น้ำเงินล้วน !  ภท.เปลี่ยนโลโก้พรรค

น้ำเงินล้วน ! ภท.เปลี่ยนโลโก้พรรค

น้ำเงินล้วน ! "ภูมิใจไทย" เปลี่ยนโลโก้พรรค ประกาศไม่สร้างความขัดแย้ง ธำรงรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ตลอดไป 6 เมษายน 2568 ที่ด้านหน้าอาคารพรรคภูมิใจไทย กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้นำรัฐมนตรี ผู้บริหาร และ สส.ของพรรค ร่วมพิธีเปลี่ยนโลโก้ใหม่ของพรรค ซึ่งติดอยู่บริเวณหน้าอาคาร โดยเป็นรูปร่างโลโก้เดิม แต่ตัดสีอื่นออก ให้เหลือเพียงสีน้ำเงิน . นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย เป็นสถาบันทางการเมือง ที่มีอายุครบ 16 ปี ในวันนี้ ผ่านร้อน ผ่านหนาวทางการเมืองมามาก เป็นทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และต้องเว้นวรรคทางการเมือง กระนั้น เรายังมุ่งมั่นทำงาน รับใช้พี่น้องปราชนไม่มีสะดุด ถึงจะไม่มีตำแหน่ง แต่ไม่เคยหยุดทำงาน เราทุกคนมี หน้าที่ เพราะเราอาสามาทำงานการเมืองเพื่อพี่น้องประชาชน ทุกลมหายใจของเรา คือ สำนึกในบุญคุณของประชาชน ตระหนักในความเดือดร้อนของประชาชน และ ทุกวันเวลาของเรา คือ ความตั้งใจจะทำงานเพื่อตอบแทนพี่น้องประชาชน จำนวน สส. ที่เพิ่มขึ้น คือ คำตอบว่า การทำงานของพรรคภูมิใจไทย เป็นเครื่องพิสูจน์ ถึงสิ่งที่ประชาชนมอบให้การทำงานหนักของพรรคภูมิใจไทย ทั้งนี้ ไม่ว่าการเวลาจะเปลี่ยนแปลงไปเพียงใด แต่พรรคภูมิใจไทย ไม่เคยเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ยึดมั่น เป็นอุดมการณ์สูงสุด เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจคนภูมิใจไทย ไว้ได้ ก็คือ ความจงรักภักดีต่อสถาบันสำคัญของชาติ ซึ่งมีความมั่นคงสถาพร . พรรคภูมิใจไทย ยึดแนวทางนี้มาอย่างยาวนาน จนกระทั่งถูกเรียกว่า เป็นพรรคสีน้ำเงิน ซึ่งเราถือว่าเป็นการให้เกียรติต่อพรรคภูมิใจไทย และเป็นการแสดงให้เห็นว่าพี่น้องประชาชน สื่อมวลชน ยอมรับ และสัมผัสได้ ถึงอุดมการณ์ของพรรคภูมิใจไทย และจิตวิญญาณของสมาชิกพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สีน้ำเงิน หมายถึง ความสงบ ความสันติ และ ความสามัคคี สีน้ำเงิน หมายถึง ความเข้มแข็ง ความมั่นคง ความหนักแน่น และความเป็นปึกแผ่น สีน้ำเงิน หมายถึง ความมีสติ ความมีเหตุผล ความสุขุม นุ่มลึก ไร้ ริษยา ความเยือกเย็น และความอบอุ่น สีน้ำเงิน คือ สีบนธงชาติไทย และเป็นสัญลักษณ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ ความหมายของสีน้ำเงิน ถูกต้องตรงกับบุคลิกลักษณะ และอุดมการณ์ของพรรคภูมิใจไทย ทุกประการ . "เราชักเจน ในจุดยืนของเรา แต่เราจะไม่นำความเป็นพรรคสีน้ำเงิน ไปแบ่งแยกพี่น้องประชาชน หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยก หรือ สร้างสงครามสีเสื้อ สร้างความบอบช้ำ สูญเสียให้แก่พี่น้องประชาชน ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ความเป็นพรรคสีน้ำเงิน ของพรรคภูมิใจไทย จะเป็นสถาบันทางการเมืองที่เป็นหลักให้กับการเมืองไทย ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง เข้มแข็ง ด้วยความสงบ สันติ สามัคคี สร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่ประเทศไทย และธำรงรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ตลอดไป"