20 กันยายน 2562 เวลา 23:42ศักดิ์สยาม ต้อนรับ เอกอัครราชทูตสวีเดน ย้ำความร่วมมือนโยบายส่งเสริมพลังงานชีวภาพนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับ H.E. Mr. Staffan Herrström เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ความร่วมมือนโยบายส่งเสริมพลังงานชีวภาพ bio-energy และอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ H.E. Mr. Staffan Herrström เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย และคณะ เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมี นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมให้การต้อนรับ ในวันที่ 20 กันยายน 2562 เวลา 16.00 น. ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม ในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดน ได้กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ที่มีมาอย่างยาวนานถึง 157 ปี โดยไทยเป็นประเทศที่ 2 ในอาเซียน รองจากประเทศอินโดนีเซีย ที่ได้รับความสนใจจากนักธุรกิจสวีเดน ซึ่งปีที่ผ่านมาได้ลงทุนในไทยกว่า 1.6 พันล้านบาท มูลค่าส่งออกสินค้าจากสวีเดนมาไทยคิดเป็น 9% รวมทั้งมีหลายบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในไทย ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งมีดำเนินโครงการเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคม การส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม และขอให้ไทยผลักดันการเพิ่มมาตรฐานเชื้อเพลิงให้เป็นมาตรฐานเดียวกับยุโรป โดยสวีเดนยินดีเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานของไทย รวมทั้งความร่วมมือตามแผนงานความปลอดภัยทางถนนและการคมนาคมขนส่งอัจฉริยะระหว่างไทย – สวีเดน (Thai -Swedish Roadmap for Road Safety and Smart Mobtity) นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดน ได้เรียนเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเข้าร่วมการประชุมระดับสูงด้านความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 3 (The 3rd Global Ministerial Conference on Road Safety) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 20 กุมภาพันธ์ 2563 ณ เมืองสต็อคโฮล์ม ประเทศสวีเดน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงฯ ยินดีจะขยายและพัฒนาความร่วมมือกับสวีเดนในด้านต่าง ๆ ให้มากยิ่งขึ้น ทั้งการส่งเสริมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมพลังงานชีวภาพ หรือ bio-energy และยินดีหากทางสวีเดนจะแบ่งปันเทคโนโลยีให้แก่ไทย หรือสนใจลงทุนด้านการพัฒนาทุนมนุษย์หรือทรัพยากรของไทยที่ยังขาดแคลนในหลายด้าน อาทิ การสร้างสถาบันผลิตบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ส่วนข้อติดขัดของการลงทุนในภาคธุรกิจของไทย ทางรัฐบาลได้มีแนวทางส่งเสริมการลงทุนอยู่แล้ว ทั้งนี้ ขอให้ทางสวีเดินเสนอรายละเอียดเพิ่มเติมที่ให้ไทยส่งเสริมการลงทุนของนักธุรกิจมากยิ่งขึ้น เพื่อนำเสนอรัฐบาลและต่อยอดความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันต่อไป แชร์บทความนี้: