุดตันท่อระบายน้ำ มีน้ำอยู่ระบายไม่ได้เลยเกิดการท่วมขัง ปัจจุบันนี้เทศบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่เทศบาลตําบลดำเนินการขุดรอกดินที่อุดตันท่อระบายน้ำ แล้วก็ดําเนินการก่อสร้างรางระบายน้ำเพิ่มเติม เมื่อดําเนินการแล้วเสร็จก็จะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ในส่วนของซอย 6 เนื่องจากถนนดังกล่าวเป็นพื้นที่ต่ำ น้ำท่วมขัง เทศบาลตําบลโคกสูง ดําเนินการขอรับการสนุนงบประมาณ ความจริงอันนี้เดือดร้อน เมื่อปีที่แล้วขออันดับหนึ่งในการที่จะขอเงินอุดหนุนมา เพราะว่างบประมาณของท้องถิ่นมีไม่พอ ซึ่งได้มีการขอตรงไปยังสํานักงบประมาณเป็นวงเงินทั้งสิ้น 3,680,000 กว่าบาท เพื่อแก้ปัญหา อันนี้ขอในปี 69 ซึ่งได้รับไปแล้วว่าเดี๋ยวจะประสานงานให้
.
ส่วนบ้านระงม หมู่ที่ 4 เทศบาลตําบลโคกสูง ได้บรรจุโครงการก่อสร้างรางระบายน้ำ โดยแผนพัฒนาท้องถิ่นรัฐบาลตําบลโคกสูง ซึ่งคาดหมายใช้จ่ายขาดเงินสะสมของเทศบาลเอง ก็จะรีบดําเนินการให้เกิดความรวดเร็วขึ้น บ้านหัวสระ หมู่ที่ 5 พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ติดต่อกันระหว่างทับซ้อนระหว่างตําบลจอหอ ตําบลโคกสูง ของ อบต.จอหอ และเทศบาลตําบลโคกสูง อันนี้ต้องร่วมกันบูรณาการแก้ไขร่วมกัน แต่ทราบว่าที่ อบต.จอหอ ตั้งงบประมาณในการทําท่อระบายน้ำพร้อมบ่อพัก ซึ่งมีการทําแผนไว้แล้ว แผนดังกล่าวนี้ก็จะมาจรดอยู่ที่ ถนนสุรนารายณ์ หมายเลข 205 มาเชื่อมต่อ อันนี้ก็เป็นเรื่องของการทําเรื่องของระบบระบายน้ำ อย่างไรก็ตามต้องเห็นใจท้องถิ่นว่างบประมาณที่มีก็มีจํากัด ทั้งนี้ก็ต้องพยายามช่วยกันผลักดันเวลาพิจารณางบประมาณของของท้องถิ่นที่เข้ามาสู่การพิจารณางบประมาณ ต้องขอฝากท่านสมาชิกช่วยผลักดันอีกแรงหนึ่งด้วย นายทรงศักดิ์ กล่าว
.
นอกจากนี้ นายทรงศักดิ์ ได้กล่าวอีกว่า ทราบว่าทาง อปท. ไม่ว่าจะเป็น อบจ. หรือว่าเทศบาลตําบลหัวทะเล ดําเนินการร่วมกันแล้วและได้รับการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้งบประมาณในการทําเรื่องถนน เรื่องของไฟฟ้า 11.4 ล้าน แล้วก็เรื่องงบประมาณที่มาจากกองทุนส่งเสริมพลังงานด้วยอีก 9.5 ล้าน ทางเทศบาลตําบลหัวทะเลเอง มีการตั้งงบประมาณทําเรื่องโคมไฟ 2 ล้านเศษ ก็ทําเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ว่าปัญหาที่ไฟฟ้าไม่ติด เนื่องมาจากมีขโมยแอบไปขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าที่แปลงไฟลงมา และไปขายต่อร้านขายของเก่า ต่อไปนี้กรมทางหลวง หรือหน่วยงานราชการ เรื่องสเปคของอุปกรณ์ต่างๆ ต้องมีตราด้วย และแจ้งทางร้านขายของเก่าด้วยว่า ห้ามรับซื้อหากมีตราของหน่วยงานอาจจะทำให้มีข้อหารับซื้อของโจร นายทรงศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
.
