วันที่ 17 ก.ค.2568 นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย หารือที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหารถโดยสารประจําทางของจังหวัดระนอง และจังหวัดอื่นที่ไม่สามารถต่อใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้ เนื่องจากติดมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกลาง ในการประชุมครั้งที่ 3 /2558 เมื่อวันที่ 11 มี.ค 2558 ในส่วนของข้อ 2 ระยะทางเกิน 300 กิโลเมตร แต่ไม่เกิน 500 กิโลเมตร กําหนดอายุใช้งานสูงสุดของโครงแซสซี ต้องไม่เกิน 35 ปี และข้อ 4 สําหรับรถโดยสารทางเส้นทางหมวด 1 ในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง และหมวดที่ 1 ส่วนภูมิภาคกําหนดอายุการใช้งานสูงสุดของโครงแซสซี ต้องไม่เกิน 50 ปี ซึ่งทางจังหวัดระนองได้มีหนังสือด่วนที่สุดเมื่อวันที่ 20 มี.ค 2568 ถึงกรมการขนส่งทางบกให้พิจารณาผ่องผันเรื่องนี้แล้ว จึงขอฝากไปยังกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ให้ช่วยเร่งพิจารณาผ่อนผันในการขอใบอนุญาต เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถต่อใบอนุญาตประกอบการขนส่งให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป
.
นายคงกฤษ กล่าวอีกว่า เรื่องที่ดินทํากินแปลงพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองหัวเขียวและป่าคลองเกาะสุย ตําบลเขานิเวศน์ ตําบลบางริ้น อําเภอเมือง จังหวัดระนอง เป็นเรื่องเดิม เคยหารือในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมาตั้งแต่ปี62 ถึงวันนี้ 6 ปีแล้ว
.
“ของท่าน สส.ซากิริยา 3 ปี ของผม 6 ปี ยังไม่ได้รับการแก้ไข เรื่องนี้จริงๆ แล้วเป็นเรื่องสมัยที่ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ดํารงตําแหน่งรองนายกฯ และกํากับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ลงพื้นที่รับทราบปัญหาด้วยตนเอง ตอนที่มีครม.สัญจร เมื่อวันที่ 22-23 มกราคม มีนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยนั้น ได้มอบหมายท่านดูแลพื้นที่ตรงนี้ จึงขอฝากไปถึงนายภูมิธรรม รักษาการนายกฯ รองนายกฯ และรม.มหาดไทย ได้แก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เพราะถ้าไม่แก้ปัญหาเรื่องที่ดินทํากิน ปัญหาปากท้อง ให้กับประชาชนชาวจังหวัดระนองแล้ว ผมคิดว่าเมกะโปรเจกต์ต่างๆ โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์ อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง คงไม่มีโอกาสเกิดขึ้นแน่นอน”

17 กรกฎาคม 2568 เวลา 14:58
"คงกฤษ" ร้องคมนาคม ปลดล๊อกแก้ปัญหา รถโดยสารประจำทาง พร้อมแฉ "ภูมิธรรม" ไม่แก้ปัญหาที่ทำกิน ชาวคลองหัวเขียว และ ป่าคลองเกาะสุย
อย่าเบี้ยว ! สส.คงกฤษ เรียกร้องคมนาคม ปลดล๊อกแก้ปัญหารถโดยสารประจําทางของระนอง ให้ผู้ประกอบการต่อใบอนุญาต นำรถวิ่งรับปชช.ได้ พร้อมแฉ ภูมิธรรม ไม่แก้ปัญหาที่ทำกินให้ชาวคลองหัวเขียว และป่าคลองเกาะสุย ทั้งที่คุม สคทช.รับมอบให้แก้ไขตั้งแต่สมัยเศรษฐา เป็นนายกฯ
วันที่ 17 ก.ค.2568 นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย หารือที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหารถโดยสารประจําทางของจังหวัดระนอง และจังหวัดอื่นที่ไม่สามารถต่อใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้ เนื่องจากติดมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกลาง ในการประชุมครั้งที่ 3 /2558 เมื่อวันที่ 11 มี.ค 2558 ในส่วนของข้อ 2 ระยะทางเกิน 300 กิโลเมตร แต่ไม่เกิน 500 กิโลเมตร กําหนดอายุใช้งานสูงสุดของโครงแซสซี ต้องไม่เกิน 35 ปี และข้อ 4 สําหรับรถโดยสารทางเส้นทางหมวด 1 ในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง และหมวดที่ 1 ส่วนภูมิภาคกําหนดอายุการใช้งานสูงสุดของโครงแซสซี ต้องไม่เกิน 50 ปี ซึ่งทางจังหวัดระนองได้มีหนังสือด่วนที่สุดเมื่อวันที่ 20 มี.ค 2568 ถึงกรมการขนส่งทางบกให้พิจารณาผ่องผันเรื่องนี้แล้ว จึงขอฝากไปยังกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ให้ช่วยเร่งพิจารณาผ่อนผันในการขอใบอนุญาต เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถต่อใบอนุญาตประกอบการขนส่งให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป
.