20 กุมภาพันธ์ 2568 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ตอบกระทู้ของนายปิยชาติ รุจิพรวศิน สส.พรรคประชาชน จ.นครราชสีมา เรื่องปัญหาน้ำท่วม โดย รมช.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า ในเขต ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ราบลุ่ม มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ เป็นพื้นที่รับน้ำ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีบึงทับช้าง มีเนื้อที่อยู่ 50 ไร่ ที่มาของน้ำส่วนใหญ่คือมาจากน้ำฝน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่มีลำน้ำ ลำราง เวลาหน้าฝนเกิดน้ำเยอะขึ้นมา อีกทั้งปัจจุบันมีบ้านจัดสรรเกิดขึ้นจำนวนมาก เป็นการกีดขวางทางน้ำ ทำให้น้ำที่ท่วมขังระบายได้ช้า ประกอบกับต้องไหลผ่านตัดไปที่ถนนเลี่ยงเมือง และถนนดังกล่าวเป็นถนนที่กีดขวางทางน้ำพอดี ขณะเดียวกันทางนายก อบต. ผู้นำท้องถิ่น หรือชาวบ้านเอง กล่าวว่า ท่อน้ำที่วางมีระดับที่สูง เมื่อเวลาน้ำไหลผ่านถนนหรือผ่านท่อจึงทำให้ไหลช้า เพราะฉะนั้น น้ำที่อยู่ในช่วงบ้านบึงทับช้าง หรือบริเวณดังกล่าว ก็เลยเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง ตรงนี้ก็คือผลกระทบของพี่น้องประชาชน
.
รมช.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นปัญหานี้จะเกิดขึ้นเฉพาะหน้าฝน ถ้ายังแก้ไม่ทันทางท้องถิ่นเองก็ต้องไปบูรณาการร่วมกัน อาจจะต้องมีการเข้าไปตั้งเครื่องสูบน้ำ ช่วยเร่งการระบายน้ำให้ไหลลงเร็วที่สุด เมื่อไหลลงสู่อีกฝั่งเพื่อไปยังอีกฝั่ง แล้วอีกฝั่งจะไปอย่างไร ในเขตพื้นที่ของเทศบาลจอหอ ซึ่งพื้นที่น้ำทั้งหมดจะมีการไหลลงต่อเนื่องไปยังคลองบริบูรณ์ ซึ่งเหมืองหรือรำลาง ยังไม่เรียบร้อย ยังไม่ได้มีการทำให้เป็นแบบยั่งยืน ถ้าทำได้สำเร็จมวลน้ำทั้งหมดก็จะไหลลงสู่แม่น้ำมูล โดยวิธีการแก้ปัญหาถ้าจะแก้แบบยั่งยืนก็ต้องเป็นแนวนี้ แต่ว่าในเบื้องต้นได้ทราบว่า อบต.จอหอ บริเวณบ้านวนาสิริ ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างถนนจาก อบจ.นครราชสีมา ดำเนินการยกระดับ คือยกถนนให้สูงขึ้นเพื่อไม่ให้น้ำท่วมถนน ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมของประชาชน ขณะนี้อยู่ในกระบวนการในการหาผู้รับจ้าง ซึ่งงบประมาณได้ให้ไปแล้ว สำหรับบริเวณหมู่บ้านไอยรา หมู่บ้านอยู่สบาย ซึ่งกำลังก่อสร้างถนนยกระดับอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ทาง อปท. ได้มีการดำเนินการกันแล้ว สำหรับหมู่บ้านเดอะเซ้นส์ หมู่บ้านโฮมบูติก และตลาดได้มีการขุดลอกร่องระบายน้ำแล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆ ได้ทราบข้อมูลแล้ว และได้เรียนประสานงานไปถึงกรมทางหลวงแล้ว บอกว่าถนนที่จะมีการยกระดับ หรือทําอะไรก็ต้องดูตําแหน่งของทางน้ำไปด้วย ปัญหามันเกิดไม่ใช่ที่นี่ที่เดียว ซึ่งบางทีกรมทางหลวงเวลาไปทําระบบระบายน้ำ ท่อที่วางมันไม่อยู่ในตําแหน่งที่ระบายน้ำได้ อันนี้ก็เป็นปัญหาของการทําให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำไหลช้าทําให้น้ำท่วมในบริเวณที่ชุมชนอยู่ อันนี้ก็เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา
“ แนวทางต่อไป คือ จะต้องให้อปท. ทั้งหลายต้องมามาบูรณาการกัน เพราะว่าพื้นที่ของน้ำมันไหลผ่าน หลาย อปท. ต้องทําระบบการป้องกันน้ำท่วมร่วมกัน ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง สังกัดอยู่ในกระทรวงมหาดไทย มีโครงการอย่างนี้อยู่แล้ว แต่ว่าการจะดําเนินการทําอะไรหรือไม่อย่างไร ต้องมาจากความต้องการของท้องถิ่น เพราะทุกโครงการเมื่อได้ทําแล้ว เราต้องยกกลับไปให้ท้องถิ่นในการดูแล “ นายทรงศักดิ์ กล่าว
.
อย่างไรก็ตาม มท.2 กล่าวด้วยว่า จะให้กรมโยธาธิการและผังเมืองลงไปทําโครงการโดยไม่มีคําขอคําร้อง หรือจากการประชาคมจากพี่น้องในชุมชน กระทรวงมหาดไทยทําไม่ได้ เพราะว่าทําเสร็จแล้วจะต้องยกกลับไปให้ท้องถิ่นในการดูแลต่อไป งบประมาณทั้งหลายที่ดูตัวเลขที่ท่านสส.ได้พูดถึงประมาณ 400-500 ล้านบาท ความจริงงบประมาณที่เราทําในเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในแต่ละจังหวัดงบประมาณก็อยู่ประมาณนี้ ซึ่งสามารถทําได้ แต่ว่าต้องมีการขอมา ให้กับกรมโยธาธิการและผังเมือง อาจจะต้องผ่านจังหวัด ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ผ่านของโยธาธิการฯ ของจังหวัด แล้วก็ผ่านมาที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งตรงนี้รับทราบ และจะติดตามดูให้ เพราะว่าเมืองโคราชขยายตัวเร็ว และเรื่องปัญหาของน้ำเป็นปัญหาที่สำคัญ
.
นายทรงศักดิ์ กล่าวถึงประเด็นที่ 2 เรื่องน้ำ เส้นทางคมนาคม ถนนที่อยู่ในหมู่บ้าน ในภาคอีสาน ทุกจังหวัดน่าเห็นใจผู้บริหารองค์กรท้องถิ่น ทั้งนี้ได้มีการเชิญนายกอบต. มาคุยแล้วว่า ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตรงไหนที่เป็นปัญหาสูงสุดก็ให้ทำก่อน ส่วนเรื่องขอเงินอุดหนุนเมื่อก่อนต้องขอมาที่กระทรวงมหาดไทย แต่ปัจจุบันสามารถที่จะขอตรงไปยังสำนักงบประมาณได้ อย่างไรก็ดี เมื่อท้องถิ่นจัดลําดับความสําคัญมาแล้ว ขอให้ให้ตามเรียงลําดับด้วยเพื่อในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน
.
ในส่วนของบ้านลำเชียงไกร หมู่ที่ 9 ได้รับการแก้ไขปัญหาโดยกรมชลประทาน อันนี้คือเรื่องปัญหาของน้ำ มีการขุดลอกและมีการทําประตูปิด-เปิด บริเวณห้วยลําเชียงไกร ซึ่งทางกรมโยธาฯ ได้มีการดำเนินการไปแล้ว และกรมทางหลวงก็ได้มีการทำบล็อกคอนเวิร์ส ท่อรอดให้น้ำไหลระบายมากยิ่งขึ้น
.