นายคงกฤษ กล่าวอีกว่า เรื่องที่ดินทํากินแปลงพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองหัวเขียวและป่าคลองเกาะสุย ตําบลเขานิเวศน์ ตําบลบางริ้น อําเภอเมือง จังหวัดระนอง เป็นเรื่องเดิม เคยหารือในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมาตั้งแต่ปี62 ถึงวันนี้ 6 ปีแล้ว
.
“ของท่าน สส.ซากิริยา 3 ปี ของผม 6 ปี ยังไม่ได้รับการแก้ไข เรื่องนี้จริงๆ แล้วเป็นเรื่องสมัยที่ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ดํารงตําแหน่งรองนายกฯ และกํากับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ลงพื้นที่รับทราบปัญหาด้วยตนเอง ตอนที่มีครม.สัญจร เมื่อวันที่ 22-23 มกราคม มีนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยนั้น ได้มอบหมายท่านดูแลพื้นที่ตรงนี้ จึงขอฝากไปถึงนายภูมิธรรม รักษาการนายกฯ รองนายกฯ และรม.มหาดไทย ได้แก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เพราะถ้าไม่แก้ปัญหาเรื่องที่ดินทํากิน ปัญหาปากท้อง ให้กับประชาชนชาวจังหวัดระนองแล้ว ผมคิดว่าเมกะโปรเจกต์ต่างๆ โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์ อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง คงไม่มีโอกาสเกิดขึ้นแน่นอน”
วันที่ 17 ก.ค.2568 นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย หารือที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหารถโดยสารประจําทางของจังหวัดระนอง และจังหวัดอื่นที่ไม่สามารถต่อใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้ เนื่องจากติดมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกลาง ในการประชุมครั้งที่ 3 /2558 เมื่อวันที่ 11 มี.ค 2558 ในส่วนของข้อ 2 ระยะทางเกิน 300 กิโลเมตร แต่ไม่เกิน 500 กิโลเมตร กําหนดอายุใช้งานสูงสุดของโครงแซสซี ต้องไม่เกิน 35 ปี และข้อ 4 สําหรับรถโดยสารทางเส้นทางหมวด 1 ในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง และหมวดที่ 1 ส่วนภูมิภาคกําหนดอายุการใช้งานสูงสุดของโครงแซสซี ต้องไม่เกิน 50 ปี ซึ่งทางจังหวัดระนองได้มีหนังสือด่วนที่สุดเมื่อวันที่ 20 มี.ค 2568 ถึงกรมการขนส่งทางบกให้พิจารณาผ่องผันเรื่องนี้แล้ว จึงขอฝากไปยังกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ให้ช่วยเร่งพิจารณาผ่อนผันในการขอใบอนุญาต เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถต่อใบอนุญาตประกอบการขนส่งให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป
.
นายคงกฤษ กล่าวอีกว่า เรื่องที่ดินทํากินแปลงพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองหัวเขียวและป่าคลองเกาะสุย ตําบลเขานิเวศน์ ตําบลบางริ้น อําเภอเมือง จังหวัดระนอง เป็นเรื่องเดิม เคยหารือในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมาตั้งแต่ปี62 ถึงวันนี้ 6 ปีแล้ว
.
“ของท่าน สส.ซากิริยา 3 ปี ของผม 6 ปี ยังไม่ได้รับการแก้ไข เรื่องนี้จริงๆ แล้วเป็นเรื่องสมัยที่ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ดํารงตําแหน่งรองนายกฯ และกํากับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ลงพื้นที่รับทราบปัญหาด้วยตนเอง ตอนที่มีครม.สัญจร เมื่อวันที่ 22-23 มกราคม มีนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยนั้น ได้มอบหมายท่านดูแลพื้นที่ตรงนี้ จึงขอฝากไปถึงนายภูมิธรรม รักษาการนายกฯ รองนายกฯ และรม.มหาดไทย ได้แก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เพราะถ้าไม่แก้ปัญหาเรื่องที่ดินทํากิน ปัญหาปากท้อง ให้กับประชาชนชาวจังหวัดระนองแล้ว ผมคิดว่าเมกะโปรเจกต์ต่างๆ โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์ อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง คงไม่มีโอกาสเกิดขึ้นแน่นอน”