หมู่ที่ 10 ใน ซอย 5 สืบเนื่องมาจากการประปาส่วนภูมิภาคได้ดําเนินการขยายเขต แล้วก็วางท่อประปามีการขุดถมดิน ทําให้ดินอุดตันท่อระบายน้ำ มีน้ำอยู่ระบายไม่ได้เลยเกิดการท่วมขัง ปัจจุบันนี้เทศบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่เทศบาลตําบลดำเนินการขุดรอกดินที่อุดตันท่อระบายน้ำ แล้วก็ดําเนินการก่อสร้างรางระบายน้ำเพิ่มเติม เมื่อดําเนินการแล้วเสร็จก็จะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ในส่วนของซอย 6 เนื่องจากถนนดังกล่าวเป็นพื้นที่ต่ำ น้ำท่วมขัง เทศบาลตําบลโคกสูง ดําเนินการขอรับการสนุนงบประมาณ ความจริงอันนี้เดือดร้อน เมื่อปีที่แล้วขออันดับหนึ่งในการที่จะขอเงินอุดหนุนมา เพราะว่างบประมาณของท้องถิ่นมีไม่พอ ซึ่งได้มีการขอตรงไปยังสํานักงบประมาณเป็นวงเงินทั้งสิ้น 3,680,000 กว่าบาท เพื่อแก้ปัญหา อันนี้ขอในปี 69 ซึ่งได้รับไปแล้วว่าเดี๋ยวจะประสานงานให้
.
ส่วนบ้านระงม หมู่ที่ 4 เทศบาลตําบลโคกสูง ได้บรรจุโครงการก่อสร้างรางระบายน้ำ โดยแผนพัฒนาท้องถิ่นรัฐบาลตําบลโคกสูง ซึ่งคาดหมายใช้จ่ายขาดเงินสะสมของเทศบาลเอง ก็จะรีบดําเนินการให้เกิดความรวดเร็วขึ้น บ้านหัวสระ หมู่ที่ 5 พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ติดต่อกันระหว่างทับซ้อนระหว่างตําบลจอหอ ตําบลโคกสูง ของ อบต.จอหอ และเทศบาลตําบลโคกสูง อันนี้ต้องร่วมกันบูรณาการแก้ไขร่วมกัน แต่ทราบว่าที่ อบต.จอหอ ตั้งงบประมาณในการทําท่อระบายน้ำพร้อมบ่อพัก ซึ่งมีการทําแผนไว้แล้ว แผนดังกล่าวนี้ก็จะมาจรดอยู่ที่ ถนนสุรนารายณ์ หมายเลข 205 มาเชื่อมต่อ อันนี้ก็เป็นเรื่องของการทําเรื่องของระบบระบายน้ำ อย่างไรก็ตามต้องเห็นใจท้องถิ่นว่างบประมาณที่มีก็มีจํากัด ทั้งนี้ก็ต้องพยายามช่วยกันผลักดันเวลาพิจารณางบประมาณของของท้องถิ่นที่เข้ามาสู่การพิจารณางบประมาณ ต้องขอฝากท่านสมาชิกช่วยผลักดันอีกแรงหนึ่งด้วย นายทรงศักดิ์ กล่าว
.
นอกจากนี้ นายทรงศักดิ์ ได้กล่าวอีกว่า ทราบว่าทาง อปท. ไม่ว่าจะเป็น อบจ. หรือว่าเทศบาลตําบลหัวทะเล ดําเนินการร่วมกันแล้วและได้รับการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้งบประมาณในการทําเรื่องถนน เรื่องของไฟฟ้า 11.4 ล้าน แล้วก็เรื่องงบประมาณที่มาจากกองทุนส่งเสริมพลังงานด้วยอีก 9.5 ล้าน ทางเทศบาลตําบลหัวทะเลเอง มีการตั้งงบประมาณทําเรื่องโคมไฟ 2 ล้านเศษ ก็ทําเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ว่าปัญหาที่ไฟฟ้าไม่ติด เนื่องมาจากมีขโมยแอบไปขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าที่แปลงไฟลงมา และไปขายต่อร้านขายของเก่า ต่อไปนี้กรมทางหลวง หรือหน่วยงานราชการ เรื่องสเปคของอุปกรณ์ต่างๆ ต้องมีตราด้วย และแจ้งทางร้านขายของเก่าด้วยว่า ห้ามรับซื้อหากมีตราของหน่วยงานอาจจะทำให้มีข้อหารับซื้อของโจร นายทรงศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
.